ปริมาณธุรกรรมของ Stablecoin เพิ่มขึ้นเกือบ 33% ในเดือนสิงหาคม

ปริมาณธุรกรรมที่ของ stablecoin พุ่งสูงขึ้นในเดือนสิงหาคม โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 866.2 พันล้านดอลลาร์ จากรายงานของ The Block Research ปริมาณเหรียญ stablecoin ที่ปรับแล้วเพิ่มขึ้น 32.9% จาก 655.2 พันล้านดอลลาร์เป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 866.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม การเพิ่มขึ้นนี้น่าจะเกิดจากการคว่ำบาตรของ Tornado Cash โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ    หลังจากการคว่ำบาตรนั้น Stablecoin velocity ซึ่งเป็นการวัดปริมาณการทำธุรกรรมรายวันหารด้วยอุปทานปัจจุบันของ Stablecoin มีการเพิ่มขึ้นสำหรับ DAI, USDC และ USDT — ส่วน Stablecoin อื่น ๆ ทั้งหมดลดลง ซึ่ง The Block Research ระบุว่าสิ่งนี้ส่วนใหญ่มาจากการคว่ำบาตรของ Tornado Cash  ข้อมูลจาก : https://www.theblock.co/  

2022-09-05การวิเคราะห์เชิงลึก

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เริ่ม 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจให้มีความชัดเจนและเหมาะสม สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของต่างประเทศ และเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 และสำหรับโฆษณาที่มีมาก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับต้องแก้ไขให้เป็นไปตามที่กำหนดภายใน 30 วันนับจากวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ  ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีการโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ในวงกว้าง ซึ่ง ก.ล.ต. ได้พบประเด็นปัญหาจากการโฆษณา เช่น ไม่มีคำเตือนเรื่องความเสี่ยงของคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งมีความผันผวนสูง หรือคำเตือนมีขนาดเล็กเกินไป รวมถึงเนื้อหาโฆษณาที่แสดงข้อมูลเพียงด้านบวก จึงอาจเป็นการชักชวนประชาชนใช้บริการหรือซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี โดยที่ยังไม่ได้พิจารณาข้อมูลและความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้  ก.ล.ต. จึงออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาและการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามหลักการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 และวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ได้มีมติเห็นชอบและปรับปรุงตามข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการโฆษณาให้มีความชัดเจนและเหมาะสม สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของต่างประเทศ และเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อขาย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้  (1) การโฆษณาต้องไม่เป็นเท็จ ไม่เกินความจริง ไม่บิดเบือน ไม่ปิดบัง หรือทำให้สำคัญผิดในสาระสำคัญ และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ ให้ระบุเฉพาะจำนวนลูกค้าที่ได้รับอนุมัติให้เปิดบัญชีและพร้อมใช้บริการแล้วเท่านั้น  (2) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะจัดให้มีการโฆษณา ต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการโฆษณาและค่าใช้จ่ายในการโฆษณา รวมถึงรายละเอียดการจ้างบุคคลที่มีผลต่อการตัดสินใจต่อผู้ใช้บริการ (blogger หรือ influencer) ต่อ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และเงื่อนเวลา ที่กำหนด  (3) กำหนดให้มีคำเตือนความเสี่ยงในการลงทุนประกอบการโฆษณา โดยรูปแบบการนำเสนอต้องชัดเจน และสังเกตได้ง่าย ต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วน โดยหากมีการแสดงข้อมูลด้านบวกหรือโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทน ต้องมีการแสดงข้อมูลด้านลบหรือความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กัน (balanced view)  (4) กำหนดให้การโฆษณาคริปโทเคอร์เรนซีสามารถทำได้ในช่องทางทางการของผู้ประกอบธุรกิจ (official channel) เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้การโฆษณาคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความผันผวนสูงเข้าถึงประชาชนเป็นวงกว้าง และป้องกันไม่ให้เกิดการส่งเสริมหรือการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อขายแบบฉับพลัน (impulsive buying) ขณะที่การโฆษณาเกี่ยวกับการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจยังคงสามารถทำได้ในพื้นที่สาธารณะและช่องทางอื่น ๆ  (5) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดูแลผู้จัดทำโฆษณา หรือผู้จัดให้มีการโฆษณาเพื่อผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งรวมถึงบริษัทในกลุ่ม บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกิจการ และผู้ที่มีบทบาทหลักที่ปรากฏในโฆษณา ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด  (6) ยกเลิกการจัดให้มีผู้แนะนำรายชื่อลูกค้า (introducing broker agent: IBA) ของผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการคริปโทเคอร์เรนซี สำหรับการให้บริการโทเคนดิจิทัลยังจัดให้มี IBA ได้  ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป โดยได้มีการกำหนดบทเฉพาะกาล สำหรับกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีการเผยแพร่โฆษณาอยู่ก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ ให้ปรับปรุงหรือแก้ไขการโฆษณาดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดภายใน 30 วันนับจากวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ  ข้อมูลจาก : https://www.sec.or.th/

2022-09-02การวิเคราะห์เชิงลึก

แก่ก็มีหัวใจ ! ลุงอายุ 70 ถูกสาวสวยหลอกลงทุนในคริปโต สูญเงินเกือบ 5 ล้าน TT

แก่ก็มีหัวใจ ! ลุงอายุ 70 ถูกสาวสวยหลอกลงทุนในคริปโต สูญเงินเกือบ 5 ล้าน TT  นายสมชาย (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.65 ตนได้ถูกหญิงสาวรายหนึ่งทักมาหาทางข้อความในเฟซบุ๊กโดยรูปโปรไฟล์เป็นรูปหญิงสาวหน้าตาเหมือนหน้าแบบลูกครึ่ง ก่อนหญิงสาวรายนี้จะขอเปลี่ยนการพูดคุยจากข้อความในเฟซบุ๊กมาเป็นไอดีไลน์ไลน์แทน จากนั้นมาหญิงสาวรายนี้ก็ทักไลน์มาหาตนเข้า กลางวัน เย็น รวมทั้งกลางคืนเพื่อชวนคุยเรื่องทั่วไป บางครั้งก็เริ่มเรียกตนว่าที่รักเป็นประจำ จนเริ่มสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง จากนั้นหญิงสาวรายนี้ก็เริ่มชวนตนพูดคุยถึงเรื่องการงานและการลงทุนเทรดเหรียญคริปโตเพื่อเก็งกำไร ซึ่งตัวเขาเป็นนักธุรกิจหญิงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่  นายสมชายเผยว่า จากนั้นหญิงสาวรายนี้ได้ให้ตนเข้าโหลดแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับการเทรดเหรียญจากแอปสโตร์มาติดตั้งในมือถือ โดยได้สอนให้ตนลงทุนหัดเทรดเหรียญ แต่มีข้อตกลงกันว่าถ้าได้กำไรจากการเทรนด์มาจะต้องนำมาแบ่งกันคนละครึ่ง ซึ่งเมื่อตนโหลดแอปมาติดตั้งเรียบร้อย แล้วหญิงสาวรายนี้ได้ให้ตนติดตั้งแอปเพิ่มอีกตัวหนึ่งโดยอ้างว่าเป็นแอปที่ติดตั้งไว้เพื่อดูยอดเงินและกำไรในการเทรนด์ ด้วยความที่ตนหลงเชื่อใจในวันที่ 3 ก.ค. จึงทดลองโอนเงินไปเล่นครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 18,000 บาท และได้กำไรกลับมา 20% ซึ่งยอดเงินในแอปก็เพิ่มขึ้น ตนเห็นว่าได้กำไรดี ประกอบกับหญิงสาวมาชักชวนให้ตนลงทุนซื้อเหรียญเพิ่ม ตนจึงได้โอนเงินไปซื้อเหรียญเพิ่มอีก เป็นเงินจำนวน 330,000 บาทตามที่หญิงสาวชักชวน แต่เป็นชื่ออีกบัญชีหนึ่ง  ซึ่งเมื่อตนสอบถามหญิงสาวก็ให้เหตุผลว่าเขาเองมีเหรียญไม่พอต้องซื้อจากคนอื่นมาเพิ่มอีกทอดหนึ่ง จากนั้นยอดเงินในแอปที่ตนลงทุนไปก็มีกำไรเพิ่มขึ้นอีก ต่อมามีเงินโอนเข้าในบัญชีตนจำนวน 17,000 บาท ซึ่ง หญิงสาวบอกว่าเป็นในส่วนของกำไรที่แบ่งกันก็ยิ่งทำให้ตนเชื่อใจเพิ่มขึ้น จากนั้นหญิงสาวก็ได้โทรมาชักชวนให้ตนลงทุนเพิ่มอีก โดยอ้างว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังทำกำไรได้ดี ต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ และหากได้กำไรครบตามเป้าที่ตั้งเอาไว้แล้วก็จะถอนเงินทั้งหมดออกมาแบ่งกันคนละครึ่ง ทำให้หลงเชื่อโอนเงินเข้าไปซื้อเหรียญเพิ่มอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 150,000 บาท เป็นเงิน 300,000 บาท  นายสมชายเผยอีกว่า หลังจากตนลงทุนเพิ่มในครั้งหลังไปอีก 3 แสนบาท ปรากฎว่าได้กำไรกลับมาถึง 50 % โดยยอดเงินในแอปเพิ่มขึ้นไปถึง 14 ล้านบาท ตนเองจึงคิดว่าได้กำไรขนาดนี้แล้วควรจะหยุดเล่นแต่กลับถูกหญิงสาวรายนี้หว่านล้อมหลอกล่อให้ลงทุนเพิ่มอีกเนื่องจากยอดกำไรยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ ทำให้ตนชักเริ่มเอะใจ ไม่ลงทุนเพิ่มและหยุดเทรดไปหลายวัน แต่หญิงสาวรายนี้ก็พยายามทักแช็ตและไลน์มาคุยตลอดเวลาโดยพยายามโน้มน้าวให้ตนลงทุนอีกครั้งเพื่อทำยอดกำไรให้ได้เพิ่มตามเป้าแล้วจะหยุดโอนเงินทันที จนกระทั่งวันที่ 6 ก.ค. ตนจึงได้โอนเงินเพิ่มเข้าไปอีกจำนวน 1 ล้านบาท และโอนเพิ่มอีกครั้งเป็นเงินจำนวน 550,000 บาท  ปรากฎยอดเงินในแอปเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงินถึง 28 ล้านบาท ทำให้ตนต้องการถอนเงินออกและหยุดเล่น แต่หญิงสาวรายนี้ยังได้พยายามชักชวนตนให้นำเงินมาลงทุนต่อโดยบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เหรียญกำลังมีกำไรสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ตนเห็นว่ายอดเงินและกำไรสูงมากแล้วจึงขอหยุด แต่ถูกหญิงสาวอ้างว่าขอทำเป้าให้ถึง 50 ล้านแล้วจะหยุด ขอให้ตนลงทุนเพิ่มอีก ตนทนหญิงสาวรบเร้าไม่ไหวจึงตัดสินใจโอนเงินอีกครั้งในวันที่ 8 ก.ค. เป็นเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท และวันที่ 13 ก.ค. จำนวน 1 ล้านบาท และวันที่ 14 ก.ค. ซึ่งเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายอีกจำนวน 5 แสนบาท รวมยอดโอน 9 ครั้งเป็นเงิน 4,898,000 บาท  นายสมชาย กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นต่อมายอดเงินในแอปซึ่งตนมาคิดได้ในภายหลังว่าน่าจะเป็นแอปปลอมที่ถูกหลอกให้ติดตั้งมียอดเงินขึ้นไปถึง 50 ล้านบาท ตนจึงรีบแจ้งให้หญิงสาวหยุดเทรดและให้ถอนเงินออกมาแบ่งกันได้แล้ว แต่หญิงสาวแจ้งกับตนมาว่า ทางแอปจะอนุมัติให้ถอนเงินออกได้ครั้งละ 5 แสนเหรียญ คือประมาณ 14 ล้านบาท ตนจึงตอบตกลงแต่เมื่อดำเนินการถอนแอปมีข้อความเแจ้งมาว่าให้ชำระภาษีเงินได้จากกำไรทั้งหมดก่อนจำนวน 20% จึงจะสามารถถอนเงินออกมาได้ ซึ่งเมื่อตนนำยอดกำไรทั้งหมดมาคำนวนจ่ายภาษีดู ก็พบว่าจะต้องจ่ายค่าภาษีถึงจำนวน 8 ล้านบาทถึงจะถอนเงินจำนวน 50 ล้านบาทออกมาได้ ตนจึงให้หญิงสาวแจ้งกับทางแอปไปว่าให้หักเงินภาษีออกจากยอดเงิน 50 ล้านแทนได้เลย แต่หญิงสาวบอกว่าทำไม่ได้ ทางแอปไม่ยินยอมต้องหาเงินจำนวน 8 ล้านบาทมาจ่ายภาษีก่อนเท่านั้น ซึ่งตนก็หมดเงินเก็บที่มีทั้งหมดไปแล้ว แต่กลับถูกหญิงสาวรายนี้ให้ไปจำนองบ้านหรือกู้ยืมเงินนอกระบบมาจ่ายค่าภาษีที่ค้างอยู่ จึงทำให้ตนเริ่มสงสัยเกี่ยวกับการหลอกลงทุนเทรดเหรียญ จึงได้ลองหาข้อมูลในโซเชียลพบว่ามีกลโกงแบบนี้เป็นจำนวนมาก  จากนั้นเมื่อหญิงสาวรายนี้เห็นว่าตนคงไม่สามารถหาเงินอีกจำนวน 8 ล้านบาทมาได้ จึงบล็อกการติดต่อตนทุกช่องทาง ตนจึงได้ตัดสินใจไปเข้าแจ้งความในเบื้องต้น แต่คดีไม่คืบ จึงได้ติดต่อขอคำปรึกษาจากผู้สื่อข่าวเพื่อให้นำเรื่องราวของตนเป็นอุทาหรณ์เตือนใจนักลงทุนหน้าใหม่ทั้งหลายที่หวังจะหารายได้ทางนี้ รวมถึงภัยจากมิจฉาชีพในโลกโซเซียลที่แฝงตัวมาทำให้เชื่อใจหรือหลอกเอาทรัพย์สินด้วยกลวิธีต่างๆ นอกจากนี้ตนยังได้เตรียมเข้าปรึกษาทนายเพื่อขอความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ให้ตรวจสอบบัญชีที่ตนได้โอนเงินไปลงทุนซื้อเหรียญเพื่อตามหาตัวหญิงสาวรายนี้ต่อไป ตนไม่คิดว่าเงินเก็บที่เก็บมาทั้งชีวิตเพื่อใช้ในช่วงปั้นปลายของชีวิตจะมาถูกมิจฉาชีพในคราบหญิงสาวหลอกให้ลงทุนไปจนหมดแบบนี้.  ข้อมูลทั้งหมดจาก : www.one31.net

2022-08-08การวิเคราะห์เชิงลึก

จริงหรือไม่ ? Zipmex ตั้งใจมาโกยเงิน ทั้งๆที่รู้ว่าจะเกิดการล้มละลาย !!

ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงในชุมชนโลกคริปโตไทยในวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องของที่เกิดขึ้นกับ Zipmex ซึ่งปัจจุบันลูกค้ายังไม่สามารถที่จะถอนเงินออกจากในส่วนของกระเป๋าเงิน Z Wallet ออกมาได้  ซึ่งประเด็นนี้ร้อนไปถึง “อาจารย์ตั๊ม พิริยะ” ได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น โดยเป็นการแชร์บทความ “ซิปเม็กซ์” ตั้งใจมาโกย ? แฉรู้ว่าคู่ค้าเจ๊งแต่ยังอัดแคมเปญรับฝาก เอฟเฟกต์ทำลายเชื่อมั่นคริปโตฯ มาจากสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ โดยมีคำถามที่ยังคงคาใจอยู่ 2 ประเด็นหลัก ๆ เกี่ยวกับกรณีของ Zipmex  1. Babel, Celcius ไม่ได้เพิ่งมาล่ม แต่หลังจากที่รู้สถานการณ์เป็นเดือนแล้ว ทำไมยังมีการพยายามชักชวนลูกค้าให้ย้ายเงินไป Z Wallet อย่างแข็งขัน ?  2. เงินของลูกค้าที่โอนไป Z Wallet หลังจากที่ Celcius ประกาศล้มละลาย และสถานการณ์ของ Babel เป็นที่ประจักษ์แล้ว แต่เงินยังถูกส่งต่อไปลงทุนในบริการเหล่านี้อีกเหรอ หรือเก็บไว้ที่ไหน? หรือเอามาให้คนส่วนหนึ่งสามารถถอนออกได้ทันก่อน ?  จากโพสต์ของ อ.พิริยะ เป็นคำถามที่น่าสนใจ และตรงใจใครหลายๆคน โดยเฉพาะนักลงทุนใน Zipmex ทำให้มีผู้คนเข้ามาคอมเม้น และแชร์เป็นจำนวนมาก ล่าสุดทาง ก.ล.ต. เริ่มมีการเคลื่อนไหวและออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้แล้ว โดยนี้มีคำสั่งให้ Zipmex เปิดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตาม Trading rules รวมถึงระบบฝากและถอนเหรียญ เพื่อเป็นการเพิ่มความคุ้มครองแก่ทรัพย์สินของลูกค้าและเพื่อประโยชน์ในการใช้บริการของลูกค้าในการซื้อขาย หรือฝากและถอนสินทรัพย์ดิจิทัล  สรุปประเด็นสำคัญจากแถลงการณ์อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด โดย ดร. เอกลาภ ยิ้มวิไล CEO และ Co-founder, Zipmex Thailand จาก Live วันที่ 25 กรกฎาคม 2565   1. ประเด็นความคืบหน้าด้านการลงทุน  จากประกาศเกี่ยวกับความคืบหน้าด้านการลงทุนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน เราได้มีการลงนาม MOU เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้ เราจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบสถานะ หรือที่เรียกว่า Due Diligence ในลำดับต่อไป ทั้งนี้ เราจะแจ้งให้ทุกท่านทราบถึงสถานะการเจรจาและระยะเวลาเมื่อเราได้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นภายหลังจากที่ข้อตกลงดังกล่าวเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย  2. ประเด็นการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ  ซิปเม็กซ์ ได้มีการชี้แจงสถานการณ์และความเคลื่อนไหวกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง ทั้งโดยวาจาและลายลักษณ์อักษร รวมถึงยังได้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวและความกังวลใจของลูกค้าในประเด็นต่างๆ และจะรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงเพื่อคลายความกังวลให้แก่ลูกค้าได้โดยเร็ว  3. ประเด็นคลายข้อกังวลของลูกค้า  เพื่อคลายความกังวลของทุกท่านและเพื่อแสดงความโปร่งใสในการแก้ไขสถานการณ์ ขอชี้แจงประเด็นต่าง ๆ จากคำถามที่ได้รับ ดังต่อไปนี้  ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง Zipmex, Babel Finance และ Celsius   ซิปเม็กซ์ได้ทำการฝากสินทรัพย์ดิจิทัลไว้กับ Babel Finance และ Celsius ตั้งแต่เริ่มให้บริการ ZipUp+ จนเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา Celsius ระงับการถอนจากแพลตฟอร์มทันทีที่ทราบข่าว และทางซิปเม็กซ์ได้มีการติดต่อไปยัง Celsius เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม ซิปเม็กซ์ได้มีการพิจารณาแล้วว่า งบดุลของทางบริษัทฯ ในขณะนั้น สามารถรองรับการสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ ซิปเม็กซ์จึงน้อมรับภาระขาดทุนนี้ด้วยงบของทางบริษัทฯ เอง ในกรณีของ Babel Finance ที่ได้มีการระงับการถอนนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซิปเม็กซ์จึงได้มีการติดต่อไปยัง Babel Finance เป็นระยะ ๆ และได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับทาง Babel Finance ต่อไป  ตอนนี้ที่แอดมินได้ลองติดตามจากกลุ่ม “ผู้เสียหายZipmex Thailand” ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหายกว่า 800 ราย มูลค่ารวมความเสียหายกว่า 700 ล้านบาท *ข้อมูลจากแบบลงทะเบียนผู้เสียหายของกลุ่ม ณ.วันที่ 26/07/2565 เวลา 11.40น. ซึ่งหากใครเป็นผู้เสียหายสามารถไปกรอกข้อมูลได้ที่กลุ่ม “ผู้เสียหายZipmex Thailand”  ข้อมูลจาก : siamblockchain.com และ Zipmex Thailand

2022-07-28การวิเคราะห์เชิงลึก

โดนอีกแล้ว !! พนักงานไฟฟ้าโคราชหลอกลงทุนคริปโตฯ เชิดเงินเกือบ 5 ล้านหนีหาย !

22 ก.ค.2565 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ นายวิรัตน์ (สงวนนามสกุล) พร้อมด้วย น.ส.กนกวรรณ (สงวนนามสกุล) และ นายสุนทร (สงวนนามสกุล) ชาวตำบลน้ำริด เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.อัศวนนท์ ขัตติ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อให้ดำเนินคดีเอาผิดกับนายพล (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี พนักงานไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้ร่วมลงทุนซื้อ-ขาย เงินดิจิทัล เพื่อนำกำไรหรือขาดทุนจากการประกอบการ ซื้อ-ขาย มาแบ่งปันกัน  โดยมีการทำหนังสือสัญญาร่วมทุนกันทั้ง 2 ฝ่ายไว้เป็นหลักฐาน และจะชำระคืนเป็นเงินที่ได้มีการลงทุนตามจำนวนมากหรือน้อยต่อเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน รอบจ่ายทุกวันที่ 30 ของทุกเดือน การถอนการเป็นหุ้นส่วนคู่สัญญาตกลงจะไม่ถอนหุ้นหรือทรัพย์สินที่นำเข้ามาเข้าหุ้นส่วนตามสัญญานี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาหรือเมื่อครบสัญญา การผิดสัญญา คู่สัญญาตกลงว่า หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดตามสัญญานี้ อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้  จากการร่วมลุงทุนซื้อ-ขาย เงินดิจิทัลครั้งนี้ มีผู้เสียหาย ทั้ง 3 ราย จากได้รับการชักชวนจากคนใกล้ชิดให้ร่วมลงทุน ประกอบกับ นายพล มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นถึงพนักงานไฟฟ้า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคงไม่กล้าเอาตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดูน่าเชื่อถือนี้มาหลอกลวงให้ร่วมลงทุนซื้อ-ขายเงินดิจิทัล เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาผลตอบแทนจากการลงทุนชนิดนี้มีการซื้อ-ขายกันมาก เหยื่อจึงหลงเชื่อร่วมทุนด้วย  โดยนายวิรัตน์ ร่วมลงทุนเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 4,200,000 บาท น.ส.กนกวรรณ ร่วมลงทุนเป็นเงิน 500,000 บาท และนายสุนทร ร่วมลงทุนเป็นเงิน 100,000 บาท โดยมีหลักฐานสลิปการโอนเงินผ่านเข้าสมุดบัญชีธนาคารของนายพล เมื่อครบกำหนดสัญญาเป็นเวลา 1 ปี ปรากฏว่า นายพล ไม่ดำเนินการแบ่งกำไรและเฉลี่ยผลขาดทุนระหว่างคู่สัญญา ให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุน ในการชำระคืนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 12 เดือน และเลยระยะเวลา 1 ปีมาแล้ว จึงมีการทวงถามกลับได้รับคำตอบว่ายังไม่พร้อมจะคืนเงินให้  ต่อมา ผู้เสียหายทั้ง 3 คน ได้เดินทางไปพบนายพล ที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อทวงถามเงินลงทุนจำนวนดังกล่าวที่จะคืนให้แต่ถูกปฏิเสธ โดยอ้างว่ายังไม่พร้อมที่จะคืนเงิน และให้เหตุผลว่าเกิดสภาวะการขาดทุน ทั้งนี้ ในหนังสือสัญญายังได้ระบุด้วยว่า หากไม่คืนเงินร่วมทุนภายในกำหนดให้ สามารถเรียกร้องเงินดังกล่าวคืนรวมทั้งค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการคืนเงินร่วมลงทุนดังกล่าวได้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 90 วัน เจ้าทุกข์ทั้ง 3 รายได้ติดต่อกับนายพล กลับเพิกเฉยละเลยไม่สนใจ เจ้าทุกข์ทั้งหมดจึงเชื่อว่าถูกนายพล หลอกลวงให้หลงเชื่อว่าจะหาเงินมาคืนให้ จึงได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในวันนี้ (22 ก.ค. 2022)  ด้าน ร.ต.อ.อัศวนนท์ ขัตติ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ในการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจากการลงทุนซื้อ-ขายเงินดิจิทัล หากตรวจสอบแล้วพบเข้าข่ายหลอกลวงให้หลงเชื่อเพื่อลงทุนซื้อ-ขายเงินดิจิทัล จะดำเนินคดีเอาผิดกับนายพล ต่อไป โดยจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานการโอนเงินดังกล่าวกับทางธนาคาร พร้อมตรวสอบข้อมูลกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา และพื้นที่อื่น หากพบมีเจ้าทุกข์แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดหลายคดี จะทำการรวบรวมสำนวนการสอบสวนและส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรวมเป็นคดีเดียวและเอาผิดในข้อหาหลอกลวงและฉ้อโกงต่อไป  ข้อมูลที่มาทั้งหมด : www.komchadluek.net

2022-07-25การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำความรู้จัก ! วาฬ Bitcoin คืออะไร และมีความสำคัญต่อตลาดอย่างไร ?

วาฬมักเกี่ยวข้องต่อความผันผวนของราคาฉับพลันในตลาดคริปโตและตลาดดั้งเดิมบ่อยครั้ง ด้วยความสามารถควบคุมราคาในตลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน Bitcoin (BTC) ทั่วไปที่จะเข้าใจความแตกต่างที่ทำให้วาฬตัวหนึ่งและผลกระทบโดยรวมต่อการซื้อขาย  กระเป๋าเงินที่มี BTC จำนวนมากจะถูกระบุว่าเป็นวาฬ การทุบราคาหรือทำรายการโอนจำนวนมากจากกระเป๋าเงินหนึ่งไปยังอีกกระเป๋าหนึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อราคา ส่งผลทำให้เกิดการสูญเสียสำหรับนักเทรด ด้วยเหตุนี้ การติดตาม BTC แบบเรียลไทม์ทำให้สามารถทำกำไรได้ท่ามกลางตลาดที่ผันผวน  แม้ว่า Bitcoin จะมีการกระจายอำนาจทั่วโลก การติดตามและตรวจสอบวาฬก็ทำให้เข้าถึงข้อมูลการซื้อขายจากการแลกเปลี่ยนและบริการ crypto มีสี่วิธีหลักในการติดตามกิจกรรมของวาฬ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบที่อยู่ของวาฬที่รู้จัก order books การเปลี่ยนแปลงมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอย่างกะทันหัน และการซื้อขายในการแลกเปลี่ยนคริปโต การตรวจสอบวาฬ และการติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดผ่านคำสั่งซื้อและการซื้อขายในการแลกเปลี่ยน crypto บ่งชี้ว่ามีการซื้อขายของวาฬที่เข้ามา ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากกำไรในช่วงที่ผันผวนได้

2022-07-24การวิเคราะห์เชิงลึก

FBI เตือน!! ระวังแอพ Crypto ปลอม มีนักลงทุนสหรัฐโดนหลอกไปแล้วกว่า 42.7 ล้านดอลลาร์

สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้ออกคำเตือนสาธารณะเกี่ยวกับแอพ cryptocurrency ที่ฉ้อโกง ซึ่งได้หลอกลวงนักลงทุนสหรัฐจากประมาณ 42.7 ล้านดอลลาร์จนถึงตอนนี้  ตามคำแนะนำที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมโดยหน่วยงานด้านหลักทรัพย์และข่าวกรอง อาชญากรไซเบอร์ได้สร้างแอปโดยใช้โลโก้เดียวกันและระบุข้อมูลว่าเป็นบริษัทเข้ารหัสลับที่ถูกกฎหมายเพื่อหลอกลวงนักลงทุน FBI ตั้งข้อสังเกตว่า 244 คนตกเป็นเหยื่อของแอพปลอมเหล่านี้แล้ว  คดีหนึ่งพบว่าอาชญากรไซเบอร์โน้มน้าวให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปที่ใช้โลโก้เดียวกันกับสถาบันการเงินจริงของสหรัฐฯ กระตุ้นให้พวกเขาฝากเงินดิจิทัลเข้ากระเป๋าเงินโดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีของพวกเขาเมื่อเหยื่อพยายามถอนตัวออกจากแอป พวกเขาจะถูกขอให้จ่ายภาษีสำหรับการถอนเงิน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงอุบายอีกอย่างหนึ่งในการแบ่งเงินทุนเพิ่มเติมจากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ราวกับว่าพวกเขาชำระเงินแล้ว การถอนเงินก็จะไม่สามารถใช้ได้ต่อไปเอฟบีไอรายงานว่าประมาณ 3.7 ล้านดอลลาร์ถูกหลอกลวงจากเหยื่อ 28 รายระหว่างเดือนธันวาคม 2564 ถึงพฤษภาคม 2565  Twitter ผู้ใช้รายหนึ่งกล่าวว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้เพื่อนคนหนึ่งตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงที่เริ่มต้นในบริการ Messenger ออนไลน์ Whatsapp ซึ่งสนับสนุนให้เหยื่อดาวน์โหลดแอป crypto ปลอมและโหลดเงินลงในกระเป๋าเงินของแอป หนึ่งสัปดาห์ต่อมา แอพ crypto หายไป  ผู้ใช้รายอื่นกล่าวว่าพวกเขาตกเป็นเหยื่อของแอพกระเป๋าเงินคริปโต Ledger Live ปลอม ซึ่งมีรายงานว่าเรียกว่า “Ledger Live Plus” ใน App Store ของ Microsoft ผู้ใช้อ้างว่าแอปหลอกลวงได้ขโมยเงินไปแล้ว 20,000 ดอลลาร์จากเขา  เมื่อปีที่แล้ว แอพหลอกลวงที่ปลอมเป็นแอพ Trezor บนมือถือบน App Store ของ Apple ส่งผลให้ผู้ใช้รายหนึ่งสูญเสีย Bitcoin ไป 600,000 ดอลลาร์ในขณะนั้น FBI ได้แนะนำให้นักลงทุน crypto ระมัดระวังคำขอดาวน์โหลดแอปพลิเคชันการลงทุนที่ไม่พึงประสงค์ และหมั่นตรวจสอบแอป (และบริษัท) ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  ข้อมูลจาก : https://cointelegraph.com/

2022-07-23การวิเคราะห์เชิงลึก

Binance Link เปิดตัวเกตเวย์ MetaTrader 5 ช่วยให้โบรกเกอร์ Forex เชื่อมเซิฟเวอร์เพื่อเทรด Crypto ได้

ในวันนี้ (วันที่ 19 ก.ค.) Binance Link ได้ประกาศเปิดตัวเกตเวย์ตัวใหม่สำหรับโบรกเกอร์ MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งช่วยให้โบรกเกอร์สามารถตั้งค่าเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ MT5 ภายนอกเข้ากับสภาพคล่องของ Binance ได้โดยตรง ทั้งนี้เซิร์ฟเวอร์ MT5 ที่เชื่อมต่อเข้ากับ Binance จะได้รับคู่เงินซื้อขายที่ติดตั้งมาให้โดยอัตโนมัติมากกว่า 50 คู่เงิน และโบรกเกอร์ MT5 ยังสามารถเข้าถึงคำสั่งซื้อขาย USDⓈ-M Futures ของ Binance และ Futures Testnet ได้อย่างอิสระอีกด้วย  ใครที่เป็นสาย Forex ต้องถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอน ด้วย MT5 Expert Advisors (EA) ที่คุ้นเคย กับสภาพคล่องแบบไร้ขีดจำกัดของ Binance บนคู่เงินการซื้อขายมากกว่า 50 คู่  ข้อมูลจาก : Investing.com & Binance

2022-07-22การวิเคราะห์เชิงลึก

4 เหตุผลทำไมต้องเทรดคริปโตกับโบรกเกอร์ Forex

ลองนึกภาพว่าถ้าเราสามารถรวม “ตลาดที่มีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก” เข้ากับ “สกุลเงินที่มาแรงที่สุดในตอนนี้” มันคงจะดีไม่น้อยเลยใช่ไหม แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึง Forex และ Crypto เช่น Bitcoin และ Ethereum กำลังสร้างมิติใหม่ของการซื้อขายสกุลเงิน เพราะตอนนี้โบรกเกอร์ Forex หลายเจ้าได้เปิดให้เทรดเหรียญคริปโตได้แล้ว บอกเลยว่าการเทรดแบบนี้มันสนใจมาก! จนเราอดไม่ได้ที่จะมาเล่าให้ฟังว่า เทรดคริปโตกับโบรกเกอร์ Forex ดีกว่ายังไง?  1. สกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูงมาก จึงสามารถสร้างกำไรได้รวดเร็วในตลาด Forex ต้องบอกก่อนว่าการเทรด Forex เป็นการเทรดคู่เงิน เช่น BTC/USD, ETH/USD เก็งกำไรจากการขึ้นลงของค่าเงิน ยิ่งคู่เงินที่เราเลือกมีความผันผวนมาก ส่วนต่างขอราคาก็จะมากไปด้วย และส่วนต่างนั่นแหละคือกำไรของเรา  2. ราคาขึ้น ราคาตก ก็ทำกำไรได้ การเข้าซื้อคริปโต มีเป้าหมายในการลงทุนอย่างเดียวคือ “ซื้อเมื่อราคาถูก ขายเมื่อราคาแพง” เมื่อซื้อแล้วราคาตก เราก็ติดดอย เสียหายกันไป การเทรดกับโบรกเกอร์ Forex จะทำลายข้อจำกัดนี้ เพราะมันเก็งกำไรจากส่วนต่างของคู่เงิน คุณสามารถเปิดสถานะซื้อ (long position) เมื่อคาดว่าราคาคริปโตจะเพิ่มขึ้นหรือเปิดสถานะขาย (short position) เมื่อคาดว่าราคาคริปโตจะปรับตัวลดลง ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นขาลง  3. ทุนไม่มากก็ทำกำไรมหาศาลได้ คุณสามารถขยายขอบเขตการทำกำไรด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘เลเวอเรจ’ มันคือจำนวนเงินที่โบรกเกอร์ให้บริการสำหรับเทรดเดอร์ในการทำการซื้อขายบนตลาดโดยอัตโนมัติ และไม่มีหลักประกันใด ๆ ดังนั้น หากอัตราค่าเลเวอเรจสูงสุดคือ 1:1000 โดยที่คุณมีเงินจำนวน 100$ ในบัญชี คุณจะสามารถทำเทรดคริปโตที่มีมูลค่ามากกว่าเงินทุนของตัวเองได้ถึง 1,000 เท่า คือเทรดได้เท่ากับ $100,000 แต่ก็ต้องระวังไว้ เพราะยิ่งเลเวอเรจ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากที่จะล้างพอร์ตเช่นกัน  4. ซื้อง่ายขายเร็ว เนื่องจากการเทรดแบบนี้ เทรดเดอร์ไม่ได้เป็นเจ้าของบิทคอยน์ที่ซื้อขายจริง ๆ เป็นการเก็งราคาจากตลาดเท่านั้น เลยไม่ต้องมี Wallet มาเก็บเหรียญไว้ ทำให้มีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องโดนแฮค เพียงแค่เปิดบัญชีแล้วฝากเงินภายในไม่กี่นาทีก็พร้อมเริ่มเทรดได้ทันที  น่าสนใจขนาดนี้ รู้นะว่าอยากลองเทรดคริปโตกับโบรกเกอร์ Forex แล้ว! จริง ๆ มันทำได้ไม่ยากเลย อันดับแรกคือคุณต้องไปเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ Forex ก่อน ซึ่งตรงนี้อะสำคัญมากกกกก เพราะคุณต้องเลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น เป็นมันสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าโบรกเกอร์ Forex นั้น ๆ มีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และปลอดภัย หากเกิดปัญหาใด ๆ หน่วยงานกำกับดูแลจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและชดเชยผลประโยชน์ที่สูญเสียไป ถ้าตาไม่ดีไปเลือกโบรกเกอร์เถื่อนละก็ การเทรดครั้งนี้มีแต่แย่กับแย่แน่ ๆ

2022-07-21การวิเคราะห์เชิงลึก

Jurrien Timmer คาดราคา Bitcoin กับ ETH เริ่มเข้าสู่จุดต่ำสุดแล้ว !

Jurrien Timmer ผู้อำนวยการบริษัท Fidelity ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ได้รับความนิยมอย่างเหรียญบิทคอยน์กับ Ethereum เอาไว้อย่างน่าสนใจ ราคาบิทคอยน์กับ ETH มาถึงจุดต่ำสุดแล้ว จากการวิเคราะห์ของเขานั้น เขามองว่าเวลานี้เหรียญบิทคอยน์เริ่มส่งสัญญาณให้เห็นว่า มันเป็นเหรียญที่มีราคาถูก และเมื่อมาดูในส่วนของเหรียญ Ethereum แล้ว  จะเห็นได้ว่าเหรียญดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นว่า มันกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในจุดเกือบต่ำสุดแล้ว เรื่องนี้เขาได้แสดงความเห็นเอาไว้ผ่านทางการทวีตข้อความบน Twitter สำหรับเหตุผลที่ทำไมเขามองว่า เหรียญบิทคอยน์เป็นเหรียญที่มีราคาถูกนั้น เขากล่าวว่า เขาได้ใช้เวลาประเมินมูลค่าของเหรียญบิทคอยน์มาเป็นเวลานั้น  และดูจากกราฟของบิทคอยน์แล้วมันชี้ให้เห็นว่า มันมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงมากเมื่อย้อนกลับไปในช่วงปี 2013 จนถึงปี 2020 ราคาบิทคอยน์มันก็สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงออกมาให้เห็น หมายความว่าในช่วงที่ราคาบิทคอยน์มีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงนั้น สำหรับเขาแล้วมองว่า เหรียญบิทคอยน์ในเวลานี้เป็นเหรียญที่มีราคาถูก ชี้บิทคอยน์มีราคาถูก เขามองว่า ในช่วงที่ราคาบิทคอยน์มีการปรับตัวลดลงราว ๆ $17,000 นั้น  มันมีมูลค่าถูกกว่าความเป็นจริงมากเมื่อเขาได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ S-curve ที่ชี้ให้เห็นว่า มูลค่าของบิทคอยน์มีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อไปได้ หากว่าราคาบิทคอยน์มีราคาถูก นั่นก็หมายความว่า เหรียญคู่แข่งอย่าง Ethereum ก็มีราคาถูกกว่าบิทคอยน์ด้วยเช่นกัน และเมื่อมาดูการแกว่งตัวของราคา Ethereum ก็จะเห็นได้ว่า มีการเคลื่อนไหวในกรอบบริเวณต่ำสุดด้วยเช่นกัน  ข้อมูลจาก Investing.com

2022-07-19การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
3032
...
142