สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

CEO Zipmex ไทย ออกชี้แจง ความคืบหน้าแผนการจัดการและการเข้าถึงสินทรัพย์ใน Z Wallet

เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัวว่า เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 มีนาคม) ได้มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับ Zipmex ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมจึงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริง และสิ่งสำคัญที่ผมและทีมผู้บริหารทุกคนกำลังมุ่งมั่นและตั้งใจทำอย่างเต็มที่เพื่อกลับมาเปิด Z Wallet อีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบครับ  ผมขอยืนยันว่า ณ ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงแพลตฟอร์มของ Zipmex ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และไม่ได้มีแผนที่จะปิดตัวลง ถึงกระนั้น ในส่วนที่มีข่าวออกมาว่าการลงทุนในกลุ่ม Zipmex ได้มีความล่าช้าเกิดขึ้นในการชำระเงินจากทางนักลงทุน นั้น ซึ่งทางผม และทีมงานผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด และได้มีการติดต่อพูดคุยกับทางนักลงทุนเพื่อเร่งให้การลงทุนเป็นไปตามกระบวนการที่วางไว้และตามกำหนดการเดิม ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกสำหรับผมและทีมงานคือการเจรจากับนักลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหากันต่อไป ซึ่งผมยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้มากนักในเวลานี้  ผมขอเรียนแจ้งให้ท่านทราบว่า ในวันที่ 30 มีนาคม 2566 กลุ่มบริษัท Zipmex มีกำหนดฟังคำสั่งของศาลประเทศสิงคโปร์เกี่ยวกับการอนุมัติแผนฟื้นฟู ซึ่งทางกลุ่มบริษัท Zipmex จะดำเนินการวางแนวทางภายหลังที่ศาลประเทศสิงคโปร์มีคำสั่งเพื่อเตรียมการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ตามที่ Zipmex ได้ชี้แจงไปใน Timeline ของกระบวนการดังกล่าวแล้ว  อย่างไรก็ตาม ผมและทีมผู้บริหารทุกคนจะดำเนินการต่างๆ อย่างสุดความสามารถเพื่อให้แผนการปรับโครงสร้างเป็นไปตามแผนการและเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ผมเข้าใจว่าข่าวที่เกิดขึ้นอาจทำให้ทุกท่านตื่นตระหนก และเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัท ผมจึงจะขอใช้โอกาสตรงนี้เพื่อชี้แจงครับ  ซึ่งการโพสต์ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีข่าวออกมาว่านักลงทุนของ Zipmex ได้ผิดนัดชำระเงินจำนวน 1.25 ล้านดอลลาร์ซึ่งเดิมทีเงินจำนวนนี้ จะถูกใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับ Zipmex Technology Co.  อีกทั้ง ก.ล.ต. ยังประกาศให้บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการที่นักลงทุนไม่ชำระเงินเพิ่มทุนตามสัญญาว่ามีผลกระทบต่อบริษัท และลูกค้าหรือไม่ รวมทั้งแนวทางการดำเนินการต่อไปของบริษัท ภายในวันที่ 29 มีนาคม 2566 พร้อมทั้งแจ้งว่าควรเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุน  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-27การวิเคราะห์เชิงลึก

Do Kwon ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงโดยอัยการสหรัฐฯ หลังถูกรวบกลางมอนเตเนโกร

Filip Adzic รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของมอนเตเนโกร ได้ทวีตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยที่กำลังหลบหนี หลังจากการใช้เอกสารปลอม ซึ่งคาดว่าจะเป็น Do Kwon พลเมืองเกาหลีใต้ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Terraform Labs ภายในเขตแดนของมอนเตเนโกรเมื่อวันที่ 23 มีนาคม  ตามรายงานของ Bloomberg วันที่ 24 มีนาคม Do Kwon ถูกตั้งข้อหา 8 กระทง ซึ่งรวมถึงการฉ้อโกงหลักทรัพย์ , การฉ้อโกงสินค้าโภคภัณฑ์ , และการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์  Do Kwon ผู้อยู่เบื้องหลังความเสียหายกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2022 โดยทางตำรวจสากลได้ออกหมายจับและเป็นบุคคลที่ต้องการตัวใน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์  โดยก่อนหน้านี้ ทางสำนักงานตำรวจเกาหลีใต้ ได้ประสานงานร่วมในการออกหมายจับกับทางตำรวจสากล หรือ Interpol โดยทาง Do Kwon ได้มีการเดินทางหลบหนีไปในหลายประเทศ ซึ่งเขาได้พยายามปกปิดร่องรอยการเดินทาง ขณะเดียวกันทาง Do Kwon เองก็ได้มีการออกมาโพสต์ทวิตเป็นระยะว่าไม่ได้มีการหลบหนี แต่ไม่สะดวกในการเข้ามอบตัวและเปิดเผยที่อยู่ เนื่องจากกังวลในด้านความปลอดภัย  ด้านองค์การตำรวจสากล หรือ Interpol ได้ออกหมายแดงเพื่อประกาศจับ Do Kwon โดยประสานงานไปทุกประเทศทั่วโลกที่มีอนุสัญญาด้านกฏหมายอาชญากรร่วมกัน ซึ่งได้รับการร้องขอให้ค้นหาและจับกุมเขาก่อนที่จะส่งส่งกลับเป็นผู้ร้ายข้ามแดน  ขณะเดียวกันในเดือนกุมภาพันธ์ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องต่อ Do Kwon และ Terraform Labs โดยกล่าวหาว่า Kwon และพวกหลอกลวงนักลงทุนในสิ่งที่หน่วยงานกำกับดูแลเห็นว่าเป็นโครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-24การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้ใช้งาน Telegram สามารถโอน USDT ผ่านช่องทาง Chat ได้แล้ว!

ผู้ใช้งาน Telegram สามารถส่ง Tether (USDT) ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ผ่านช่องทางแชทในแอปได้แล้ว ซึ่ง USDT ถูกเพิ่มเข้าไปใน @wallet bot ของ Telegram เป็นการเพิ่มความสะดวกบนแอป สำหรับผู้ใช้งานในการซื้อและขายคริปโต จากเดิมมีแค่ Bitcoin (BTC) และ Toncoin (TON) ถือเป็นการเพิ่ม USDT เข้ามารวมเป็นรองรับทั้งหมด 3 สกุล ซึ่งการรวมบริการชำระเงินด้วยคริปโตเข้ามาในแอป Telegram  Telegram ได้พัฒนาบริการด้านึริปโตมาหลายปี จากการเปิดตัวโปรเจกต์บล็อกเชน Open Network (TON) อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์นี้ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2020 จากการปะทะด้านกฎหมายกับ SEC อย่างไรก็ตาม TON ยังคงเป็นที่พูดถึงจากการที่มีชุมชนเป็นของตัวเอง หรือที่เรียกว่า TON Foundation ซึ่งยังคงทำการพัฒนาโปรเจกต์นี้อยู่  .  เหรียญ USDT ของ Tether คืออะไร?  เหรียญ USDT เป็นเหรียญ Stablecoin ที่สร้างขึ้นโดย Tether และมีการตรึงมูลค่ากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในอัตราส่วน 1:1 กล่าวคือ 1 USDT มีมูลค่าเท่ากับ 1 USD ซึ่งได้รับการสำรองอย่างเต็มจำนวนจากเงินสำรองของ Tether  นอกจากเหรียญ USDT ที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว Tether ยังได้ออกเหรียญ Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงินอื่น ๆ อีกด้วย ได้แก่ EURT ตรึงมูลค่ากับค่าเงินยูโร, CNHT ตรึงมูลค่ากับค่าเงินหยวน, MXNT ตรึงมูลค่ากับค่าเงินเปโซเม็กซิโก  โดยในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Tether มีการรองรับบนหลาย Blockchain ด้วยกัน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งาน  ที่มา : coindesk  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-23การวิเคราะห์เชิงลึก

Sushi DAO และ Head Chef Jared Grey ได้รับหมายศาลจาก SEC

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) ได้ดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกหมายศาลต่อ SushiSwap นอกจากนี้ Jared Grey หรือ CEO ของ SushiSwap ยังได้รับหมายศาลอีกด้วย โดยหมายศาลเรียกร้องให้มีการจัดทำเอกสารบางอย่างเกี่ยวกับคดีที่คณะกรรมการสอบสวน  ข้อเสนอสำหรับกองทุนทางกฎหมาย Sushi DAO  การประกาศดังกล่าวมีขึ้นก่อนหน้านี้ในฟอรัมของ Sushiswap โดย Grey ระบุว่าขณะนี้พวกเขากำลังร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลอยู่ และอย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนป้องกันทางกฎหมายเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางกฎหมายของผู้ร่วมให้ข้อมูลหลักที่ดำเนินการตั้งแต่การให้สัตยาบัน Sushi 2.0 ข้อเสนอ 2.0 สำหรับการปรับโครงสร้าง  Gary ต้องการให้ Sushi DAO จัดสรรทุน 3 ล้านดอลลาร์ใน USDT Stablecoin สำหรับค่าใช้จ่ายทางกฎหมายของสมาชิกหลัก และจะต้องเตรียมเงินเพิ่มอีก 1 ล้านดอลลาร์ในกรณีที่ใช้จ่ายเงินไปแล้ว และเงินเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ใน multi-sig ใหม่ ทำให้ทีมสามารถใช้ได้เมื่อจำเป็น  ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว กองทุนจะจ่ายค่าทนายความและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยเงินจะจ่ายออกไปจนกว่าการดำเนินการทางกฎหมายจะสิ้นสุดลง  .  SushiSwap คือ แพลตฟอร์มหรือกระดานซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี ประเภท Decentralized Exchange (DEX) ที่ไม่ตัวกลางมาคอยควบคุมอยู่บนเครือข่าย Ethereum ซึ่งจะใช้ Smart Contract คอยควบคุมแทนในการซื้อขายแทน และ SushiSwap ยังใช้ระบบ AMM (Automated Market Maker) เพื่อจับคู่ซื้อขายและสร้างสภาพคล่องให้กับแพลตฟอร์มได้โดยอัตโนมัติ โดยเป็น SushiSwap มีโทเคนหลักของแพลตฟอร์มก็คือเหรียญ Sushi  ที่มา : cointelegraph  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-22การวิเคราะห์เชิงลึก

OKX เตรียมหยุดให้บริการในแคนาดาภายใน 22 มิถุนายนนี้ เนื่องจากข้อกำหนดทางด้านกฏระเบียบ

เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา OKX กระดานเทรดคริปโต แจ้งผู้ใช้งานในแคนาดาทางอีเมลว่า บริษัทจะไม่ให้บริการหรืออนุญาตให้ผู้ใช้เปิดบัญชีใหม่ในแคนาดาอีกต่อไป ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2023 เวลา 00:00 น. EST เป็นต้นไป โดยอ้างถึงข้อกำหนดทางด้านกฏระเบียบ  ตามรายงานของ OKX ระบุว่า ผู้ใช้งานในแคนาดาที่มีอยู่จะต้องปิดสถานะ Options , Margins , Perpetual futures ที่เปิดอยู่ภายในวันที่ 22 มิถุนายน  การถอนเงินออกจาก OKX จะยังคงมีอยู่ เงินของผู้ใช้งานจะยังปลอดภัยในบัญชีจนกว่าจะถอนออก ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถถอนเงินดอลลาร์ไปยังบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ และคริปโตของคุณไปยังกระเป๋าเงินของผู้ใช้งาน หรือบัญชีกระดานเทรดคริปโตอื่น ๆ  OKX กล่าวว่าการถอนตัวออกจากแคนาดาเป็นการชั่วคราว และกำลังร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้ง  ก่อนหน้านี้ Bittrex Global ก็ได้ปิดการใช้งานผู้ใช้ชาวแคนาดาในวันที่ 29 กรกฎาคม 2022 หลังจากแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยอ้างถึงการพัฒนาด้านกฎระเบียบ ซึ่งเป็นเหตุผลให้กระดานเทรดต้องปิดตัวและออกจากประเทศในขณะนั้น  ปัจจุบัน เว็บเทรดคริปโตจะต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลของแคนาดาก่อน โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2022 ByBit และ KuCoin ถูกปรับเงินหลายล้านดอลลาร์หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ออนแทรีโอตัดสินว่าทั้งสองไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในประเทศ  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-21การวิเคราะห์เชิงลึก

Salesforce ประกาศร่วมมือกับ Polygon ในการทำ NFT สำหรับ loyalty program ให้กับลูกค้า

Ryan Wyatt ประธานของ Polygon Labs ได้ทวีตผ่าน Twitter ว่า Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) แอปพลิเคชัน CRM ที่ทำงานบนระบบคลาวด์สำหรับการขาย บริการ และการทำตลาด ได้ประกาศร่วมมือกับ Polygon เพื่อช่วยลูกค้าพัฒนาโปรแกรมความภักดีที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้าให้อยู่ด้วยกันแบบยั่งยืน (loyalty program) ที่ขับเคลื่อนด้วย NFT บนบล็อกเชน Polygon  ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัท Salesforce ในวันพุธที่ผ่านมา Salesforce ได้เปิดตัวบริการ Web 3.0 เพื่อช่วยให้บริษัทลูกค้าสามารถสร้าง จัดการ และขาย NFT บนแพลตฟอร์มบล็อกเชนได้  ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ระดับองค์กรกล่าวว่ากำลังขยายการบริการลูกค้าเพื่อรวมการจัดการ loyalty program  ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีบล็อกเชนถูกนำมาใช้มากขึ้นเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ตัวอย่างเช่น BlockFi และ Gemini และนี่ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญที่จะทำให้ Polygon มีโอกาสขยายตลาดให้กว้างมากขึ้น เนื่องจาก Saleforce นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่และมีลูกค้าที่สำคัญมากมาย  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-20การวิเคราะห์เชิงลึก

นักพัฒนา ETH ระบุวันอัปเกรดสำหรับ Shanghai Hard Fork แล้ว

นักพัฒนาของ Ethereum เผยกำหนดการอัปเกรด Shanghai Hard Fork ในวันที่ 12 เม.ย. (ตรงกับวันที่ 13 เม.ย. ของประเทศไทย) การอัปเกรด Shanghai Hard Fork หรือที่เรียกว่า Shapella คือการรวม Shanghai + Capella = Shapella เป็นเครือข่ายที่มุ่งเน้นไปยังการเปิดให้ถอน Staked ใน Beacon Chain ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ไม่ได้เปิดใช้งานในช่วงที่เปลี่ยนไปเป็น Proof-of-Stake (PoS) หรือ Merge นั่นเอง  ทั้งนี้ หลังจากการอัปเกรด ผู้ตรวจสอบความถูกต้องของเครือข่าย (Validator) จะสามารถถอนเหรียญและรับผลตอบแทนที่ได้จากการฝาก ซึ่งผู้ใช้งานคนอื่นๆ ที่ทำการฝากไว้ก็สามารถถอนเหรียญออกและได้ผลตอบเเทนเช่นเดียวกัน และในอนาคตทีมพัฒนา Ethereum ก็ได้วางแผนการอัปเดตที่ตามมาหลังจาก Shapella เอาไว้ ซึ่งประกอบไปด้วย Surge, Verge, และ Splurge ตามลำดับ  Hard Fork คืออะไร?  Hard Fork คือ การที่บล็อกเชนถูกพัฒนาโดยการแยกตัวออกมาเป็นอีกบล็อกเชนหนึ่งอย่างถาวรโดยมีกฎต่าง ๆ ที่ต่างไปจากเดิมบล็อกเชนดั้งเดิม โดยผู้เข้าร่วมหรือนักขุดจะต้องอัปเกรดซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานและตรวจสอบธุรกรรมของบล็อกเชนใหม่นี้ การทำ Hard Fork จะส่งผลและช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย การแก้ไขจุดบกพร่องหรือข้อจำกัดที่มีจากเวอร์ชันก่อนหน้า  สาเหตุที่ต้องมีการ Hard Fork เพราะว่าในบางครั้งผู้พัฒนาก็ตั้งใจทำเพื่อแยกออกมาเป็นเครือข่ายทดสอบ (Testnet) เพื่อทดสอบการทำงานของฟังก์ชันใหม่ ๆ ก่อนนำไปใช้จริงบนเครือข่ายหลัก (Mainnet) ซึ่งสำคัญมาก เพราะเครือข่ายบล็อกเชนเมื่อได้รับการอัปเกรดแล้วจะไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปได้อีก  จากปี 2022 ที่ผ่านมาการอัปเกรดที่ชื่อว่า The Merge ของ Ethereum ได้ประสบความสำเร็จและสร้างผลลัพธ์อย่างเห็นได้ชัดไปเรียบร้อย โดยเฉพาะในแง่ของการใช้พลังงานที่ลดลงอย่างมหาศาลตามข้อมูลที่ Ethereum ได้เผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมาว่า Ethereum กลายเป็น Green Blockchain (บล็อกเชนสีเขียว) ที่มีกลไกฉันทามติแบบ Proof-of-Stake ใช้พลังงานไป เพียง ~0.0026 TWh/ปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับเครือข่ายอื่นทั่วโลก จึงทำให้ The Merge ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Ethereum เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยี Blockchain อีกด้วย  แหล่งที่มา : coindesk, bitkkub  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-17การวิเคราะห์เชิงลึก

ประธาน SEC ยังยืนยันว่าโทเคนที่ใช้การ Staking อาจถือเป็น “หลักทรัพย์”

Gary Gensler ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าโทเคนแบบ Staking อาจถือเป็นหลักทรัพย์ ภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ พร้อมกับอธิบายเหตุผลว่านักลงทุนที่นำโทเคนไป Staking นั้น ย่อมมีการคาดหวังผลตอบแทนที่จะได้กลับมาจากการล็อกเหรียญไว้ในระยะเวลาหนึ่งกับผู้พัฒนาโทเคนนั้นๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กๆ หรือกลุ่มนักพัฒนากลุ่มเล็กๆ ที่อยู่เบื้องหลังโทเคนนั้นๆ เขาแนะนำให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบให้ถูกต้อง  โดยเขาได้ตอบคำถามหลังจากที่นักข่าวได้ยกคำพูดของ Rostin Behnam ประธาน CFTC ที่อาทิตย์ที่แล้วได้กล่าวว่าเหรียญ Stablecoin และ Ethereum จะกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ว่า นักลงทุนทั่วไปกำลังหวังผลตอบแทนบางอย่างจากเหรียญเหล่านี้ แม้ว่ามันจะเป็นเหรียญ proof-of-stake หรือไม่ แต่นักลงทุนเหล่านี้ต้องการได้รับผลตอบแทนคืนมา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพยายามนำเหรียญไปใส่ในโปรโตคอลหรือไม่ก็ตาม  โดยก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.สหรัฐฯ ได้สั่งปรับ Kraken แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต เนื่องมาจากการไม่ลงทะเบียนการให้บริการดังกล่าวกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) พร้อมกับจ่ายค่าปรับจำนวน 30 ล้านดอลลาร์  Gary Gensler ประธาน SEC กล่าวว่า การดำเนินการในนี้จะช่วยสร้างความชัดเจนว่า ผู้ให้บริการ stake-as-a-service จะต้องมีการลงทะเบียนขออนุญาตก่อน รวมถึงต้องเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อคุ้มครองนักลงทุน  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-16การวิเคราะห์เชิงลึก

Circle เข้าถึงเงินสำรอง 3.3 พันล้านดอลลาร์ ที่ติดอยู่ใน SVB ได้แล้ว !

Jeremy Allaire ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Circle เปิดเผยว่าสามารถเข้าถึงเงิน 3.3 พันล้านดอลลาร์ที่ติดอยู่ใน Silicon Valley Bank (SVB) ได้แล้ว ซึ่งจะมีการเผยแพร่รายงานประเด็นดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของ Circle ต่อไป  หลังจากมีข่าวว่า Silicon Valley Bank (SVB) ถูกสั่งปิดโดยหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากปัญหาสภาพคล่องของธนาคาร และทาง Circle บริษัทผู้ออกเหรียญ USDC ก็มีสินทรัพย์ที่ฝากไว้กับทางธนาคารดังกล่าวเป็นมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ใช้เพื่อตรึงมูลค่าของเหรียญ USDC และนอกจาก Circle ก็มีธุรกิจอีกมายมายที่มีเงินฝากติดอยู่ใน Silicon Valley Bank (SVB) เช่นเดียวกัน  Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC), Federal Reserve (Fed) และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ร่วมกันจัดตั้ง 2 เครื่องมือหลัก ได้แก่ Systemic Risk Exception (SRE) และ Bank Term Funding Program (BTFP) เพื่อเข้ามาจัดการเงินฝากของลูกค้าของ SVB และ Signature Bank โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเงินฝากทั้งหมดจะได้รับความคุ้มครอง ทำให้บริษัทเหล่านี้จะไม่ได้รับความเสียหายในแง่ของเงินฝาก ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบอย่างรวดเร็ว  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-15การวิเคราะห์เชิงลึก

Meta ยุติแผนการสนับสนุน NFT บน Facebook และ Instagram

Meta ประกาศหยุดแผนการสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัล (NFT) ทั้งหมดบนแพลตฟอร์มของตน เพื่อมุ่งเน้นไปที่วิธีอื่น ๆ ในการสนับสนุนเหล่าครีเอเตอร์, ผู้ใช้งาน และธุรกิจ   Stephane Kasriel หัวหน้าฝ่ายฟินเทคของ Meta ได้ประกาศผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า มีแผนที่จะยุติการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับ NFT เพื่อเป็นการจัดลำดับความสำคัญใหม่และต้องหยุดโปรเจกต์ NFT ไว้ก่อน เพื่อที่จะโฟกัสหาแนวทางอื่น ๆ ในการสนับสนุนเหล่าครีเอเตอร์, ผู้ใช้งาน และธุรกิจต่าง ๆ  Meta ยังคงสนันบสนุนเหล่าครีเอเตอร์ในการสร้างรายได้อื่น ๆ บน Reels และปรับปรุงการชำระเงินด้วย Meta Pay ทำให้การชำระเงินและการจ่ายเงินง่ายยิ่งขึ้น  ก่อนหน้านี้ Meta ได้ประกาศเปิดตัวสนับสนุนเหล่าครีเอเตอร์เพื่อแบ่งปัน NFT บน Facebook และ Instragram เมื่อปีที่แล้ว สินทรัพย์ดิจิทัลยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เมื่ออุตสาหกรรมคริปโตได้รับผลกระทบหลังจากวิกฤต FTX ล้มละลายอย่างกะทันหันทำให้ตลาดคริปโตเกิดความผันผวน  อย่างไรก็ตาม Meta จะยังคงสนับสนุนครีเอเตอร์ NFT ในการเป็นพื้นที่สำหรับโปรโมตและประชาสัมพันธ์ผลงานต่างๆ ต่อไป  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-03-14การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
1416
...
142