บริษัทด้านคริปโตที่ผิดกฎหมายในอังกฤษ อาจเป็นชนวนทำให้เกิดตลาดขาลงครั้งใหม่

หลังจากที่หน่วยงานกำกับด้านการเงินในอังกฤษอย่าง Financial Conduct Authority (FCA) ได้ออกมาทำการตรวจสอบบริษัทด้าน cryptocurrency ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดพวกเขาได้เผยแพร่คำเตือนแก่ประชาชนเกี่ยวกับบริษัท crypto ที่ผิดกฎหมายทั้งหมด 111 แห่งในสหราชอาณาจักแล้ว รายการบริษัทเหล่านี้จะเพื่อเป็นแนวทางแก่ประชาชนในประเทศ และรวมถึงบริษัทด้าน crypto อีกด้วย   ซึ่งเป็นลิสต์ที่แสดงให้เห็นถึงบริษัทด้าน crypto ทั้งหมดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับหน่วยงาน FCA FCA นั้นมีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการฟอกเงินและการต่อต้านการก่อการร้ายทางการเงินสำหรับบริษัทคริปโตในสหราชอาณาจักร รวมถึงการจดทะเบียนบริษัทคริปโตเพื่อให้มีสถานะทางกฎหมาย พวกเขาได้เตือนผู้บริโภคให้หลีกเลี่ยงบริษัทที่อยู่ในรายชื่อเนื่องจากดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ FCA ยังได้รายงานว่าธุรกิจสินทรัพย์ crypto ประมาณ 51 แห่งต้องถอนคำขอจดทะเบียนเนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ในระเบียบการฟอกเงิน   โดยระบุว่าบริษัทดังกล่าวจะต้องยุติการดำเนินงาน หรือต้องเผชิญกับการดำเนินการทางกฎหมายและมีค่าปรับ จนกว่าจะได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดนี้คาดการณ์ว่าอาจส่งผลเสียต่อตลาด crypto ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่าตลาดคริปโตอาจจะมีการปรับตัวลงอีกในอนาคต เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้ ในขณะเดียวกัน การนำ cryptocurrencies ไปใช้ในสหราชอาณาจักรนั้นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยจากผลสำรวจของ FCA ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเปิดเผยว่าผู้ใหญ่ประมาณ 2.3 ล้านคนในสหราชอาณาจักรถือ cryptocurrencies เพิ่มขึ้นจาก 1.9 ล้านคนในปีที่แล้ว แต่ก็สวนทางดัชนีที่บ่งบอกความรู้และความเข้าใจในสินทรัพย์คริปโตของประชาชนที่ลดลง   การสำรวจของ AJ Bells ยังเปิดเผยว่าผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรชอบลงทุนใน crypto มากกว่าหุ้นและหุ้น โดยนาง Laith Khalaf หนึ่งในนักวิเคราะห์ทางการเงินของบริษัท ให้ความเห็นเกี่ยวกับผลการวิจัยที่บอกว่าโลกนี้ “บ้าไปกับคริปโต” แม้ว่าคริปโตเคอเรนซีจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ในสหราชอาณาจักร รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแล ต่างก็ยังมีทีท่าที่ระมัดระวังในประเภทสินทรัพย์ดังที่เห็นในการกระทำของพวกเขา ตามรายงานก่อนหน้านี้ของพบว่ากว่า 93% ของ IFA จะไม่แนะนำให้ลูกค้าลงทุนใน cryptocurrencies และเหรียญ meme เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงและมีความผันผวน ข้อจำกัดที่วางไว้ในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอาจทำให้ความสนใจของผู้บริโภคในสกุลเงินดิจิทัลลดลง ส่งผลให้วงการคริปโตในอังกฤษต้องถอยหลังไปอีกก้าวก็เป็นได้  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-06-28การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin พุ่งทะลุ 34,000 ดอลลาร์ ทำตลาดเขียวขจี

ราคาของ BTC นั้นดูเหมือนว่าจะมีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้ามืดของวันนี้ หลังจากที่เมื่อวานนี้ร่วงลงไปแตะระดับที่ทำให้นักเทรดต้องไม่ปลื้มเท่าไรนัก กราฟ BTCUSD เผยให้เห็นว่าราคาของ BTC นั้นได้พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันนี้ที่ 34,989 ดอลลาร์ ก่อนที่จะร่วงลงมาอยู่ที่ 34,7595 ดอลลาร์ในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ไม่มีใครรู้แน่ชัดถึงสาเหตุการพุ่งขึ้นของราคา แต่คาดการณ์ว่าอาจจะเป็นผลมาจากกลไกของตลาดที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง และสถิติที่ผ่านมานั้นตลาดมักจะซบเซาในวันหยุด   แต่เริ่มจะกระเตื้องในวันจันทร์นั่นเอง เมื่อวานนี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าแรงขุดของ Bitcoin ในเครือข่ายนั้นได้แตะจุดต่ำสุดในรอบ 13 เดือน หลัก ๆ นั้นมาจากการแบนการขุดของจีนนั้นดูเหมือนว่าจะสร้างความเสียหายในวงการคริปโตในประเทศอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าจีนนั้นเป็นผู้นำในด้านแรงขุด Bitcoin ในเครือข่าย hashrate หรืออัตราแรงขุดเปรียบเสมือนตัวชี้วัดความปลอดภัยที่สำคัญสำหรับบล็อคเชน ยิ่งเครือข่ายมีพลังแรงขุดมากเท่าไร ความสามารถในการป้องกันการโจมตีโดยรวมก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งอัตราการแฮชที่ลดลงนั้นเป็นผลมาจากการห้ามการขุด bitcoin ของจีนเมื่อเร็วๆ นี้ สิ่งนี้ดูเหมือนว่าจะส่งผลต่อราคาในตลาดของ BTC ก่อนหน้านี้ เนื่องจากว่านักขุดนั้นต้องทำการเทขายเหรียญออกไปในตลาดเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการย้ายเหมืองขุด และรวมถึงเพื่อ cover loss จากธุรกิจของพวกเขาอีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-06-28การวิเคราะห์เชิงลึก

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘Dogecoin’ เหรียญมีมหมาขวัญใจมหาชน!!

ดูเหมือนว่าเหรียญที่กำลังโด่งดังที่สุดในวงการคริปโตตอนนี้จะไม่ใช่แค่ ‘Bitcoin’ สะแล้ว เพราะตอนนี้มีอีกหนึ่งเหรียญที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ‘Dogecoin’ เหรียญมีมรูปหมาชิบะขวัญใจมหาชน ที่เมื่อไม่นานนี้ดูเหมือนมันจะเข้าไปครองใจ มหาเศรษฐีแห่งเทสลาอย่าง ‘Elon Musk’ ที่ออกมาทวิตข้อความเชียร์อย่างสุดใจ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า‘Dogecoin’ มีเรื่องเจ๋งๆ ที่ควรรู้อีก 5 ข้อ รับรองว่าคุณเองก็คิดไม่ถึงอย่างแน่นอน!!    1.จุดถือกำเนิดของ ‘Dogecoin’    ‘Dogecoin’ ถูกสร้างโดยโปรแกรมเมอร์ชื่อ บิลลี มาร์คัส และนักการตลาดชื่อ แจ็คสัน พาล์มเมอร์ เมื่อปี 2556 หลังเกิดมีม (Meme) รูปสุนัขสายพันธุ์ชิบะมองด้วยหางตาเลิกลัก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์การ์ตูนตลกในอเมริกาเรื่อง “Homestar Runner” นั่นเอง  2. ‘Dogecoin’ อ่านออกเสียงว่า..?    นักลงทุนหลายคนมาออกเสียงเจ้าเหรียญนี้ว่า Dog ที่แปลว่า สุนัขจนติดปาก แต่คุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้วมันออกเสียงว่า “โดชคอยน์” อ้างอิงจากข้อมูลของเว็บไซต์ Dictionary.com และพาล์มเมอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Dogecoin’    3. ไม่จำกัดจำนวนเหรียญ    ความแตกต่างของเหรียญตัวนี้ที่ ‘Bitcoin’ เหรียญแม่แห่งวงการคริปโตก็ไม่สามารถทำตามได้นั้นก็คือ มันเป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นอย่างไม่จำกัด ทำให้คริปโตตัวนี้มีสภาพเหมือนกับสกุลเงินทั่วไปที่เราใช้กันปกตินั่นเอง  4. แลกเปลี่ยนแบบไร้ตัวกลาง    เพราะมันใช้ระบบการแลกเปลี่ยนคริปโตแบบกระจายศูนย์ หรือ Decentralized Exchange ที่ให้คนสามารถเทรดได้แบบไม่ต้องผ่านตัวกลาง แถมให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซื้อขายได้ทันทีทั่วโลกด้วยนะขอบอก  5. ในทวิตเตอร์นั้นมันฮอตที่สุดแล้ว    เพราะมีเป็นเหรียญที่เคยมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ กดค้นหาคำว่า Doge (ซึ่งเป็นตัวย่อของมัน) มากที่สุดถึง 200,810 ครั้ง ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งทำลายสถิติเดิมของ ‘Bitcoin’ ได้ตามข้อมูลจาก The Tie แถมมันยังมีสัดส่วนมากกว่า 58% ที่แสดงการถูกพูดถึงในทวิตเตอร์จากเหรียญคริปโตทั้งหมดอีกด้วย ถือว่าสมคำคุยที่ ‘Wikibit’ ยกให้มันเป็นเหรียญขวัญใจมหาชนจริงๆ   เรามาดูข้อมูลของเหรียญ ‘Dogecoin’ ในแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า โดยเหรียญ‘Dogecoin’ นั้นเป็นเหรียญที่ได้รับคะแนนจากแอปอยู่ที่ 8.77/10 คะแนน แถมติดอยู่ในอันดับที่ 8 จากความนิยมของเหรียญคริปโตทั้งหมด มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 962 พันล้านบาท ถือว่าเป็นเหรียญฮอตฮิตที่น่าลงทุนในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-06-27การวิเคราะห์เชิงลึก

สายมูอย่าพลาด!! 5 สถานที่ขอพรเกี่ยวกับคริปโต

สายมูอย่าพลาด!! 5 สถานที่ขอพรเกี่ยวกับคริปโต ใกล้เมืองกรุงเทพฯ “โชคต้องมา กราฟต้องพุ่ง”     1. หลวงพ่อปากแดง วัดพราหมณี จ.นครนายก  คอหวยต้องเคยได้ยิน “เลขเด็ดหลวงพ่อปากแดง” นั้นของจริง!! แต่นอกจากการให้หวยแล้ว ท่านยังเด่นยังเด็ดในเรื่องการให้โชคลาภ เรื่องเงินทองอีกด้วยนะ ดังนั้นนักเทรดอย่าช้า รีบไปกราบไหว้ขอพรจากท่าน ดวงจะได้เฮงๆ กราฟจะได้พุ่งๆ เพราะการเทรดคริปโตก็ใช้ดวงเหมือนกันนะขอบอก   2. หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา    ไม่ต้องพูดเยอะ!! ในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์จากที่นี่ ขนลุกอย่างเดียวพอ!! เพราะใครๆ ก็รู้จักหลวงพ่อโสธร เขาว่ากันว่า “ใครอยากได้อะไร ไปกราบไหว้ขอพรจากท่านสมหวังทุกราย” ไม่ว่าจะเป็นการขอให้ท่านปกปักรักษา ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา งานนี้บอกเลยนัดเทรดคริปโตห้ามพลาด!!   3. ศาลเจ้าพ่อยี่กอฮง ย่านเยาวราช    ย่านนี้ผู้ชายดี ของกินอร่อย ศาลเจ้าพ่อก็ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เขาว่ากันว่า “เจ้าพอเป็นคนที่มีดวงเรื่องการเสี่ยงโชคมาก” แล้วก็อย่างที่บอกการเทรดคริปโตนั้นต้องใช้ดวงเหมือนกัน ใครอยากลงจากดอย ได้กำไรงอกงามจากการลงทุนอย่ามัวรอช้า!!   4. ศาลปู่เสือสมิงพราย แถวรามอินทรา    หากมีคนถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อ เราไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น แต่จะขอท้าให้นักลงทุนสายมูทุกคนไปดูให้เห็นกับตา เพราะถ้าคุณไปถึงแล้วเห็นของแก้บนต่างๆ มากมายที่วางเรียงรายอยู่ คุณก็จะเก็ททันทีเลยว่า “ท่านน่ะของจริง” นักเทรดที่อยากประสบความสำเร็จในการลงทุน ลองหาเวลาไปกราบไหว้สักการะขอพรจากท่านดู ไม่แน่กราฟสีแดง อาจเปลี่ยนเป็นสีเขียวก็ได้!!   5. พระแม่ลักษะมี แยกราชประสงค์ BTS สถานีชิดลม    ของดี ของเด็ด ไม่ต้องไปไกล เดินทางง่าย อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครนี้เอง บอกได้คำเดียวว่าที่นี่ปังมาก และได้รับความนิยมที่สุด เพราะพระแม่ลักษมีนั้น ท่านเด่นดังในเรื่องการประทานพรให้ประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการทำมาหากิน การลงทุน การประกอบกิจการ ไปจนถึงลาภทรัพย์เงินทอง ดังนั้นนักเทรดคนไหนว่างๆ อย่าลืมหาเวลาไปกราบไหว้ขอพรจากท่าน กำไรงามแน่นอน   อันนี้ของแถม!! เทรดเดอร์คนไหนกลัวโดนโกงต้องมาที่นี่ “Wikibit ”แอปนี้ศักดิ์สิทธิ์จริง และโด่งดัง ในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลมากๆ ใครที่คิดจะเริ่มลงทุน โหลดแอปนี้ติดมือถือไว้หายห่วงแน่นอน เพราะตัวแอปมีฟีเจอร์ตรวจสอบข้อมูล Exchange และ Token ที่ครบและจบในแอปเดียวมาก เพียงแค่คุณกดค้นหาที่คุณกำลังสนใจเท่านั้น ข้อมูลต่างๆ ก็จะปรากฏขึ้นทันตาเห็น (ขนลุกแล้ว!!!) ดังนั้นการลงทุนในวงการคริปโตจะพึ่งดวงอย่างเดียวบ่ได้เด้อ!! ต้องตรวจเช็คข้อมูลให้ดีก่อนลงทุนทุกครั้ง จะได้ไม่ถูกโกง!! โหลดเลยฟรี!!  ขอขอบคุณรูปภาพจากเจ้าของภาพค่ะ

2021-06-27การวิเคราะห์เชิงลึก

‘YFI’ เหรียญคริปโตที่เคยมีราคา 10 ล้านบาทในช่วงต้นปี มันคือเหรียญอะไรกันแน่?

คุณรู้หรือไม่ว่ามีเหรียญคริปโตอยู่หนึ่งเหรียญ ที่เคยมีราคาสูงถึง 10 ล้านบาท ในช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา บนกระดานเทรด Bitkub แซงหน้าเหรียญคริปโตรุ่นพี่อย่าง ‘Bitcoin’ และ ‘Ethereum’ ไปอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเหรียญตัวนั้นมีชื่อว่า ‘YFI’ แต่มันเป็นเหรียญอะไรมาดูกัน!!  ‘Yearn Finance’ หรือ ‘YFI’ เป็นหนึ่งในเหรียญ ‘DeFi’ บนระบบ Blockchain ของ ‘Ethereum’ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 โดยโปรแกรมเมอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น คือ ‘Andre Cronje’ กูรูด้านซอฟต์แวร์ชาวแอฟริกาใต้ แถมยังไม่เคยมีการระดมทุนหรือ ICO อีกด้วย   อีกทั้ง ‘YFI’ ยังเป็น Governance Token หรือเหรียญที่มอบสิทธิ์ให้กับผู้ถือครองได้กำหนดอนาคตหรือนโยบายต่างๆ ร่วมกัน โดยจะแจกจ่ายเหรียญก็ต่อเมื่อมีการนำเอาเหรียญดิจิทัลอื่นๆ ไปล็อกลงในเครือข่าย แต่เนื่องจาก ‘Andre Cronje’ ต้องการจำกัดจำนวนของเหรียญ ‘YFI’ ไว้ประมาณที่ 36,000 เหรียญเท่านั้น จึงทำให้มีการโหวตเพื่อลงมติกันเกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มนักลงทุนกว่า 99.97% จากคะแนนเสียงทั้งหมดต่างก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้  ทั้งนี้ตัวเหรียญยังมีข้อดีอยู่ที่การทำให้การฟาร์มเหรียญนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น สำหรับนักลงทุนที่สนใจ โดยเฉพาะโปรโตคอล yEarn.finance ที่สามารถวิเคราะห์ ได้ว่าแพลตฟอร์มไหนให้ผลตอบแทนสูงสุด และทำการปล่อยกู้เป็น ‘Stablecoin’ อย่าง Tether (USDT) หรือ True USD (TUSD) เป็นต้น ให้กับแพลตฟอร์มที่สนับสนุนโปรโตคอลนี้   ต่อมาหลายๆ คนคงสงสัยแล้วว่าทำไมราคาของมันถึงได้สูงถึง 10 ล้านบาท ในช่วงต้นปี 2021 แซงหน้าเหรียญรุ่นพี่อย่าง ‘Bitcoin’ และ ‘Ethereum’ ไปได้ เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่า ทาง ‘Andre Cronje’ ได้จำกัดจำนวนของเหรียญไว้เพียง 36,000 เหรียญเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก และมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้มูลค่าของเหรียญ ‘YFI’ นั้นพุ่งสูงขึ้นมากเช่นกัน บนกระดานเทรด Bitkub อีกด้วย    มาดูข้อมูลของเหรียญ ‘Yearn Finance’ หรือ ‘YFI’ จากแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่าว่าจะปังสักแค่ไหน โดยเหรียญ ‘YFI’ ได้รับความนิยมจนติดอันดับที่ 18 ใน Ranking ที่ทางแอปจัดทำขึ้น ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 8.57/10 คะแนน มีมูลค่าทางตลาดสูงถึง 1.1371 พันล้านบาท และมีราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 965,508 บาท ต่อ 1 YFI ในเวลา 17.18 น ของวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ซึ่งใครที่สนใจอยากลงทุนในเหรียญสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ ของเหรียญได้ที่แอป ‘Wikibit’  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจติดตามเพจ Wikibit แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-26การวิเคราะห์เชิงลึก

กองปราบลุยยุทธการจับแก๊งชาวต่างชาติ 'หลอกลงทุน' ได้แล้ว!

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 21 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผบช.ก.พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.กก.สสน. ร่วมแถลงจับกลุ่มคนต่างชาติที่หลบหนีเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย โดยมาเข้าพักอาศัยกระจายอยู่ตามรีสอร์ทต่างๆ ในพื้นที่หมู่บ้านรักษ์ไทย หมู่ 6 ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์  พล.ต.ต.จิรภพ เปิดเผยว่า บก.ป.รับเเจ้งเบาะเเสว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ลักลอบข้ามประเทศเข้ามาจับกลุ่มทำกิจกรรมน่าสงสัย รวมทั้งยังก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ เพราะกังวลว่า การลักลอบเข้าเมืองโดยที่ไม่ผ่านการคัดกรองไวรัสโควิด-19 จะเป็นเหตุให้เข้ามาแพร่กระจายเชื้อให้กับชาวบ้านด้วย  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้สืบสวนโดยใช้เวลากว่า 1 เดือน จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีด้วยกันประมาณ 60-80 คน มาเช่าเหมารีสอร์ท ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปโดยเด็ดขาด ระหว่างนี้จะมีการใช้โทรศัพท์ในห้องประชุมพร้อมๆ กันหลายคน ลักษณะคล้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และยังจ้างคนพื้นที่ให้คุ้มครองความปลอดภัย ลักษณะเหมือนเป็นกลุ่มผู้อิทธิพล  พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ขอหมายศาลเข้าเป้าหมาย 6 จุด โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. และชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานร่วมกับตำรวจบก.ปอท.หน่วย ฉก.ร.7, สตม.5 เข้าปิดล้อมและจับกุมชาวต่างชาติได้ทั้งหมด 53 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 40 คน,เมียนมา 12 คน และฟิลิปปินส์ 1 คน พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิโทรศัพท์มือถือ จำนวน 300 เครื่อง, คอมพิวเตอร์, ซิมโทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์สำหรับปลอมหนังสือเดินทางของจีน รวมทั้งหมดมากกว่า 500 รายการ  จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาเหล่านี้จะหลบหนีเข้าเมือง โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ จากนั้นก็เข้ามารวมกลุ่มเพื่อหลอกลวงต้มตุ๋น เหยื่อส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวจีน โดยการสร้างโปรไฟล์ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นผู้ที่ร่ำรวยจากการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล พูดคุยชักชวนจนเหยื่อหลงเชื่อร่วมลงทุนด้วย เหยื่อบางรายก็ถูกชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ หรือหลอก ลงทุนสกุลเงินดิจิทัล,ฟอเร็กซ์,กองทุนเถื่อน ในรูปแบบต่างๆ   จนสุดท้ายต้องสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก หลังจากนี้จะได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่เหลืออีกด้วย ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาก็จะแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่งให้ สภ.หมอกจำแป่ จ.แม่ฮ่องสอน ดำเนินคดีต่อไป  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-06-26การวิเคราะห์เชิงลึก

ไขข้อข้องใจการบริการซื้อขายเหรียญคริปโตจาก กลต.

ไขข้อข้องใจการบริการซื้อขายเหรียญของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กธ. 18/2564  คำถาม 1. เหรียญที่ถูกห้ามจดทะเบียน (list) สามารถออกเสนอขายได้หรือไม่  คำตอบ ผู้ออกสามารถออกเสนอขายเหรียญได้ แต่ไม่สามารถนำมาซื้อขายในศูนย์ซื้อขายฯ ได้ ยกเว้นเหรียญตาม (4) สามารถ list ที่ศูนย์ซื้อขายอื่นได้  คำถาม 2. ประกาศนี้ไม่มีผลย้อนหลัง หมายความว่าอย่างไร  คำตอบ เหรียญที่ list ก่อนหรือในวันที่ 11 มิ.ย. 2564 สามารถซื้อขายต่อไปได้ เท่ากับจำนวนที่จดทะเบียนแล้ว  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-06-26การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Satoshi Nakamoto’ ผู้ก่อตั้ง ‘Bitcoin’ คือใครกันแน่?

" />  คงไม่มีนักเทรดคริปโตคนไหนไม่รู้จัก ‘Bitcoin’ เหรียญแม่แห่งวงการคริปโตเคอเรนซี่ ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางราคาของเหรียญดิจิทัลทั้งมวล แต่หลายๆ คนนั้น ยังไม่รู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาทำไม และใครเป็นคนสร้าง?   ‘Bitcoin’ ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2007 และถูกเปิดเผยในปี 2009 โดย ‘Satoshi Nakamoto’ บุคคลลึกลับที่อ้างว่าตัวเองนั้นมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่มีข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมที่จะสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของเขาได้เลย   เขาสร้าง ‘Bitcoin’ ขึ้นมาจากรหัสลับทางคอมพิวเตอร์ เพื่อทำลายระบบทางการเงินแบบเก่า ให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคาร ไม่มีใครเป็นเจ้าของ หรือควบคุมมันได้ โดยใช้ระบบ ‘Blockchain’ เป็นตัวตรวจสอบ จนกลายเป็นสกลุเงินคริปโตตัวแรกของโลก ทั้งนี้ตัวของ Satoshi เองนั้นยังเป็นผู้ถือครอง ‘Bitcoin’ จากการขุดมากกว่า 1 ล้าน BTC ซึ่งถ้าตีมูลค่าจากราคาฝนปัจจุบันแล้วละก็บอกได้เลยว่ารวยมาก!!!  ต่อมาเมื่อพิจารณาจากความเชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสที่สูงมากของ Satoshi แต่กลับไม่มีชื่อนี้ในวงการวิชาการการเข้ารหัส เช่น บทความในวารสารวิชาการหรืองานประชุมวิชาการใดๆ แล้ว ที่เขาว่ากันว่าชื่อ Satoshi นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะอาจจะเป็นความจริง  อย่างไรก็ตามที่มาที่ไปของผู้ก่อตั้ง ‘Bitcoin’ ยังคงเป็นปริศนาที่ใครหลายๆ คนให้ความสนใจ และพยายามสืบค้น ซึ่ง ณ ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่า ‘Satoshi Nakamoto’ แท้จริงแล้วเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย เป็นคนที่สูงหรือเตี้ย ผิวดำหรือขาว และเป็นคนสัญชาติญี่ปุ่นจริงหรือไม่ ถึงแม้จะมีคนที่ออกมาอ้างตัวว่าเป็น ‘Satoshi Nakamoto’ กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Craig Wright, Jorg Molt, Bilal Khalid และ Debo Guidos แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครที่สามารถหากหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาคือ ‘Satoshi Nakamoto’ ตัวจริงเสียงจริง!!     เมื่อตรวจสอบข้อมูลของเหรียญ ‘Bitcoin’ ผ่านแอป ‘Wikibit’ พบว่า ‘Bitcoin’ เป็นเหรียญที่ดีมีคุณภาพ ได้รับความนิยมจนติดอันดับ 1 ใน Ranking ที่ทางแอปจัดทำขึ้น ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 9.09/10 คะแนน มีมูลค่าทางตลาดสูงถึง 20.1986 ล้านล้านบาท และมีราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 1.09 ล้านบาท ต่อ 1 BTC ในเวลา 13.30 น ของวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ซึ่งใครที่สนใจอยากลงทุนในเหรียญสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูล และอ่าน ‘Whitepaper’ ของเหรียญได้ที่แอป ‘Wikibit’ โหลดฟรี!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจติดตามเพจ Wikibit แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-25การวิเคราะห์เชิงลึก

รู้หรือไม่!! คุณสามารถใช้คริปโตซื้อ ‘ทุเรียน’ บน ‘DeFi’ ได้แล้ว!

สายทุเรียนห้ามพลาด! ตอนนี้โลกได้เดินทางมาสู่ยุคคริปโตเคอเรนซีแล้ว เพราะอะไรๆ ก็สามารถซื้อได้ด้วยสกุลเงินดิจิทัล แม้กระทั่งราชาผลไม้ สุดยอดสินค้าส่งออกจากไทยอย่าง ‘ทุเรียน’ ก็สามารถใช้สกุลเงินคริปโตซื้อได้บนแพลตฟอร์มของ ‘DeFi’ แล้ว   ล่าสุดแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ ที่ใช้ชื่อว่า ‘SafeBSC’ ได้เปิดออเดอร์สินค้าครั้งยิ่งใหญ่บน Market Place โดยสินค้านั้นก็คือ ‘ทุเรียนหมอนทอง’ และไม่ใช่หมอนทองธรรมดา เพราะเขาเคลมมาว่าเป็นทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมียมที่ 1 กล่อง มีถึง 2 ลูก แต่ราคาเพียง 60 BUSD หรือ 900 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากสำหรับราคาทุเรียนที่มีเกรด เพราะปัจจุบันทุเรียนนั้นมักจะชั่งขายทั้งลูกอยู่ที่กิโลกรัมละ 160 – 200 บาท ดังนั้นราคาจะขึ้นอยู่ที่ขนาดลูกที่ลูกค้าเลือก ซึ่งจะเฉลี่ย 3 กิโลกรัมต่อลูก หรือประมาณลูกละ 500 บาทนั่นเอง  อย่างไรก็ตามการซื้อขายทุเรียนบนแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ นั้น มันแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่โลกการเงินดิจิทัลมากขึ้น เพราะทุเรียนหมอนทองนี้ ไม่ใช่สินค้าตัวแรกที่สามารถใช้เงินคริปโตซื้อได้ แต่ในปัจจุบันยังมีร้านค้าอีกมากมายในประเทศที่รับสกุลเงินคริปโตในการชำระแลกเปลี่ยนสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ร้านปลาเผาที่จังหวัดลำพูน ร้านชาบูสไมล์ สาชาเมเจอร์รัชโยธิน และอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ อย่าง แสนสิริ ที่ประกาศให้สามารถซื้อบ้าน และคอนโดในโครงการด้วยคริปโตเคอเรนซีได้แล้วอีกด้วย  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจติดตามเพจ Wikibit แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-06-25การวิเคราะห์เชิงลึก

แอป Streaming ของตลาดหลักทรัพย์ไทย จะซื้อขายคริปโทได้ เร็ว ๆ นี้

เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา มีข่าวว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบ “Settrade Streaming” เพื่อให้นักลงทุนสามารถซื้อขายสินทรัพย์ได้ทุกประเภท ครอบคลุมตั้งแต่หุ้น, สินทรัพย์ลงทุนรูปแบบดิจิทัล, คริปโทเคอร์เรนซี, กองทุน, ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ ไปจนถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จบครบในที่เดียว รวมไปถึงการซื้อขายเศษหุ้นด้วย  เหตุผลสำคัญก็เพราะว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมองว่านักลงทุนไม่ควรเปิดบัญชีซ้ำซ้อนหรือซื้อขายสินทรัพย์ลงทุนผ่านตลาดหลายแห่ง โดยในช่วงแรก อาจยังไม่ได้ให้เปิดบัญชีซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีเอง แต่จะมีช่องทางเชื่อมต่อให้ซื้อขาย ซึ่งยังไม่เปิดเผยว่าเชื่อมต่อไปที่ไหน จากเรื่องนี้ก็น่าสนใจว่า ถ้าการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี สามารถทำได้ผ่าน Streaming จริง จะทำให้ตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างไร  เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่าผู้มีบัญชีซื้อขายหุ้นในประเทศไทย จะซื้อขายผ่านแอป Streaming เกือบทุกคน ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยมีบัญชีซื้อขายหุ้นประมาณ 4.5 ล้านบัญชี  และจะทำให้ Streaming ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลายเป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไทย ได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว สำหรับในอนาคตก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะทำ Exchange หรือตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีเองหรือไม่  การแข่งขันในการแย่งเป็นเจ้าตลาดการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีดูเหมือนว่าจะเข้มข้น รุนแรงขึ้นในอนาคต เรื่องนี้ก็อาจเป็นเพราะว่าผลประโยชน์จากตลาดนี้มันมากพอแล้ว ที่จะดึงให้รายใหญ่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แน่ว่าในอนาคต ก็อาจจะมีธนาคารพาณิชย์ หรือ สถาบันการเงินอื่น ๆ เข้ามาร่วมแข่งขันในตลาดนี้อีก ก็เป็นได้..  ขอขอบคุณบทความจาก ลงทุนแมน!

2021-06-25การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
132134
...
142