มูลค่าตลาด Crypto พุ่งเหนือ 2 ล้านล้านดอลลาร์ หลังรัสเซียถอนกำลังบางส่วน

มูลค่ารวมของ crypto กลับมาสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้งเนื่องจาก Bitcoin สามารถทำราคาพุ่งสูงเหนือกว่า 44,000 ดอลลาร์ โดยปัจจุบัน BTC ได้เพิ่มขึ้นกว่า 4.7% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าของวันอังคาร ข้อมูลจาก CoinGecko พบว่าตลาดโดยรวมทั้งหมดนั้นฟื้นตัวขึ้นเกือบ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา  ซึ่งสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำนั้นได้เป็นส่วนสำคัญในการฟื้นตัวของคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมดในตลาดซึ่งเพิ่มมากกว่า 14% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้พบเห็นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหลัง Bitcoin พยายามคงระดับราคาเหนือ 45,000 ดอลลาร์ไว้ Bitcoin รีบาวน์ท่ามกลางข่าวของแคนาดา ตลาดคริปโตกำลังดีดตัวท่ามกลางความขัดแย้งของรัฐบาลแคนาดาในการบังคับใช้กฎหมายฉุกเฉินปี 1988 ซึ่งเป็นความพยายามของรัฐในการตัดเงินทุนของคนขับรถบรรทุกที่เรียกว่า “ขบวนเสรีภาพ” ซึ่งต่อต้านข้อบังคับจากโรคระบาดโควิด-19 Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีของแคนาดาและรัฐมนตรีหลายคน  รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้หลายขั้นตอน รวมถึงการระงับบัญชีธนาคารของผู้ประท้วง พร้อมทั้งจะไม่ยอมให้กิจกรรมที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายดำเนินต่อไป” มาตรการเหล่านี้ช่วยให้รัฐบาลแคนาดาขยายอำนาจการฟอกเงินและต่อต้านการก่อการร้ายเพื่อควบคุมแพลตฟอร์มการระดมทุนออนไลน์ที่ช่วยสนับสนุนการประท้วง  ทั้งนี้บริษัทระดมทุนจะต้องรายงานแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับ Freedom Convoy ต่อ FINTRAC หน่วยงานต่อต้านการฟอกเงินของแคนาดา “การรายงานเหล่านี้ครอบคลุมธุรกรรมทุกรูปแบบ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น สกุลเงินดิจิทัล” อย่างไรก็ตามตำรวจจะได้รับอนุญาตให้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประท้วงและธนาคารในระหว่างที่บัญชีของพวกเขาถูกระงับ และบริษัทประกันภัยจะต้องเพิกถอนการประกันสำหรับยานพาหนะใด ๆ ที่ใช้ปิดล้อม Freeland สหรัฐและรัสเซียถอนกองกำลังออกจากชายแดนยูเครน  รัฐมนตรี Antony Blinken ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าสหรัฐฯ ได้ย้ายการดำเนินงานของสถานทูตในยูเครนชั่วคราวจาก Kyiv ไปยัง Lviv เป็นการชั่วคราว เนื่องจาก “การเร่งรัดอย่างมากในการสะสมกองกำลังรัสเซีย” สิ่งนี้สอดคล้องกับการรายงานของ CBS News ที่ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมที่จะถอนกำลังบุคลากรทั้งหมดออกจาก Kyiv ในอีก 24 ถึง 48 ชั่วโมงข้างหน้า Chris Weston หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone ซึ่งเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในเมลเบิร์นกล่าว “ผมไม่เห็นหลักฐานใด ๆ ว่า Bitcoin เป็นที่หลบภัยของสงคราม และสถานการณ์ในยูเครนกับรัสเซียนั้นยากต่อการกำหนดราคา” อย่างไรก็ตามปัจจุบัน

2022-02-16การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำไมผู้เชี่ยวชาญคาดราคา Ethereum จะพุ่งแตะ $7,609 ในปีนี้

Fred Schebesta ผู้ก่อตั้งของ Finder คาดว่า ราคา ETH จะพุ่งถึงจุดพีคสุดที่ระดับ $7,000 ก่อนที่ราคาจะร่วงลงเหลือ 6,000 ดอลลาร์ภายในช่วงสิ้นปีนี้ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างเครือข่ายสัญญา Smart contract Paul Levy อาจารย์ระดับอาวุโสจากมหาวิทยาลัย University of Brighton คาดว่า ราคาของ ETH อาจพุ่งถึงระดับ $9,000 แต่เขามองว่าราคาของมันอาจจบช่วงสิ้นปีนี้ที่ประมาณ 8,000 ดอลลาร์  “หาก Ethereum ยังคงอยู่เหนือความท้าทายด้านเทคนิคและนวัตกรรม มันยังศักยภาพที่จะเติบโตได้ในระยะกลางถึงระยะยาว ซึ่งเรื่องราวความสำเร็จของนวัตกรรมในเฟสแรกและศักยภาพของนวัตกรรมจำเป็นต้องจับคู่กับความสามารถด้านนวัตกรรมต่อไป” การคาดการณ์ราคาของ Ethereum ในระยะยาว Finder คาดการณ์ว่า ETH จะมีมูลค่าอยู่ที่ 10,810 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2025 และภายในสิ้นปี 2030 มูลค่าของมันจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 26,338 ดอลลาร์  ซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับระดับราคาในปัจจุบัน Ethereum กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปใช้โมเดล Proof of stake (PoS) ซึ่งสิ่งนี้อาจจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคา ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ โดยผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่กว่า 79% มองว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้ราคาของ ETH ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่วนที่เหลืออีก 11% ระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบน้อยหรือไม่แน่ใจว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาของเหรียญ  อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยว่าราคาของ Ethereum จะพุ่งทะยานสู่ดวงจันทร์ โดย Vanessa Harris หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Permission มองว่า การเปลี่ยนผ่านไปใช้โมเดล PoS ของ ETH จะส่งผลทำให้ราคาของเหรียญร่วงลงอย่างรุนแรง โดยเธอกล่าวว่า ETH อาจจะมีมูลค่าลดลงเหลือเพียง $100 ภายในปี 2030 เนื่องจากเครือข่ายยังเต็มไปด้วยปัญหาต่าง ๆ เช่น เรื่องค่าธรรมเนียม Gas ราคาแพงและการปรับขนาดในระดับต่ำ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Proof-of-Stake ก็ไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาด้านความสามารถในการปรับขนาดให้กับ Ethereum ได้ ดังนั้นเราควรมุ่งเน้นไปที่โซลูชั่น L2s

2022-02-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin พุ่งแตะ 43,700 ดอลลาร์

ราคาของ Bitcoin ในเช้าวันอังคาร ดูเหมือนว่าจะมีการไต่ขึ้นสู่ระดับใหม่อย่างรุนแรง หลังจากที่เมื่อวานนี้มีการร่วงลงมาอย่างต่อเนื่องแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 41,400 ดอลลาร์ สร้างความแปลกใจและเพิ่มความงุนงงให้กับนักเทรดส่วนใหญ่ กราฟ BTCUSD จาก TradingView แสดงให้เห็นว่าราคาของ Bitcoin นั้นได้พุ่งขึ้นทะลุระดับ 43,700 ดอลลาร์เมื่อช่วงเวลาประมาณ 8 โมงเช้าของวันนี้ ก่อนที่จะไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 43,700 ดอลลาร์เมื่อเวลาประมาณ 9 โมง  โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของ Bitcoin เริ่มมีการปรับตัวลงมาเล็กน้อย โดยอยู่ที่ 43,500 ดอลลาร์ แม้การเคลื่อนไหวของราคาดังกล่าวนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่ที่รู้ ๆ ก็คือ เมื่อวานนี้เราได้เห็นการร่วงของราคา BTC ที่ลงไปแตะระดับ 41,400 ดอลลาร์ แต่ก็พุ่งทะยานกลับขึ้นมาสูงกว่าเดิม จนส่งผลทำให้นักเทรดสาย short นั้นต้องถูกสับขาหลอกกันเป็นแถว  สำหรับสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นของราคานั้น นักวิเคราะห์คาดว่าอาจเป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เริ่มชะลอความร้อนแรงลงบางส่วน หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียได้ออกมากล่าวว่า “ทุกปัญหามีทางออกและสามารถพูดคุยเจรจากันได้” ส่งผลทำให้ตลาดหุ้น Dow Jones Futures ดีดกลับขึ้นเป็นบวกทันที หลังจากปิดลบไปกว่า -500 จุด และฉุดดึงราคา Bitcoin ให้พุ่งขึ้นตามไปด้วย  นอกเหนือจากสถานการณ์ข้างต้นแล้ว ยังมีเรื่องของรัฐบาลแคนาดาที่ได้ประกาศใช้พ.ร.บ ฉุกเฉินแบบไม่ทันตั้งตัวในวันนี้ เพื่อพยายามยุติกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านกฎระเบียบด้านสาธารณสุขสกัดโควิด-19 โดยรัฐบาลแคนาดาได้สั่งปิดกั้นช่องทางการเงินของผู้ประท้วง ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงในแคนาดาที่เรียกตัวเองว่า “ฟรีดอม คอนวอย” กล่าวว่าการเปลี่ยนกฏเหล่านี้ได้ครอบคลุมไปถึงการทำธุรกรรมในทุกรูปแบบ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลเช่น Bitcoin และ Crypto อีกด้วย การเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ในวันนี้ได้ส่งผลทำให้ นักลงทุนฟิวเจอรส์ถูกสับขาหลอกให้งุนงงไปตาม ๆ กัน เห็นได้จากข้อมูลบนเว็บ Bybt ที่สาย short ถูกล้างพอร์ทมูลค่ารวมกว่า 76 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรประมาท เนื่องจากว่าการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนว่าจะเรื่องที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก

2022-02-15การวิเคราะห์เชิงลึก

นักวิเคราะห์เชื่อน้ำมันทะลุ 100-125 ดอลลาร์ ถ้ารัสเซียบุก

ทีมงานของตลาดซื้อขาย NFT ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง LookRare ได้ยืนยันการถอนเงินจาก Ethereum มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ชุมชนคริปโตไม่พอใจเพราะนี่คือวิธีการสร้างรายได้มหาศาลโดยไม่ต้องขโมยเงินของผู้ใช้  ตามประกาศอย่างเป็นทางการ ทีมงานของโครงการได้รับรางวัล WETH มูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากการ staking โทเคน LOOKS ที่ไม่มีการระบุแหล่งที่มา แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้ขาย NFT ของพวกเขา พวกเขาจะได้รับเงินเป็น LOOKS ซึ่งมักจะทำหน้าที่เป็นการชดเชยค่าธรรมเนียม ทั้งนี้การที่โทเคนดังกล่าวถูก stake ทำให้ทีมงานของตลาด NFT ได้รับโทเคน Wrapped- Ethereum จำนวนมาก  ซึ่งในเวลาต่อมาพวกเขาก็ได้ทำการเทขาย ETH จำนวนมากนี้มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์ ต่อมาหนึ่งในสมาชิกในทีมของ LooksRare ได้พูดในบัญชี Twitter ของเขาและระบุว่าทีมทำงานมานานกว่าครึ่งปีโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เงินเดือน หรือรางวัลใด ๆ ซึ่งการที่เงินทุนที่ทำธุรกรรมจากแพลตฟอร์มจะถูกแจกจ่ายให้กับสมาชิกทั้ง 10 รายของ Marketplace นั้นเป็นเรื่องที่สมควรทำได้ อีกทั้งกองทุนบางส่วนได้ถูกนำไปใช้เพื่อซื้อ NFT ต่าง ๆ  แล้วเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ Zodd หนึ่งในสมาชิกในทีมได้อธิบายว่าทั้งทีมทำงานโดยไม่เปิดเผยตัวตน ดังนั้นจึงไม่ต้องการที่จะเปิดเผยตัวตนหลังถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากออกไป อย่างไรก็ตามชุมชนไม่พอใจกับคำตอบและเรียกร้องให้ทีมงานทำการซื้อโทเคน LOOKS กลับคืนมา แทนที่จะรักษามูลค่านับล้านของ Ethereum เนื่องจากโทเคน LOOKS สูญเสียมูลค่ามากกว่า 15% ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

2022-02-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ความเสี่ยงของตลาดคริปโตในปี 2565 โดย Bitazza

ในภาพรวมของการเติบโตก็ยังคงมีความเสี่ยงรออยู่ด้วยเช่นกัน บางประเด็นก็เป็นข้อกังวลใหม่ที่แอบซ่อนอยู่ บางประเด็นก็เป็นสิ่งที่หลายคนก็จับตาอยู่ ว่ามีโอกาสที่จะเกิดแน่นอนแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร  ประเด็นแรกคือ Regalatary Risk หรือความเสี่ยงในด้านของการกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐบาล จากการที่ผมได้พูดคุยกับคนในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐบาลของตัวเองต่างตื่นตัวขึ้นมากับการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ยังไม่รู้ว่าจะเข้ามาจัดการตรงนี้อย่างไร ทำให้พวกเขาต้องมาดูต้นแบบในประเทศไทยเช่นกัน เพราะเรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่แรก ๆ  ทำให้เราได้เริ่มเห็นการปรับตัวของผู้ประกอบธุรกิจนี้ โดยเฉพาะ Exchange ผู้ที่เริ่มธุรกิจนี้มาก่อนที่จะเกิดกฎหมายกำกับดูแล จึงเป็นการยากที่พวกเขาจะกลับเข้ามาอยู่ภายในการกำกับดูแล เพราะมีประเด็นในเรื่องของการเก็บข้อมูลในอดีตรวมอยู่ด้วย เราจึงได้เห็น Exchange เริ่มมีการย้ายถิ่นฐานของสำนักงานใหญ่ อย่างเช่น FTX หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของโลก ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานจากฮ่องกงไปยังบาฮามาส  แม้ว่าจะมีแนวโน้มที่เม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มสถาบันจะเริ่มเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ก็ยังมีความเชื่อว่าผู้ประกอบธุรกิจน่าจะยังหลีกเลี่ยงการควบคุมจากภาครัฐต่อไป เพราะด้วยหลักการสำคัญของคริปโต ที่จะต้องไม่มีการควบคุมแบบรวมศูนย์ ทำให้แนวทางนี้ยังต้องดำเนินต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่คนในวงการคริปโตล้วนแล้วอายุยังไม่เยอะมาก เฉลี่ยอยู่ที่ 24-25 ปี ไม่เกิน 30 ปี ยังพอที่จะปรับตัวได้ทันต่อการเข้ามาควบคุมกำกับดูแลจากภาครัฐ  ถึงแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่ในปีหน้าเราจะได้เห็น CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลแห่งชาติเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้มาเกี่ยวข้องอะไรกับตลาดคริปโตมากนัก เพราะถึงแม้จะเป็นสกุลเงินในรูปแบบดิจิทัล แต่รัฐบาลก็ยังเป็นเจ้าของอยู่ดี  ส่วนอีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการเติบโตของ NFT และ DeFi ว่าจะมีความแข็งแรงและยั่งยืนมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าภาพรวมเราจะเห็นผู้เล่นหน้าใหม่หลั่งไหลเข้ามาใน Blockchain Games, DeFi Protocol และงานศิลปะบน NFT จำนวนมาก แต่ในส่วนของเม็ดเงินจะยังเข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วยหรือไม่นั้นยังคงต้องติดตามต่อไป อย่างเช่นเกมส์ Axie Infinity ที่ล่าสุดมีจำนวนผู้เล่นต่อวันกว่า 1.6 ล้านคน แต่ขณะเดียวกันแนวโน้มรายได้ที่เกิดขึ้นจากในเกมส์ก็เริ่มลดลง  รวมถึงมูลค่าเหรียญที่ล็อกไว้ใน DeFi Protocol แม้จะเราจะได้เห็นการสร้างสถิติใหม่ แต่ก็ไม่ได้เกิดจากการวาง Stablecoins เพื่อที่จะทำธุรกรรม แต่มาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเหรียญ Altcoin ที่นำมาลงทุนทำให้ตลาดในภาพรวมโตขึ้น  แต่ถ้าตลาดคริปโตเกิดปรับตัวลง ราคาเหรียญต่าง ๆ ก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้ต้องมาดูกันว่า TVL หรือ Total Value Lock ในตลาด DeFi จะยังคงเติบโตได้อีกหรือไม่  เราสามารถอธิบายตลาดคริปโตโดยใช้ทฤษฎีสะท้อนกลับ (Reflexivity) ของ George Soros ได้ว่า เมื่อไรที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงก็จะดึงดูดคนให้เข้ามาลงทุนเพิ่ม แต่ถ้าเมื่อไรที่ราคาลดลงผู้คนก็จะหายไปจากตลาดด้วยเช่นกัน เราจึงยังต้องจับตาดูว่าถ้าตลาดเริ่มจะไม่เติบโต จะยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาลงทุนในคริปโตอย่างต่อเนื่องอีกหรือไม่  ถึงอย่างไรก็ตามวงการบล็อกเชนและคริปโตเดินทางมาไกลเกินกว่าจะเดินย้อนกลับแล้ว ทำให้เรายังสามารถเชื่อได้ว่า ภาพรวมตลาดในปีหน้ายังมีสิ่งใหม่ ๆ ที่รอจะเกิดขึ้นอีกมากมาย  บทความโดยกวิน พงษ์พันธ์เดชา ซีอีโอ Bitazza โบรกเกอร์สินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และ ก.ล.ต.

2022-02-14การวิเคราะห์เชิงลึก

Cardano (ADA) เอาชนะ Bitcoin และ Ethereum ในแง่จำนวนธุรกรรมแล้ว

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แพลทฟอร์มรวบรวมข้อมูลคริปโต Messari.io แสดงให้เห็นว่า Cardanoเอาชนะ Bitcoin และ Ethereum ในแง่ตัวเลขธุรกรรมบนเครือข่ายได้สำเร็จ โดยกลายมาเป็นที่ตัวเลขการทำธุรกรรม (adjusted transaction volume) มาเป็นอันดับหนึ่งจากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในขณะที่ Cardano มีตัวเลขในการทำธุรกรรมสูงสุดที่ 1.71 หมื่นล้านดอลลาร์  Bitcoin มาเป็นอันดับสองที่ 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามด้วย Ethereum ที่ 8.64 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตความแตกต่างระหว่าง “transaction volume” และ “adjusted transaction volume” ในขณะที่ transaction volume หมายถึงมูลค่ารวมที่ถูกเคลื่อนไหวบนเครือข่ายบล็อคเชนโดยเฉพาะ adjusted transaction volume นั้นเป็นวิธีในการเปรียบเทียบปริมาณธุรกรรมรูปแบบ UTXO อย่างเป็นธรรมกับปริมาณธุรกรรมตามบัญชี สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไม Bitcoin อยู่ในอันดับแรกเมื่อพูดถึงปริมาณธุรกรรมในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาที่ 3.67 หมื่นล้านดอลลาร์  ตามด้วย Cardano ที่ $1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ในขณะที่ Ethereum ตกลงมาเป็นอันดับสามที่ $1.05 หมื่นล้านดอลลาร์ ต้นทุนการทำธุรกรรมของ Cardano ก็ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาด้วยเครือข่ายที่ใช้ค่าธรรมเนียมเพียง 51,985 ดอลลาร์เท่านั้น แม้ว่าเครือข่ายจะอ่านมิเตอร์โหลดบล็อกเชนโดยเฉลี่ยที่ 81% ซึ่งค่อนข้างสูงหากเทียบกับของเครือข่ายอื่น ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ Cardano มีตัวเลข adjusted transaction volume แซงหน้าของ Bitcoin  ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา IOHK ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาของ Cardano ได้เปิดตัวชุดการอัปเดตที่พยายามเพิ่มคุณสมบัติการปรับขนาดเครือข่ายและการทำงานร่วมกันกับเครือข่ายอื่น ๆ การอัปเกรดโปรโตคอล Alonzo ที่มีการนำ Plutus ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จัดเตรียมภาษาสัญญาอัจฉริยะแบบเนทีฟพร้อมกับเครื่องมือที่จำเป็นในการสนับสนุนสัญญาอัจฉริยะบน Cardano มาใช้

2022-02-14การวิเคราะห์เชิงลึก

CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ผุดไอเดียเผาเหรียญ Shiba 1 ล้านล้าน SHIB ชุมชนเห็นด้วย

Steven Cooper เจ้าของและ CEO ของ Bigger Entertainment ได้แชร์มุมมองของเขาผ่าน Twitter ว่าจะสามารถเผา Shiba เป็นจำนวนกว่าล้านล้าน SHIB ได้อย่างรวดในอนาคตอันใกล้นี้ได้อย่างไร  เผา SHIB 1 ล้านล้าน เหรียญ SHIB 1 ล้านล้านเหรียญนั้นมีมูลค่าสูงถึง 28.5 ล้านดอลลาร์ซึ่งจะต่างจาก 20-100 ล้าน SHIB ที่ถูกเผาทุกวันเมื่อตีเป็นเงินจะอยู่ที่ราว ๆ $570 ถึง $2,854 Steven นั้นเชื่อว่าชุมชน SHIB นั้นควรจะต้องขยายตัวเกือบสองเท่าจากผู้ถือในตอนนี้ที่ 1.17 ล้านรายให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 ล้านรายและชุมชนก็ควรจะถือ SHIB อย่างน้อย 294.5 ล้าน SHIB  จากนั้นเขาก็บอกว่าถ้าผู้ที่ถือกว่าล้านรายนั้นเริ่มส่ง SHIB ให้กันมูลค่า $30 ต่อวันนั่นจะทำให้เหรียญ Shiba 1 ล้านล้าน SHIB ถูกเผาทั้งหมด 21.3 ล้าน SHIB ถูกเผามากกว่า 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลที่ Shibburn ให้ไว้กว่า 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกือบ 21,234,861 SHIB ถูกส่งไปที่กระเป๋าปิดตายซึ่งจะถูกนำออกจากสภาพการหมุนเวียนในตลาดไปอย่างถาวร

2022-02-13การวิเคราะห์เชิงลึก

NFT ‘Crypto Punks’ ชิ้นหนึ่งทุบสถิติด้วยการปิดยอดขายที่สูงถึง 770 ล้านบาท

นับเป็นเรื่องที่ช็อควงการ NFT เลยไม่น้อยเมื่อมีการซื้อ NFT ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพิ่งจะถูกซื้อไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Crypto Punks นั้นเป็นหนึ่งในคอลเลกชัน NFT ที่มีค่ามากที่สุดในโลกและเมื่อเร็ว ๆ นี้  Crypto Punk (#5822) ถูกขายด้วยราคาที่เป็นสถิติสูงถึง 8,000 ETH ซึ่งเท่ากับ 23.7 ล้านดอลลาร์ในขณะที่กำลังรายงาน ใครเป็นผู้ที่ซื้อ Crypto Punk #5822? Crypto Punks เป็นคอลเลกขันของศิลปะดิจิทัลที่มีเอกลักษณ์กว่า 10,000 แบบซึ่งจะไม่มีตัวไหนที่มีลักษณะที่ซ้ำกันโดยผู้ที่ซื้อ Crypto Punk #5822 นั้นเป็น CEO ของ Chain ซึ่งใช้ชื่อว่า Deepak.eth CryptoPunks Bot ได้รายงานการซื้อทุบสถิติครั้งนี้บน Twitter  ซึ่ง CryptoPunks Bot นั้นถูกพัฒนาโดยบริษัทเดียวกันกับที่ทำ Crypto Punks Deepak.eth ได้แชร์ข่าวบน Twitter อย่างเป็นทางการของเขาเองก่อนที่เขาจะเข้าซื้อ Crypto Punk NFT ด้วยเม็ดเงินที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ CEO ของ Chain ก็ได้ทำการนับถอยหลัง 3..2..1 แล้วินาทีหลังจากนั้นก็คือประวัติศาสตร์ การขาย NFT ครั้งประวัติศาสตร์ ก่อนหน้านี้การขาย CryptoPunk ที่ถือว่าแพงที่สุดนั้นคือราคาที่ 11.7 ล้านดอลลาร์แต่สถิติก็ถูกทำลายไปแล้วด้วยจำนวนที่เข้ามาซื้อครั้งใหม่ที่มหาศาลเหลือเกิน Crypto Punks เป็นจุดสนใจมานับตั้งแต่ปีที่แล้วซึ่งถือว่าตีคู่มาพอ ๆ กับ คอลเลกชัน Bored Ape Yacht Club (BAYC) โดยที่ศิลปินคนดังหลายรายก็เป็นเจ้าของ Crypto Punks NFT

2022-02-13การวิเคราะห์เชิงลึก

นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% เดือนหน้า หลังเงินเฟ้อพุ่ง

ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 88% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. จากเดิมที่เคยให้น้ำหนักเพียง 14%  นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 95% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1.00% ภายในเดือนมิ.ย.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2525 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.2% จากระดับ 7.0% ในเดือนธ.ค.  นอกจากนี้ ดัชนีซีพีไอเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.5% ในเดือนธ.ค.  ขณะเดียวกัน ดัชนีซีพีไอพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 6.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2525 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.9% จากระดับ 5.5% ในเดือนธ.ค.  นอกจากนี้ ดัชนีซีพีไอพื้นฐานดีดตัวขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.6% ในเดือนธ.ค.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (11ก.พ.)ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 467,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง  กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนพ.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 647,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 249,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนธ.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 510,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 199,000 ตำแหน่ง  นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาเชื่อว่าเฟดยังคงสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ย “ได้อีกมาก” โดยไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน  ด้านแบงก์ ออฟ อเมริกาออกรายงานคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 7 ครั้งในปีนี้ โดยปรับขึ้นครั้งละ 0.25% ซึ่งหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่แบงก์ ออฟ อเมริกาคาดการณ์ หมายความว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมทั้ง 7 ครั้งที่เหลือในปีนี้ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.  การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 7 ครั้งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดพุ่งแตะ 1.75-2.00% ในปลายปีนี้ จากปัจจุบันที่ระดับ 0.00-0.25%  นอกจากนี้ แบงก์ ออฟ อเมริกายังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปี 2566 จนแตะระดับ 2.75-3.00% ก่อนที่จะมีการทบทวนนโยบายการเงิน

2022-02-13การวิเคราะห์เชิงลึก

7 ประเภทของ NFT ที่นักสะสมควรรู้

NFT หรือ Non-fungible token กำลังกลายเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในโลกคริปโตขณะนี้ โดยเทรนด์ดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงยุคทองของ DeFi อย่าง ‘DeFi Summer’ เมื่อช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา ขับเคลื่อนโดยเหล่านักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ทั้งจากนักลงทุนเดิมที่อยู่ในตลาดคริปโตอยู่แล้ว และจากนักลงทุนในโลกการเงินแบบดั้งเดิม ที่ต่างให้ความสนใจอยากครอบครองเจ้า NFT สินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชนนี้กันทั้งสิ้น  อย่างไรก็ตาม NFT นั้นมีกรณีการใช้งานที่หลากหลายและมีประเภทของการใช้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น การใช้ในวงการศิลปะ, เพลง, ของสะสม, Item ในเกม หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ ที่ล้วนสามารถใช้ NFT แสดงความเป็นเจ้าของได้ทั้งสิ้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกรณีการใช้งานของ NFT ในประเภทต่าง ๆ กัน  ผลงานศิลปะ NFTs NFT art เป็นงานศิลปะที่มาในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับ NFT ลักษณะเฉพาะของ NFT art คือรายละเอียดการซื้อขายงานศิลปะประเภทนี้ (เช่น ผู้ซื้อ ผู้ขาย ราคา) จะถูกบันทึกลงไปในระบบ Blockchain ลักษณะพิเศษของระบบกระจายอำนาจในการประมวลข้อมูลนี้ทำให้ข้อมูลการซื้อขายไม่สามารถถูกแก้ไขหรือถูกลบออกจากระบบได้ อย่างไรก็ตามการซื้อขายงานศิลปะในรูปแบบใหม่ในพื้นที่จะไม่สามารถจับต้องได้ (intangible) การซื้อขาย และสะสมผลงานจะเกิดขึ้นผ่าน application หรือ web browser บนหน้าจอดิจิทัลเท่านั้น  ของสะสม NFTs หลายคนอาจจะมองว่า วงการ NFT นั่นมีแค่งานศิลปะเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมองไปทางไหนก็มีแต่นักวาด ครีเอเตอร์ที่ทำงานด้านกราฟิกออกผลงานใน NFT กันเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นเว็บ foundation.app หรือ opensea.io แต่จริง ๆ แล้ว NFT สามารถใช้งานในรูปแบบของสะสมได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มการ์ดสะสมนักกีฬาอย่าง NBA Top Shot , PancakeSwap Bunny หรือ Binance Anniversary NFT ที่มีความต้องการอย่างมากสำหรับกรณีการใช้งานของสะสมดิจิทัล ไม่เว้นแม้แต่ โพสต์ทวีตแรกของนาย Jack Dorsey ก็ถือเป็นกรณีการใช้งานตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับกรณีของสะสมดิจิทัลเช่นเดียวกัน

2022-02-12การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
5456
...
142