บิทคอยน์ทะลุ 8 แสบบาทไทยแล้ว ต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์

บิทคอยน์ทะลุ 8 แสบบาทไทยแล้ว ต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์  เมื่อช่วงเวลา 22.00 น. ที่ผ่านมาได้มีประกาศออกมาเป็นกันอย่างแพร่หลายว่าบิทคอยน์ราคาตกอยู่ที่ 796,000 บาท   หรือประมาณ 22,874 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งประกาศนี้ก็น่าจะมีเค้ามูล ความจริงก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทางด้านบริษัท Binance เว็บกระดานเทรดนักษ์ใหญ่ระดับโลก  ได้ทำการปิดการถอน บิทคอยน์ หรือ BTC ชั่วคราวเนื่องจาก มีความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมากของตลาดในเวลานี้  ในทวีตของ CZ ได้กล่าวไว้ว่า สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเครือข่าย Bitcoin เท่านั้น คุณยังสามารถถอน Bitcoin บนเครือข่ายอื่นเช่น BEP-20 ได้เช่นเดิม  สำหรับการร่วงลงมาแรงอย่างเห็นได้ชัดของบิทคอยน์นั้นจะส่งผลอย่างไรต่อตลาดบางคงต้องติดตามดูกันอย่างใกล้ชิดต่อไป  #การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

2022-06-14การวิเคราะห์เชิงลึก

ลงทุนแทบตาย สุดท้ายก็ยังไม่รวยสักที! อาจเป็นเพราะ?

จุดแข็งอ่านกราฟเก่ง จุดอ่อน Mindsets  รวมจิตวิทยาที่อาจทำให้คุณลงทุนแทบตาย สุดท้ายก็ยังไม่รวยสักที!  จิตวิทยา และการลงทุนมีผลมากกว่าที่คุณคิด มาตามหาความหมาย และปรับเปลี่ยนนิสัยพฤติกรรมไปพร้อมกับพวกเราชาว #WikiBit.TH  ดูเสร็จแล้วลองคอมเม้นกันนะคะว่าแต่ ละท่านกำลังเจอปัญหาเรื่องอะไรอยู่ และมีวิธีการแก้ปัญหานั้นๆอย่างไรกันบ้าง เผื่อที่จะช่วยให้กำลังใจช่วยเหลือกันกับเพื่อนๆนักลงทุนนะคะ  หรือใครมีปัญหากังวล กลัวโดนหลอกก็สามารถให้ WikiBit ช่วยไกด์แนวทางการเช็คข้อมูลได้ที่ App : WikiBit

2022-06-13การวิเคราะห์เชิงลึก

ก.ล.ต. สหรัฐ กำลังสืบสวนถึงสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง TerraUSD

ก.ล.ต. สหรัฐ กำลังสืบสวนถึงสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง TerraUSD  Stablecoin สกุลเงินดิจิทัลLUNA ล่มสลายอย่างน่าทึ่งเมื่อเดือนที่แล้วทำให้มูลค่าของมันลดลงตามการใช้งาน  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC)   กำลังตรวจสอบว่า Terraform Labs ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์ที่สร้างโทเค็น terraUSD (UST)   และ luna (LUNA) ได้ละเมิดกฎหมายของสหรัฐฯ  เกี่ยวกับวิธีการวางตลาดเหรียญ crypto หรือไม่ Bloomberg รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี โดยอ้างบุคคลที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้  Terra และ luna สูญเสียมูลค่าทั้งหมดไปเมื่อเดือนที่แล้ว Terraform พยายามเปิดใช้ luna อีกครั้ง โดยสร้างโทเค็นใหม่และรีแบรนด์เดิมเป็น luna classic (LUNC)  จากข้อมูลของ Bloomberg สมาชิกของแผนกบังคับใช้   กฎหมายของ SEC กำลังตรวจสอบว่ากฎการคุ้มครองผู้ลงทุนถูกละเมิด  ผ่านการตลาดโทเค็นของ Terraform หรือไม่  หน่วยงานกำลังตรวจสอบผู้ก่อตั้ง Terraform Do Kwon เกี่ยวกับบทบาทของเขาในการสร้าง Mirror Protocol ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนโทเค็นที่เป็นตัวแทนของหุ้นสังเคราะห์ได้  Terraform Labs ไม่ได้ส่งคืนคำขอความคิดเห็นของ CoinDesk ทันที Kwon บอกกับ Bloomberg ว่าเขาไม่ทราบถึงการสอบสวนของ SEC เกี่ยวกับ UST และไม่เคยได้ยินจากหน่วยงานดังกล่าว

2022-06-13การวิเคราะห์เชิงลึก

ชาวเน็ตสงสัย "มีความเป็นไปได้ไหม ที่ Exchange 98% ไม่ได้เอาเงินไปซื้อ Luna coin มาจริงๆ"

ชาวเน็ตสงสัย “มีความเป็นไปได้ไหม ที่ Exchange 98% ไม่ได้เอาเงินไปซื้อ Luna coin มาจริงๆ”  ยังคงเป็นประเด็นต่อเนื่องสำหรับ LUNa เพราะหลังจากเหตุการณ์ล่มสลายผ่านมาได้นาน 3 สัปดาห์   ก็ยังคงมีความน่าสนใจอยู่ในทางทฤษฎี หรือข้อสงสัยสำหรับตัวของผู้ก่อตั้ง   และยังคงมีข่าว(คาว) ของเขาวนเวียนอยู่แทบทุกวัน  .  ล่าสุด มีชาวพันทิปท่านหนึ่งได้ให้ความสนใจ  และได้ตั้งข้อสงสัยบางประการ ซึ่งตรงนี้แอดมิน ก็เลยอยากชวนลองชวนทุกท่านลองพูดคุยถึงได้ประเด็นคำถามที่เกิดขึ้น โดยสมาชิกท่านนี้ได้ตั้งคำถามไว้ดังนี้  .  “มีความเป็นไปได้ไหม ที่ Exchange 98% ออกสิทธิเป็นแค่ TOKEN LUNA มาจริงๆ”  .  เงินที่ได้มา ไม่ได้เอาไปซื้อ Luna coin มาจริงๆ แล้ว Exchange ทั้งหมดก็จะโดน ตลบหลังอีกที แบบ game stop หรือ volkswagen จน Exchange ทั้งหมดเกิดการล้มละลาย แบบนี้ทุกแพลตฟอร์มจะตายทั้งหมดจริงๆไหม อิอิ เป็น ต้มยำกุ้ง ของ Exchange  .  ซึ่งภายในกระทู้ก็ได้มีการตอบของชาวคริปโตบางท่าน  ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งบางท่านก็ได้ยกตัวอย่างคำตอบที่น่าสนใจไว้เช่น  .  “จะมีรอบของ settlement ที่ exchange จะทำ แต่เวลาเหรียญวิบัติ จะไม่ทัน เพราะไม่มี ceiling floor ที่จำกัดความเสียหาย”  กรณี SCB(B) ที่ไม่มีหุ้นให้ ทางโบรกเกอร์ก็จ่ายเป็นพรีเมียมให้  .  บางก็ว่า“ในแต่ละเวปเทรด จะมีเหรียญสำรอง ราว ๆ 10-20 % แค่นั้น”  .  สมัย bx ยังอยู่จะมีข้อมูลเปิดเผยว่าตอนนี้เวบมีเหรียญสำรองไว้เท่าไร อัพเดตให้ดูอยู่ตลอด  ในปัจจุบัน ถ้า กลต.ควบคุมดูแลจริง ๆ พวก exchange ก็ต้องส่งรายงานทุกวัน“ ”เหมือนแบงค์ สำรองเงิน พอ ๆ กัน ลองถอนพร้อม ๆ กัน ก็พังเหมือนกัน...  .  หรือบางท่านที่มองว่าน่าจะมีความเป็นไปได้ก็ให้เหตุผลไว้ดังนี้ ถ้าจะคำนวณจริงๆคือ ยอดรวมจำนวน LUNA token ด้านขาย  ทั้งหมดต้องน้อยกว่ายอดใน hotwallet+coldwallet ของ exchange นั้นเสมอ ซึ่งส่วนมากเรามีข้อมูลพวกนี้ไม่ครบครับเลยตอบไม่ได้  .  เป็นไงกันบ้างคะชาวเทรดเดอร์แบบนี้พอมีใครมีข้อมูลช่วยให้คำตอบที เพราะทางแอดก็อยากรู้จริงๆว่าจะมีความเป็นไปได้ด้วยไหมนะ?  เพราะตอนนี้ไม่หวังอะไรมาก  หวังแค่กลับมา 1 บาทให้ใจชื่นหน่อยก็ยังดีค่ะ : )  #การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

2022-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

เตรียมซื้อไหม? 'บาทคอยน์' คริปโตฯ สัญชาติไทย "ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ"

เตรียมซื้อไหม? บาทคอยน์ คริปโตฯ สัญชาติไทย  ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ    ‘บาทคอยน์/เงินบาทดิจิทัล’ คืออะไร?  เงินบาทดิจิทัลเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลของรัฐ (CBDC/Central Bank Digital Currency)  ซึ่งธนาคารกลางของแต่ละประเทศก็จะมีสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองและทำให้สกุลเงินดิจิทัลมีค่าเท่ากับธนบัตร  หรือเรียกอีกอย่างว่า ‘ธนบัตรดิจิทัล’  โดยสามารถตรวจสอบการเข้าถึงจากรัฐได้เพราะถูกออกแบบดูแลโดยรัฐนั้น ๆ  พร้อมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 นี้  ลักษณะคล้ายกับ Stablecoin หรือสินทรัพย์รับรอง  คือ มูลค่าจะถูกหนุนหลังด้วยเงินบาทในอัตราส่วน 1:1 สามารถใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้ในชีวิตประจำวัน  เพื่อใช้แทนเงินสดบนโลกออนไลน์จึงจะมีคุณสมบัติเหมือนเงินสดไทยบาท  และมีความผันผวนที่น้อยกว่าคริปโต ตัวอื่นๆ อีกด้วย  .  โดยสิ่งที่ผู้ลงทุนที่สนใจ ลงทุน บาทคอยน์ ควรรู้ไว้ก่อนว่า  1. เหรียญบาทคอยน์ตัวนี้จะไม่มีดอกเบี้ยให้ เพราะจะทำหน้าที่เหมือนเราถือเงินสด เพียงแต่เป็นรูปแบบออนไลน์  เพราะฉะนั้นอาจจะพูดได้ว่า บาทคอยน์ เหมาะกับการใช้จ่าย มากกว่าการนำมาเกร็งกำไร หรือการลงทุน  2. ทุก ๆ 100 บาทดิจิทัลที่ออกไป จะต้องมีเงินสด 100 บาท เก็บสำรองเอาไว้ในบัญชีธนาคารแห่งประเทศไทย  3. จะมีการจำกัดปริมาณการถือหรือการถอน เพื่อป้องกันการถอนเงินปริมาณมากที่จะส่งผลต่อสภาพคล่องของระบบ และดำเนินการกระจายเหรียญผ่านตัวกลาง เช่นสถาบันทางการเงินของไทย  4. ความผันผวนจะเป็นไปตามตลาดค่าเงินสกุลเงินของประเทศเพราะถูกหนุนหลังด้วยเงินสกุลหลักของประเทศ เช่นเงินบาทแข็งตัว หรืออ่อนตัวเป็นต้น  5. ได้มีการนำ Blockchain และ Distributed Ledger Technology (DLT) มาใช้ และได้พัฒนามาเป็น ‘Retail CBDC’ หรือ “เงินบาทดิจิทัล” นั่นเอง โดยผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีแบบรวมศูนย์ (Centralized) และกระจายศูนย์ (Decentralized)  ส่งผลให้ประชาชนได้ใช้สื่อการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพสูงสุด  ข้อควรรู้ หากเงินบาทคอยน์ เป็นที่นิยมจะทำให้การถือเงินสด  ที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญที่ใช้ในชีวิตประจำวันในเวลานี้จะเสื่อมค่าลงได้เร็วยิ่งขึ้น  #การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

2022-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

SHIB เตรียมความพร้อมสู่เหรียญคริปโตที่ใช้ในชีิวิตจริง

Shiba Inu ($SHIB) “การแลกเปลี่ยน Crypto ที่ยาวที่สุดในโลก”  Bitstamp เผย Shiba Inu ($SHIB) กับ “การแลกเปลี่ยน crypto ที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในโลก”  พร้อมเผยจะเตรียมความพร้อมเป็นเหรียญในชีวิตจริง  .  Shiba Inu ($SHIB) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก meme หลังจากเริ่มวางแผนที่จะทำเช่นนั้นในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว  การประกาศของการแลกเปลี่ยนที่บอกว่าจะสนับสนุน SHIB รวมถึงสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในรายการแล้ว  ได้แก่ dYdX ($ DYDX), Gala ($ GALA) และ Perpetual Protocol ($ PERP)  .  ที่มาครั้งนี้หยิบยกมาจาก เว็บเทรดชื่อดัง  Bitstamp ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2011 ได้จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรในปี 2013 และในลักเซมเบิร์กในปี 2014  มีให้บริการแก่ผู้คนในกว่า 100 ประเทศและปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่าสี่ล้านคนทั่วโลก  .  Bitstamp ประกาศครั้งแรกว่ากำลังแสดงรายการ SHIB ในบล็อกโพสต์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2021 และในขั้นต้นเริ่มอนุญาต  ให้ฝากก่อนที่จะแสดงรายการในวันถัดไป ประมาณหกชั่วโมงต่อมาก็มีข่าวร้ายถึงแฟน ๆของ $SHIB  .  โดยสังเกตว่าพบปัญหาทางเทคนิคที่จะบังคับให้เปิดตัวล่าช้า  ในบล็อกโพสต์ประกาศรายชื่อใหม่ Bitstamp ตั้งข้อสังเกตว่า Shiba Inu เป็นโครงการ ซึ่งเริ่มต้นจากความร่าเริงอย่างเต็มที่ มีภาพสุนัขที่สวยงาม  แต่ตอนนี้มีชุมชนขนาดใหญ่และมีชีวิตชีวาอย่างไม่น่าเชื่ออยู่เบื้องหลัง  .  เมื่อความนิยมเพิ่มขึ้น คำขอจากชุมชน Bitstamp ของเราก็ขอให้แสดงโทเค็นในการแลกเปลี่ยนของเราเช่นกัน ดังนั้น คุณเองก็สามารถเป็นเจ้าของ SHIBA INU  ที่น่าภาคภูมิใจและเป็นตัวแทนของ ShibArmy ได้แล้ว (ตอนนี้ไม่รวมสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์)  .  เมื่อต้นมิถุนายนนี้ Shiba Inu เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ Chipotle ซึ่งเป็นเครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสไตล์เม็กซิกันยอดนิยมเริ่มรับชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล  ผ่านบริษัทชำระเงินดิจิทัล Flexa ซึ่งรองรับประมาณ 98 สกุลเงิน รวมถึง $SHIB  .  นอกจากนี้ สโมสรฟุตบอลบราซิล São Paulo FC เริ่มรับชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลผ่าน Bitso แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในละตินอเมริกา  สินทรัพย์ที่ยอมรับ ได้แก่ สกุลเงินที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Meme เช่น Dogecoin ($ DOGE) และ Shiba Inu  .

2022-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ราชกิจจาฯ อนุมัติไทยกู้เงินญี่ปุ่น 1.3 หมื่นล้านบาท!

ราชกิจจาฯ อนุมัติไทยกู้เงินญี่ปุ่น 1.3 หมื่นล้านบาท!  เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกู้เงินจากรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับ COVID-19 Crisis Response Emergency Support Loan ความว่า  .  เพื่ออนุวัติตามนัยมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ประกอบมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า  .  กระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564  .  กระทรวงการคลังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 โดยมีสาระสำคัญและเงื่อนไขของการกู้เงิน ดังต่อไปนี้  .  ๑.เป็นเงินกู้สกุลเงินเยน จำนวน 50,000 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 13,432.35 ล้านบาท (คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทกับเงินเยน ณ วันลงนามในสัญญา คือ 26.8647 บาท ต่อ 100 เยน) อายุเงินกู้ 15 ปี ระยะปลอดการชำระคืนเงินต้น 4 ปี  .  ๒.อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 0.01 ต่อปี กำหนดชำระปีละ 2 งวด โดยชำระในวันที่ 20 พฤษภาคม และวันที่ 20 พฤศจิกายน ของแต่ละปี  .  ๓.อัตราค่าธรรมเนียมการกู้เงิน (Front-End Fee) ร้อยละ 0.20 ของวงเงินกู้โดยต้องชำระภายใน 60 วัน หลังจากสัญญาเงินกู้มีผลบังคับใช้  .  ๔.กำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ทุกวันที่ 20 พฤษภาคม และวันที่ 20 พฤศจิกายนโดยชำระต้นเงินกู้งวดแรกในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 และชำระคืนต้นเงินกู้งวดสุดท้ายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2580  .  ๕.เพื่อนำไปใช้จ่ายสำหรับแผนงาน/โครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564

2022-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก

พนักงานออกมาแฉ โด ควอน ให้โอนเงินออกจากบริษัททุกเดือนก่อนการล่มสลายของ UST

พนักงานออกมาแฉเอง!! ก่อน UST , Terra ล่มสลายมีการโอนเงินออกจากบริษัททุกเดือนมูลกว่า  100 พันล้านวอน หรือนี่คือสถานการณ์ฟอกเงิน?  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) มีรายงานว่าจับได้ว่ามีการฟอกเงินของ CEO Kwon Do-hyeong ในขณะที่หน่วยงานสืบสวนของสหรัฐฯ ยังได้เริ่มการสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่มสลายของสกุลเงินดิจิทัล Terra และ Luna  เมื่อวันที่ 9 JTBC รายงานว่า “เมื่อเร็ว ๆ นี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ได้ทำการสำรวจวิดีโอระยะไกลเกี่ยวกับนักออกแบบหลักของ Terra และมุ่งเน้นไปที่การสอบถามเกี่ยวกับโครงสร้างการออกแบบที่ไม่ดีของ Terra”  ก่อนหน้านี้ นักพัฒนา คนสำคัญได้เปิดเผยผ่าน JTBC ว่า “เราคาดการณ์การล่มสลายของ Terra และ Luna และชี้ให้เห็นถึงอันตรายต่อ CEO Kwon Do-hyung หลายครั้ง แต่พวกเขาถูกละเลย”  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก.ล.ต. ยังพบสถานการณ์ที่เงินทุนของบริษัทประมาณ 1 แสนล้านวอนถูกใช้ไปทุกเดือนสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเมื่อไม่กี่เดือนก่อน Terra ล่มสลาย นี่เป็นส่วนหนึ่งของความสงสัยของควอนเรื่อง การฟอกเงิน  ก.ล.ต. ได้รับรองแถลงการณ์ภายในว่า “เงินไหลเข้ากระเป๋าเงินดิจิตอลของเขาหลายสิบใบ” JTBC รายงาน  นักพัฒนาคนนี้ได้กล่าวเพิ่มเติม ว่า “(CEO Kwon Do-hyung) ยังไม่ได้รับเงินอย่างเป็นทางการจากบริษัท ไม่มีชุดโทเค็นสำหรับเขา”  ก.ล.ต. ได้สอบสวน Kwon Do-hyung ในข้อหาละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว โดยตัดสินว่าบริการบล็อคเชนที่ทำให้สามารถซื้อหุ้นสหรัฐกับ Terra ได้นั้นเป็นการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์  หากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์แล้ว มีความเป็นไปได้ที่ควอนอาจถูกลงโทษตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา  ก.ล.ต. เรียกตัวควอนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่ทราบดีว่าควอนไม่ตอบโต้และมีท่าทีที่จะฟ้อง ก.ล.ต. กลับอีกต่างหาก  พนักงานในบริษัทฯ สันนิษฐานว่าควอนอาจตั้งใจให้เกิดการล่มสลายของ LUNA เพราะเขาได้เมินเฉยต่อคำเตือน  ของพนักงานว่าโครงสร้างของเทอร์รานั้นมีข้อบกพร่อง และการให้ดอกเบี้ยผู้ใช้งานที่อัตราคงที่ 20% ต่อปี   นั้นมากเกินไป สุดท้ายควอนก็ยังมีคำสั่งให้ลงมือทำต่อไป โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง   ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการล่มสลายครั้งนี้

2022-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก

หนุ่มเล่าประสบการณ์ เริ่มเทรดฟิวเจอร์ 5 พัน! แต่กลับทำเงินทะลุแสน!

หนุ่มเล่าประสบการณ์ เริ่มเทรดฟิวเจอร์ 5 พัน! แต่กลับทำเงินทะลุแสน!  วันนี้ WikiBit แอบมาให้กำลังใจ ท่านนักสู้เทรดเดอร์ที่กำลังหมดกำลังใจ ในช่วงตลาดหมีนี้อยู่ว่า  จะไปต่ออย่างไรดี แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่บ้างไม่เชื่อคุณมาลองฟังประสบการณ์ของหนุ่มคนนี้ดูนะคะ  .  วันนี้เราหยิบเรื่องราวจากในกลุ่มเทรดคริปโตชื่อดังกลุ่มหนึ่งที่มีท่านสมาชิกในกลุ่มชื่อว่า คุณ K.(นามสมมุติ)  มาเล่าประสบการณ์ในการเทรดฟิวเจอร์ของเขาที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งให้กับมิตรรักนักเทรดอย่างท่าน  .  มาเล่าจุดเริ่มต้น คือคุณ K. ได้เริ่มศึกษา เริ่มเทรด ตอนเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ไม่มีความรู้อะไรเลย สมัครก็ไม่เป็น  กราฟอะไรก็ดูไม่เป็น เล่นสปอทตอนแรก ก็คิดว่าจะฝากเงิน เติมเรื่อยๆ จนมันก็เอ ร่วงเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร เราคิดจะ ถือยาว  .  จำมาเริ่มศึกษาอินดิเคเตอร์ ก็เริ่มเข้าใจ ทำกำไรจากฟิวเจอร์ได้บ้าง จนสุดท้าย เล่นไปเล่นมา ก็เสียหมด เติมเงินใหม่  ที่ละ 5500฿ บ้าง 10000฿บ้าง ก็เสีย จนไปเสียไม้ช็อตลูน่าหนักสุด รวมๆ 7-80000฿ จนท้อเลยพักหันมานั่งศึกษาเรื่อง  Elliott wave อย่างจริงจัง และศึกษา เรื่อง qml ema ทุกศาสตร์ ทำสมาธิ ฝากการเมเนจเงิน ก็มาเทรดใหม่  .  หาแนวทาง ก็ยังเสีย และจดข้อผิดพลาดๆ ทุกๆข้อ และค่อยๆ แก้ไข ฝึกการทำ scal degrees  จาก Elliott wave ฝึกสืบคลื่น เทรดแบบไหนให้ไม่เครียด ให้สนุกไปกับมัน ผมเสียทั้งหมด ในฟิวเจอร์และในสปอท  ยอดรวมราวๆแสนกว่าบาท เกือบ2แสน ยังถือว่าน้อยถ้าเทียบกับ  .  ใครหลายๆคน แต่สำหรับผมมันเป็นเงินที่เยอะมากๆเลย กว่าจะฟื้นฟูจิตใจให้กลับมามีกำลังใจในการเทรดได้อีก  และเรื่องราวดีดี ในวันนี้ที่ผมจะแชร์ ว่าผมกลับมาใส่ใจกับการศึกษา หาความรู้ เพิ่มเติม  จนจากเงินที่เสียจนหมด เหลือแค่ 1500฿ แล้วคิดว่าเออเสียอีก1500฿จะเอาก็เอาไปเลยพอแล้ว  .  สุดท้ายคุณ K.แล้วก็เล่นแบบมีวินัย ไม่แพนิค ตามแผนทุกอย่าง  จนกลับมาได้ และคาดหวังว่า คนที่กำลังท้อและเสียใจกับการสูญเสีย  จะกลับมามีกำลังใจยิ่งขึ้นจาก โพสต์ของเขา  ความสำคัญในการเทรดคือ ต้องมีสติ และอย่าแพนิคกับตลาดมากเกินไป  สำคัญคือความรู้ และความมั่นใจในการศึกษาการเทรดในพอร์ตของตัวเอง!  #การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

2022-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก

ตลาดแบบนี้ยิ่งต้องควรหนี DeFi ประเภทไหนดี

ตลาดแบบนี้ยิ่งต้องควรหนี DeFi ประเภทไหนดี  .  วันนี้เราขอหยิบยกบทความจากคุณ Kim daddy ที่ได้เขียนในหัวข้อที่ว่าประเภท Defi ที่ควรหลีกเลี่ยงซึ่งมีความน่าสนใจว่าท่ามกลางตลาดแบบนี้  นักลงทุนมือแพลตฟอร์มแนวไหนยังไม่ควรลงทุน  .  1. Cross-Chain Bridge  ถึงแม้ว่า APR จะน่าดึงดูดเท่าไหร่แต่กลุ่มนี้ขึ้นชื่อเรื่องการโดนแฮคมากทั้ง Multichain (ชื่อเก่าคือ Anyswap), Ronin, Wormhole  และล่าสุด Evodefi ก็โดนไปด้วย ด้วยความที่การ Birdge Token ข้ามเชนนั้นมันไม่ใช่การข้ามไปจริง เป็นเหมือนการ Lock Token ฝั่งนี้แล้วส่งคำสั่งไป Unlock Token  ที่คุณลักษณะเหมือนกันฝั่งตรงข้าม จุดอ่อนคือหากเราสามารถส่งคำสั่งปลอมๆให้ Unlock ได้ก็จบ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงอื่นๆอีกเช่น Private Key  หลุดแบบ Ronin ก็เป็นไปได้หรือเสกเหรียญขึ้นมาเอง เป็นต้น  .  2. DeFi 2.0 รวมทั้งท่ายากต่างๆ  ปกติแล้วแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาใหม่ๆจะมีการ Fork โค้ดของแพลตฟอร์มที่อยู่มานานแล้วเพราะทำได้เร็วและมีบทพิสูจน์เรื่องไม่มีช่องโหว่  เป็นระยะเวลานาน เช่น Fork Uniswap v2 สำหรับกลุ่ม Dex, Fork Compound/Aave สำหรับ Lending Protocol แพลตฟอร์มใหม่ๆที่ Fork โค้ดเหล่านี้ “ทั้งหมด”  น่าจะพอเชื่อใจได้มาก แต่ก็มีบางแพลตฟอร์มที่นำไปต่อยอดหรือปิดช่องโหว่ต่าง ซึ่งยิ่งทำยากเท่าไหร่  ความเสี่ยงในการโดนแฮคก็มากขึ้นเท่านั้น เช่น กลุ่ม DeFi 2.0 เช่น OlympusDAO ก็มีช่องโหว่, Abracadabra ก็พอได้แต่เหรียญ Spell  และอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดจะไม่ดี แต่รอให้มั่นใจก่อนก็ยังไม่สาย  .  3. Algorithmic Stablecoin  Stablecoin กลุ่มนี้จะไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกันแต่จะพึ่ง Algorithm ในการรักษามูลค่าให้คงที่ให้ได้ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีโมเดลไหนที่ยั่งยืนได้จริง  ทั้ง Bond & Share อย่าง BAC, Mint & Burn แบบ UST และ Elastic Supply แบบ AMPL ล้วนแต่ไม่สามารถรักษามูลค่าได้เลย  ขนาดกลุ่มที่ใช้ Algorithm แค่ 25% อย่าง Iron ก็มูลค่าหายทั้งหมด 25% เช่นกัน ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะยังมีบางตัวที่เหลือรอดและพยายามปิดช่องโหว่อยู่  แต่ก็ยังวางใจมากไม่ได้ ดังนั้นถ้าควรเลือกกลุ่มที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเช่น Fiat-Backed หรืออย่างน้อย Crypto-Backed ก็ยังดี  .  4. Lending Protocol  แพลตฟอร์มที่ทำตัวเหมือนธนาคารเปิดรับฝากและปล่อยกู้นั้นดูเผินๆอาจจะไม่มีความเสี่ยงอะไร แต่บางประเภทที่รับประกันว่าจะให้ดอกเบี้ย  คงที่นั้นต้องดูดีๆว่าดอกเบี้ยสูงกว่าตลาดมากรึเปล่าเพราะถ้าสัญญาว่าจะให้ดอกเบี้ยฝากที่สูงมาก  อาจจะเกิดการกู้จากที่อื่นเพื่อมาฝากที่นี่จนแพลตฟอร์มรับภาระค่าดอกเบี้ยฝากไม่ไหวแล้วตายลงในที่สุด  หรือการฝากแบบลอยตัวก็มีจุดที่อยากให้ลองสังเกตอีกเช่นกันนั่นคือ Utilization Rate หรือก็คือสัดส่วนคนฝากและคนกู้  หากมันเกือบ 100% ตลอดเวลา มีโอกาสที่เราเอาไปปล่อยกู้แล้วแทบจะไม่ได้คืนเพราะมีคนกู้ทันที มีตัวอย่างในปัจจุบันคือ Vires Finance  ที่ตอนนี้ฝาก USDC และ USDT ได้ดอกเบี้ยฝาก 40%+ ดังนั้กลุ่มนี้ก็ยังต้องศึกษาดีๆก่อนลงทุน  5. เหตุการณ์ Black Swan  ถึงแม้ว่าเราจะเลือกแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยแล้ว, เปิดมานาน, Fork โค้ดมาจากแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้และมี TVL สูง  แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันคาดคิดได้เสมอ แม้ว่ามันจะมีโอกาสเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้น  ความเสียหายก็แทบจะทำให้เจ๊งกันไปเลย เราจะเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ว่า Black Swan เช่น  ล่าสุด Valleyswap ที่ Fork Goose Finance มาปกติแต่กลายเป็นเหรียญที่เพิ่มสภาพคล่องเป็นเหรียญที่เสกขึ้นมาลอยๆก็โดน Exploit ได้  ย้อนกลับไปหน่อย Venus เป็นแพลตฟอร์กู้ยืม Fork Compound มาทุกอย่าง ไม่มีช่องโหว่เลย แต่ติดที่ Chainlink  ที่เป็นคนบอกราคาเหรียญ LUNA ให้ Venus เกิดหยุดทำงานทำให้ Venus ได้ข้อมูลไม่อัพเดทโดยรู้แค่ Luna ราคา 0.107 ดอลลาร์  ในขณะที่ตอนนั้นลงไปที่ 0.01 ดอลลาร์แล้ว คนปล่อยกู้เลยขาดทุนทันที  ย้อนไปอีก Beanstalk แพลตฟอร์มเจ้าของ Bean Stablecoin ที่เป็นแบบ Algorithm  ซึ่งยังต้องพิสูจน์ตัวเองว่าจะรอดหรือไม่กลับโดนโจมตีทางการโหวต Proposal โดยซุกโค้ดที่สามารถแอบ Mint Bean ขึ้นมาได้ไม่จำกัด  เป็นอีกหนึ่งการโจมตีรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยโดนมาก่อน  และอื่นๆอีกมากที่เกิดขึ้นในอดีต และไม่แน่ว่าจะเกิดอีกหลายครั้งในอนาคต  .  .  ที่มา : KIM DEFI DADDY

2022-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
3234
...
142