เฉลยแล้ว!ดาวตกในเชียงใหม่แท้จริงคือ Bitcoin

เมื่อวานนี้ได้เกิดเหตุการณ์ดาวตกปริศนาขึ้นที่เชียงใหม่ โดยมีคนถ่ายภาพดังกล่าวไว้ได้เป็นจำนวนมาก ก่อนเผยแพร่ลงในโซเชียลมีเดียสร้างเสียงฮือฮาให้กับพี่น้องชาวไทยได้เป็นอย่างมาก   เบื้องต้นนักดาราศาสตร์คาดว่าดาวตกในภาพนี้อาจเป็น Bitcoin ที่ดิ่งตกลงมา พร้อมกับราคาของมันที่ร่วงลงต่ำกว่า 9 แสนบาทในช่วงกลางดึกของวันที่ 22 มิถุนายน 2564

2021-06-23การวิเคราะห์เชิงลึก

3 สาเหตุที่ราคา Bitcoin ร่วงทะลุ $29,000 เมื่อวานนี้โดย Siamblockchain

เป็นอีกหนึ่งครั้งที่สกุลเงินดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง Bitcoin ได้เขย่าตลาดในช่วงหัวค่ำเมื่อวานนี้ โดยราคาของมันได้ร่วงลงจากระดับ $33,000 หลุดทะลุแนวรับสำคัญ ลงไปแตะที่ระดับ $29,000 ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมาในเช้าวันนี้ที่บริเวณ $34,000   สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนขวัญผวาไปตาม ๆ กัน ภายหลังจากการสังหารหมู่อย่างไม่ทันตั้งตัวของตลาดริปโตเคอร์เรนซีเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทาง Siam Blockchain ได้รวบรวม 3 สาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมครั้งนี้จนทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงและนักเทรดต่างหนีตายกันอย่างจ้าละหวั่น การปราบปรามเหมืองขุดในจีนที่เข้มข้นพร้อมกับการย้ายออกของเหมืองขุด Top 5 ของโลก  นับเป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับเหมืองขุด Bitcoin ในจีนเป็นอย่างมากจากการปราบปรามการขุดอย่างจริงจังของรัฐบาลจีน โดยเหล่าเหมืองขุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในจีนอย่าง F2Pool, Antpool, Poolin และ BTC.com ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่ง BTC.com เป็นหนึ่งใน Mining Pool ในจีนที่ใหญ่ที่สุดเริ่มย้ายถิ่นฐานออกจากประเทศจีนหลังจากที่รัฐบาลได้มีคำสั่งให้ถอดถอนการจ่ายไฟให้กับเหมืองขุดดังกล่าว  ตามรายงานจาก Cointelegraph เหมืองขุด BTC.com ได้ย้ายเครื่องขุดชุดแรกสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากการปราบปรามเหมืองขุดจากทางรัฐบาลจีนอย่างหนักหน่วงในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยเหมืองขุด BTC.com นับเป็นเหมืองขุดที่มีความสำคัญต่อการขุด Bitcoin ทั่วโลกเป็นอย่างมากด้วยส่วนแบ่งในการขุดคิดเป็นเปอร์เซ็นกว่า 11.2% เลยทีเดียว นักลงทุนระดับโลก Peter Schiff กล่าวว่า Bitcoin จะมีมูลค่าเหลือ 0 อีกหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่ตลาดการลงทุนหรือตลาด Cryptocurrency มาอย่างยาวนานนั่นก็คือการ “FUD” (Fear, Uncertainty and Doubt)  ซึ่งหมายถึง กลวิธีการปล่อยข่าว ความเชื่อ และข้อมูลเชิงลบหรือเป็นเท็จที่ส่งผลให้เกิด “ความกลัว ความไม่แน่นอนและเต็มไปด้วยความสงสัย” โดยล่าสุด Peter Schiff นักลงทุนระดับโลกผู้รักทองคำแต่เกลียด Bitcoin และเป็นประธานบริษัทตัวแทนจำหน่ายทองคำเจ้าใหญ่ของโลกได้ออกมาทวีตโจมตี Bitcoin อีกครั้ง หลังจากการร่วงลงอย่างรุนแรงของราคาทะลุ $30,000 โดยครั้งนี้เขากล่าวว่า Bitcoin จะมีมูลค่าเหลือ 0 อ้างอิงจากรูปแบบกราฟที่เป็นแพทเทิร์น “Head and Shoulders” “สิ่งที่เป็นลางร้ายที่สุดสำหรับ Bitcoin คือสัญญาณทางเทคนิครูปแบบ ”Head and Shoulders ที่กำลังชัดเจนขึ้นเรื่อย  โดย Siamblockchain

2021-06-23การวิเคราะห์เชิงลึก

จีนพ่นพิษ! บิทคอยน์‘หลุด 30,000 ดอลลาร์’

เมื่อราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย บิทคอยน์ คริปโตเคอเรนซีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ราคาร่วงลง 9% ต่ำสุดที่ 29,624 ดอลลาร์ บิทคอยน์เคยราคาต่ำขนาดนี้ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ม.ค. นักวิเคราะห์อ้างว่า เป็นเพราะจีนปราบปรามการซื้อขายและขุดบิทคอยน์  “ความกังวลมากขึ้นทุกทีเรื่องที่จีนเล่นงานไม่หยุด และกลัวกันมากว่าการยอมรับบิทคอยน์และเงินดิจิทัลอื่นๆ จะล่าช้าออกไปเพราะข้อกังวลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม” ฟาวาด ราซัคซาดา นักวิเคราะห์จากเว็บซื้อขายเงินเสมือน “ธิงค์มาร์เก็ตส์” กล่าว

2021-06-23การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ็บใจ!! ถูก Exchange คริปโตโกง หลอกให้เติมเงินเพื่อปลดล็อก แต่ไม่ยอมให้ถอนเงิน

" />   เจ็บช้ำมาอีกราย!! สำหรับนักเทรดคริปโตที่เข้ามาร้องเรียนกับทาง ‘Wikibit’ ว่าตนนั้นถูก Exchange ที่มีชื่อว่า ‘Huangding International’ หลอกให้เติมเงินเพิ่ม เพื่อปลดล็อกการถอนเงิน แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมให้ถอน งานนี้บอกได้เลยว่า “โกงเห็นๆ”  โดยเหตุการณ์เริ่มจากมีนักเทรดรายหนึ่งได้ลงทุนคริปโตในกระดานเทรดของ‘Huangding International’ และต้องการที่จะถอนเงินออกจากบัญชี ผลปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ จึงติดต่อไปยัง Exchange ดังกล่าว และได้รับการตอบกลับมาว่า   “บัญชีของคุณนั้นได้มีการส่อเสี่ยงต่อพฤติกรรมการฟอกเงิน ส่งผลให้บัญชีของคุณโดนระงับ ดังนั้นเพื่อเป็นการถอนเงินออกจากบัญชี กรุณาเติมเงิน 50% ของยอดบัญชีที่มีอยู่เพื่อปลดล็อกการถอนเงิน” ฝ่ายบริการลูกค้าของ Exchange กล่าว  หลังจากได้รับข้อความดังกล่าว นักเทรดรายนี้รู้สึกแปลกใจ จึงถามกลับไปว่าหากเติมเงินแล้วจะสามารถถอนเงินได้จริงใช่ไหม อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า “ใช่” ดังนั้นตนจึงได้พยายามหาเงินจำนวน 1,985.97 USDT มาเติมเพื่อทำการปลดล็อกการถอนเงินในครั้งนี้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำตามคำแนะนำคือ อีกฝ่ายพูดบ่ายเบี่ยงให้ทำตามขึ้นตอนอื่นๆ ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถถอนเงินนี้ได้  ปัญหาการถอนเงินนั้นเกิดขึ้นเยอะมากกับหลายเว็บเทรด เช่น การถอนเงินได้ช้า เป็นต้น แต่ในกรณีนี้ทาง ‘Wikibit’ ขอบอกก่อนเลยว่า การถอนเงินนั้นสามารถถอนได้เลย ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าใดๆ ทั้งสิ้น หากใครพบเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้แสดงว่าคุณกำลังถูกโกง อย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด ทั้งนี้ก่อนลงทุนคริปโตควรเลือก Exchange ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยคุณสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ที่แอป ‘Wikibit’ นั่นเอง   “เลือกคบคนอย่าดูคนที่ภายนอกฉันใด ก็อย่าหลงเชื่อใจกระดานเทรดที่มีชื่ออลังการโดยไม่ตรวจสอบฉันนั้น” ก็แหมเห็นชื่อมีความอินเตอร์ขนาดนี้ก็ไม่แปลกที่จะมีคนหลงเข้าไปลงทุนโดยไม่เช็คให้ดีก่อน ดังนั้นเราจะมาตรวจสอบ Exchange เจ้านี้ให้ดูกันว่าข้อมูลที่ได้จากแอป ‘Wikibit’จะปังเหมือนชื่อไหม โดย ‘Huangding International’ นั้นเป็นเว็บเทรดที่ไม่มีเกรด   และได้รับคะแนนจากแอป ‘Wikibit’ เพียง 1.14/10 คะแนนเท่านั้น ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีการสำรวจเยี่ยมชมจากจากแอป ‘Wikibit’ และที่สำคัญมีคนเข้ามาร้องเรียนถึง 10 ครั้ง โดยคำร้องเรียนส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายกรณีดังกล่าว ไม่สามารถถอนเงินได้ หรือหลอกให้เติมเงิน และอื่นๆ ดังนั้นใครที่คิดจะลงทุนในเว็บเทรดเจ้านี้ดูปากเรานะคะ ‘STOP!!’   คุณเองก็สามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูล Exchange และ Token แบบนี้ด้วยตัวเองได้ เพียงโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แล้วกดค้นหาชื่อเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดไว้ จะได้ไม่ถูกโกง!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-22การวิเคราะห์เชิงลึก

ทีมสำรวจพาทัวร์!! ออฟฟิศของ ‘Satang’ หนึ่งใน Exchange ขวัญใจนักลงทุนไทย

" />   สำหรับนักลงทุนชาวไทย ‘Satang’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง ‘Exchange’ ที่ได้รับความนิยมมากในระดับหนึ่ง และต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าทางทีมสำรวจของ ‘Wikibit’ ได้ไปลงสำรวจพื้นที่ออฟฟิศของ ‘Satang’ มาแล้ว รับรองว่ามีตัวตนอยู่จริง ถูกต้องตามใบอนุญาตแน่นอน   โดยออฟฟิศนั้นตั้งอยู่ที่ตึก AIA Capital Center ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งตัวอาคารเป็นตึกสูง ดีไซน์สวย มีความสะอาด และมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี จึงมีความน่าประทับเป็นอย่างมาก ซึ่งในกรณีนี้แสดงให้เห็นว่า ‘Satang’ เป็น ‘Exchange’ ที่กำลังดำเนินธุรกิจอยู่บนตึกนี้จริง ตามข้อมูลที่ทีมสำรวจได้รับมานั่นเอง   ต่อมาเมื่อเดินเข้าไปในตึก ทางทีมสำรวจได้ขึ้นไปบนชั้น 12 ตามข้อมูลที่ได้รับ ก่อนเดินไปที่แผนผัง เพื่อดูชื่อของบริษัทต่างๆ ที่ใช้ชั้นนี้เป็นสำนักงาน พร้อมมองหาชื่อของ ‘Satang’ ว่าอยู่ในตึกนี้จริงไหม ผลสรุปออกมาว่า เราพบชื่อ บริษัทของ ‘Satang’ จริงๆ เขาไม่ได้โมเมขึ้นมา‘Wikibit’ คอนเฟิร์ม     เพื่อตอกย้ำความชัดเจนไปอีกขั้น ทางทีมสำรวจได้เดินไปที่ประตูทางเข้าบริษัทของ ‘Satang’ เพื่อเก็บภาพโลโก้บริษัทที่ติดอยู่ด้านกำแพงทางเข้ามาฝาก และเมื่อมองผ่านประตูเข้าไปจะพบว่ามีพนักงานนั่งทำงานอยู่จริงๆ ไม่ใช้สแตนด์อิน และไม่มีการจัดฉากใดๆทั้งสิ้น  สรุปก็คือ ข้อมูลต่างๆ ที่ทาง ‘Satang’ ได้ให้ไว้ในใบอนุญาตนั้น ตรงตามที่ทีมสำรวจลงพื้นที่ไปเกือบทุกประการ เนื่องจากทีมไม่สามารถเข้าไปในตัวของสำนักงานได้ จึงไม่สามารถทราบถึงขนาดธุรกิจเฉพาะตัวของ Exchange เจ้านี้ได้ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่ทีมสำรวจพบมาก็ยืนยันได้แล้วว่า ‘Satang’ เป็น Exchange ที่มีตัวตนอยู่จริง!!   หลังจากที่ ‘Wikibit’ พาไปทัวร์ออฟฟิศของ ‘Satang’ กันมาแล้ว ดังนั้นเราขอพาทุกคนไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของ ‘Satang’ ในแอป ‘Wikibit’ กันต่อเลย โดย ‘Satang’ นั้นเป็น Exchange ระดับ C ที่ได้รับคะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่ 7.07/10 คะแนน และได้รับใบอนุญาตจาก SEC ประเทศไทยมาแล้ว ผ่านการสำรวจและเยี่ยมชมจาก ‘Wikibit’ ทั้งหมด 1 ครั้ง และยังไม่มีการร้องเรียนความผิดปกติจากผู้ใช้งานเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นหากใครที่กำลังสนใจที่จะลงทุนคริปโตกับ Exchange เจ้านี้ นั้นถือว่าดีเพราะมีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับหนึ่งนั่นเอง    คุณเองก็สามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูล Exchange และ Token แบบนี้ด้วยตัวเองได้ เพียงโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แล้วกดค้นหาชื่อเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-22การวิเคราะห์เชิงลึก

การเทรดคริปโตแบบ ‘Margin’ คืออะไร? สร้างกำไรได้หลายเท่าจริงไหม?

การเทรดคริปโตในปัจจุบันนั้นมีหลายรูปแบบมาก ซึ่งมือใหม่หลายๆ คนก็ต่างค้นหาวิธีการเทรดที่สามารถทำกำไรได้หลายเท่า ดังนั้นบทความนี้แอดจะพามือใหม่ทุกคนมารู้กับการเทรดคริปโตแบบ ‘Margin’ ว่ามันคืออะไร? สร้างกำไรแบบไหน? ไปดูกันเลย!  Margin หรือ Margin Trading (Leveraged Trading) คือ การเทรดคริปโตด้วยการยืมเงินจากกระดานเทรดมาเทรด ในปริมาณที่มากขึ้น และมีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นหลายเท่านั่นเอง โดยกระดานเทรดบางเว็บอาจให้ Leverage ที่ 1:1 ซึ่งแปลว่า นักเทรดสามารถกู้ยืมเงินเป็นจำนวน 100 เปอร์เซ็นต์จากทุนที่มีได้ หรือบางเว็บอาจให้ Leverage ที่มากกว่านั้น ถ้ายังนึกภาพไม่ออกแอดจะยกตัวอย่างแบบง่ายๆ ให้ดู  ตัวอย่าง : เรามีเหรียญอยู่ 1 BTC ในกระดานเทรด แต่คุณอยากได้เหรียญมาเทรดเพิ่ม คุณก็แค่ยืมมาอีก 1 BTC เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้เหรียญ 2 BTC ในการเทรดได้แล้ว Easy มาก!!  ถึงแม้การเทรดคริปโตในลักษณะจะเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรได้มาก แต่ก็ถือว่าเป็นการเทรดที่มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน เนื่องจากเงินที่ใช้เทรดนั้นเป็นเงินยืม มักมีดอกเบี้ยเป็นของแถมเสมอ ซึ่งดอกเบี้ยจะถูกคิดหลังจากเราปิด Position ของการเทรด ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อย่างไรก็ตามถ้าคุณเทรดแบบถูกทางกำไรที่หวังไว้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าผลมันออกมาผิดทางคุณก็อาจหมดตัวได้ไม่ยากเช่นกัน ดังนั้นก่อนเทรดในลักษณะนี้อ่านเงื่อนไขให้ดี  คำศัพท์ที่ควรรู้ในการเทรดแบบ ‘Margin’  Margin Call หากการเทรดของคุณไม่ได้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง คุณก็มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเงินทุนเข้าไป เพื่อไม่ให้พอร์ตถูกล้าง แต่ถ้าคุณดื้อไม่ยอมเติมเงินเพื่อให้ Position ที่เปิดไว้ไหลต่อไปได้ แน่นอนจะถูกปิดทันทัน แบบนี้เขาเรียก Margin Call  Liquidation คือ การที่ Position ปิดตัวลงทันที แล้วคุณต้องเสียเงินทั้งหมดไป เนื่องจาก Position นั้นมีการเสียเงินมากกว่าเงินทุนที่คุณมีอยู่นั่นเอง  ยกตัวอย่าง : ถ้าคุณมีเงิน 100 ดอลลาร์ และทำการซื้อ Bitcoin มูลค่า 10,000 ดอลลาร์ ด้วยการ Leverage แบบ 100 เท่า ถ้าหากราคา Bitcoin ร่วงลงไป 1 ดอลลาร์ คุณก็จะเสียเงิน 100 ดอลลาร์ เพราะมีการ Leverage ด้วย ในกรณีนี้ ถ้าคุณไม่ทำการเพิ่มเงินให้มากกว่า 100 ดอลลาร์ Position ที่ซื้อ Bitcoin นี้ไว้ก็จะถูกบังคับปิดไป และก็จะเสียเงิน 100 ดอลลาร์นั้นไป  สรุปง่ายๆ ก็คือ การเทรดแบบ ‘Margin’ เป็นการเทรดที่ได้ผลกำไรหลายเท่า แต่มีความเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นมือใหม่ที่อยากเทรดในรูปแบบนี้ ควรเริ่มจากการเทรดเงินน้อยๆ ดูค่า Leverageให้ดี แอดแนะนำว่าไม่ควรเกิน 2:1 และอย่า All in หรือว่าทุ่มเต็มที่หมดหน้าตักเด็ดขาด ควรแบ่งเงินในการลงทุนให้ดี ไม่งั้นหมดตัวมานั่งร้องไห้แอดช่วยอะไรไม่ได้นะขอบอก!!  ปัจจุบัน Exchange หรือเว็บที่เปิดให้เทรดแบบ ‘Margin’ มีอยู่เยอะ ดังนั้นก่อนลงทุนเทรดอย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือให้ดี ด้วยการโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ เพราะตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-22การวิเคราะห์เชิงลึก

Cardano ร่วง 20% ในช่วงขาลงของตลาด

ราคาซื้อขายล่าสุดของ Cardano อยู่ที่ $1.141378 เมื่อเวลา 07:22 (00:22 GMT) ของวันอังคาร ตามInvesting.com Index ร่วงลง 20.03% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับลงมากที่ภายใน 1 วันนับตั้งแต่ May 19  แรงขายที่ทำให้ราคาขยับลงนี้ ยังส่งผลให้มูลค่าซื้อขายรวมของ Cardano ลดลงเหลือ $36.721776B หรือคิดเป็น 2.92% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของ Cardano นั้นเคยแตะระดับสูงสุดที่ $71.557257B  ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Cardano มีราคาซื้อขายอยู่ที่ระหว่าง $1.141378 ถึง $1.178838 โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ $4.012462B หรือ 3.18% ของมูลค่าซื้อขายสกุลเงินคริปโตทั้งหมด  ภาพรวมในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มูลค่าของ Cardano อยู่ในร่วง โดยลดลง 27.34% และมีช่วงราคาต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ $1.1414 ถึง $14.6327  ราคาปัจจุบันของ Cardano ยังคงลดลง 92.20% จากระดับสูงสุดที่ $14.63 เมื่อ June 21สถานะการเทรดของสกุลเงินคริปโตอื่น ๆ  บิทคอยน์ มีราคาล่าสุดอยู่ที่ $31,234.7 ตามInvesting.com Index ขยับลง 12.13% ในวันเดียวกัน  Ethereum แลกเปลี่ยนที่ราคาล่าสุด $1,865.84 ตามInvesting.com Index ลดลง 16.41%  มูลค่าการซื้อขายรวมของ บิทคอยน์ ล่าสุดอยู่ที่ $587.209615B คิดเป็น 46.70% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ขณะที่ Ethereum มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ $217.816240B ซึ่งคิดเป็น 17.32% ของมูลค่าตลาด

2021-06-22การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้เชี่ยวชาญขอตอบ Bitcoin อยู่ในช่วงขาลงแล้วหรือไม่ ?

Bitcoin นั้นมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $ 32,000 ลดลง 9.4% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและลดลง 20% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน Ethereum ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตลาด มีมูลค่าที่ลดลง 12.5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและลดลงเกือบ 24% ในหนึ่งสัปดาห์   ราคาเหรียญที่ร่วงลดลงอย่างรุนแรง ทำให้หลายคนสงสัยว่าตอนนี้ตลาดเข้าสู่ช่วงขาลงแล้วหรือยัง ? ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยังคงลังเลเกี่ยวกับคำถามนี้และตอบได้เพียงแค่ว่า “อาจจะ” โดยในวันนี้นาย Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลแก่นักลงทุนได้โพสต์ทวีตว่า ตลาดขาลงของ Bitcoin “ได้รับการยืนยัน” แล้ว เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่ (หรือที่รู้จักในชื่อของวาฬ) กำลังแห่โอนเงินของพวกเขาไปยังกระดานแลกเปลี่ยน Ki Young Ju กล่าวให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า  “เมื่อวาฬมีการโอนเงินเข้ามาสู่ตลาดมักจะมีแนวโน้มจะเป็นขาลงเสมอในสถิติที่ผ่านมา” อย่างไรก็ตามเขากล่าวเสริมด้วยว่าบางทีมันอาจเป็น “เหมือนกับการปรับฐานในหลายครั้ง ซึ่งอาจใช้เวลาสองถึงสามสัปดาห์” นักวิเคราะห์ Alex Kruger เห็นด้วยกับเขา โดยกล่าวในวันนี้ว่า สิ่งที่เราเห็นอยู่คือ “ตลาดหมีอย่างแน่นอน” อย่างไรก็ตามนาย Pedro Febrero นักวิเคราะห์จาก Quantum Economics เชื่อว่า มันยังเร็วเกินไปที่เราจะบอกได้ว่าตลาดหมีเกิดแล้วหรือยัง “ผมไม่คิดอย่างนั้น” เขากล่าว   อย่างน้อยมันก็ควรต้องใช้เวลารอดูสักสองถึงสามสัปดาห์“ ตลาดคริปโตเริ่มพังทลายลงนับตั้งแต่เดือนที่แล้ว ซึ่งเห็นได้จากเม็ดเงินมูลค่ากว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกลบหายไปจากตลาดในชั่วพริบตา อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางรายยังคงลังเลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดปัจจุบัน โดยนาย Matt Aaron ผู้ร่วมก่อตั้ง UniWhales แอพที่ติดตามการทำธุรกรรม DeFi กล่าวว่า อุตสาหกรรมคริปโตนั้นดูเหมือนอินเทอร์เน็ตในยุคแรก ๆ และยากเกินไปที่จะรู้ได้ว่าตลาดกำลังจะมุ่งหน้าไปในทิศทางใด ”เราเคยชินกับมัน ตลาดผันผวนขึ้นๆ ลงๆ อย่างรุนแรง“ เขากล่าว ”แต่ถ้าหากคุณมองดูที่การเติบโตของอินเทอร์เน็ตหลังปี 2001 คุณจะเห็นได้ว่า มันถูกยอมรับในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งเราเข้าใกล้สิ่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปี  ขอขอบคุณบทความจาก SiamBlockchain

2021-06-22การวิเคราะห์เชิงลึก

สุดเศร้า! เปิดภาพเหตุการณ์ เหมืองขุดคริปโตในจีนหยุดทำงาน

" />   เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลจีนได้มีการสั่งแบนการขุด ‘Bitcoin’ และระงับการขุดแล้วบางส่วนในประเทศ ส่งผลให้ราคาตลาด ‘Bitcoin’ และคริปโตสกุลเงินอื่นๆ ร่วงลงมาตามๆกันในวันหยุดที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการปิดเหมืองขุด ‘Bitcoin’ ออกมาบนโซเชียลมีเดีย สร้างความฮือฮา และส่งผลกระทบต่อจิตใจของนักลงทุนคริปโตเป็นอย่างมาก   โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้นมีระยะเวลาของคลิปเพียง 9 วินาทีเท่านั้น แต่เป็น 9 วินาทีที่บีบหัวใจคนดูมาก เนื่องจากเป็นภาพเหตุการณ์สุดสลดของเหมืองขุด ‘Bitcoin’ ในประเทศจีน ได้เริ่มทำการถอดปลั๊กเครื่องมือการขุด เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่ามันได้หยุดทำงานแล้วจริงๆ ตามคำประกาศของรัฐบาล ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าประเทศจีน นั้นเป็นแหล่งขุด ‘Bitcoin’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เบื้องต้นคาดว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวนอกจากจะส่งผลกระทบต่อจิตใจคนดูแล้ว อาจมีผลกระทบต่อราคาตลาดในระยะยาวตามมาอีกด้วย   ทั้งนี้กระแสในโซเชียลมีเดียต่างมีคนออกมาแสดงความคิดเห็นกับวิดีโอคลิปนี้กันเป็นจำนวน โดยส่วนใหญ่เป็นประเด็นเรื่องการย้ายเหมืองขุด ‘Bitcoin’ ไปประเทศอื่นๆ ต่อมาคือประเด็นการซื้อขายอุปกรณ์ขุด ‘Bitcoin’ มือสองราคาถูกจากจีนเป็นอันดับที่ 2 และประเด็นความกังวลในเรื่องราคาของตลาดที่จะตกลงหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นอันดับรองลงมา  อย่างไรก็ตามไม่ได้มีแค่ประเทศจีนที่เป็นแหล่งขุด‘Bitcoin’ เพราะยังมีประเทศอื่นๆที่ปล่อยให้ขุดอยู่ตามการควบคุมของกฎหมาย ดังนั้นแอดเชื่อว่ายังมีนักลงทุนหลายๆ คน และรัฐบาลอีกหลายประเทศที่ยังเล็งเห็นข้อดี และความสำคัญของ ‘Bitcoin’ พร้อมที่จะนำมันมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดในอนาคต   หากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ และวงการคริปโต อย่าลืมกดติดตามเพจ ‘Wikibit’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโต แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!    ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-21การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดเรื่องราวของ ‘Beeple’ ชายผู้ขายงานศิลปะแบบ ‘NFT’ ได้ราคาสูงที่สุดในโลก

วงการคริปโตในไทยช่วงนี้เหรียญ ‘NFT’ กำลังมาแรง เพราะมีศิลปินในไทยหลายๆ ท่าน ที่กำลังผลิตชิ้นงานของตัวเองแล้วทำให้มันกลายเป็น ‘NFT’ เพื่อสร้างกำไรมหาศาลในรูปแบบดิจิทัล ดังนั้นหากใครที่มีความสามารถในด้านศิลปะนี้ อย่ามัวแต่รอเวลา เพราะบทความนี้แอดมีเรื่องราวดีๆ ของชายที่สามารถขายงานศิลปะแบบ ‘NFT’ ได้ราคาสูงที่สุดในโลกมาฝาก เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนได้นั่นเอง   ไมเคิล วินเคลมันน์ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘Beeple’ ศิลปินดิจิทัลบนอินเทอร์เน็ต จากเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งความสำเร็จของชายผู้นี้นั้นเริ่มต้นมาจาก การที่เขานั้นเป็นคนที่หลงใหลในคอมพิวเตอร์มาก ซึ่งเขามองว่ามันเป็นวัตถุที่มีความเป็นไปได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด และรู้ว่าสิ่งนี้มันสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ประกอบกับความอยากเป็นศิลปิน ทำให้เขาเริ่มที่จะผลิตชิ้นงานขึ้น   ในช่วงแรกต้องบอกก่อนเลยว่าชายคนนี้มีเพียงแค่อยากเป็น แต่ไม่มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะเอาสะเลย แต่เขาก็ไม่ได้หยุดนิ่ง หากระดาษ จับดินสอแล้วเริ่มวาดลายเส้นลงไป โดยภาพวาดชิ้นแรกของเขาเกิดขึ้นในปี 2007 คือ ภาพของลุงจิม ซึ่งมันเป็นผลงานที่ห่วยแตกมาก เขาคิดว่า “หากให้ใครได้เห็นผลงานชิ้นนี้คงคิดว่าเด็กอนุบาลเป็นคนวาด” แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี   หลังจากนั้นมาเขาก็ได้ฝึกวาดรูปเหล่านี้ทุกวัน วันละหนึ่งชิ้น และเมื่อเวลาผ่านไป 100 วัน เขาก็ได้เริ่มวาดรูปเก่งขึ้น หลังจากนั้น 365 วัน เขาได้เรียนรู้วิธีการออกแบบรูปภาพบนคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบ 3 มิติ และหลังจากนั้น 500 วัน เขาได้เรียนรู้ที่จะทำให้มันดูสมจริงมากขึ้น ซึ่งเขาได้อัปเดตผลงานของตัวเองลงบนอินเทอร์เน็ตทุกวัน จนคนเริ่มเห็นการมีตัวตนของเขา ซึ่งผู้ชายคนนี้ได้ทำแบบนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 13 ปี หรือ 5,000 วัน ต่องานศิลปะ 5,000 ชิ้น และ 5,000 โอกาสในการพัฒนาฝีมือของตนเอง   ต่อมาเมื่อทุกคนเริ่มรู้จักชายคนนี้ในนามของ ‘Beeple’ แล้ว มันทำเขาได้มีความคิดที่อยากจะขายงานศิลปะของตน 5,000 ชิ้น ออกมาในภาพเดียว ก่อนตัดสินใจให้กำเนิดภาพ ‘NFT’ ภาพนี้ ซึ่งเป็นภาพเดียวในโลกขึ้นมา เพื่อแสดงถึงความพยายามของตนตลอด 13 ปี พร้อมนำไปวางขายที่ ‘Christie’s Aution‘ หรือบริษัทซื้อขายประมูลงานศิลปะ โดยตอนนั้น ’Beeple ได้แต่ภาวนาให้มันขายได้  ในเวลาต่อมาภาพ ‘NFT’ นี้ได้ถูกขายให้กับแฟนตัวยงของเขาชาวอินเดียที่มีชื่อว่า ‘เมตาโคแวน’ ในราคาที่สูงมากถึง 69 ล้านเหรียญดอลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะ ‘NFT’ ที่มีมูลค่าสูงมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ โดย ‘Beeple’ ได้กล่าวว่า  “ถ้าคุณชอบ และอดทนทำมันต่อไป ตั้งใจมุ่งมั่น อยู่กับความมุมานะ และความเป็นจริง แน่นอนว่ามันสามารถเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จได้ และผมได้พิสูจน์ให้พวกคุณเห็นแล้ว”  ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ที่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เพราะปัจจุบันในสังคมไทยมักมองว่า ‘การเรียนศิลปะไม่สามารถสร้างอาชีพได้’ ทั้งนี้แอดอยากจะบอกว่าอย่าไปสนใจคำพูดเหล่านั้น เพราะตอนนี้เทคโนโลยีพัฒนาก้าวไปไกลแล้ว ไม่แน่งานศิลปะคุณอาจกลายเป็น ‘NFT’ แรกของประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงที่สุด และมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ดังนั้นถ้าคุณชอบมันจริงๆ อย่ารอช้าหากระดาษ หยิบดินสอแล้ววาดมันสะ!!   คุณเองก็กดสามารถติดตามข่างสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโต แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)

2021-06-21การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
134136
...
142