ประธานาธิบดีตุรกีประกาศ เตรียมทำสงครามกับ Crypto

ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan กล่าวว่าตุรกีกำลังทำสงครามกับ cryptocurrency ในช่วงการประชุมกับนักเรียนจาก 81 จังหวัดในเมือง Mersin เมื่อวานนี้ ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางของตุรกีได้สั่งห้ามการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลทุกชนิดในช่วงกลางเดือนเมษายน ซึ่งหมายความว่าบริษัทในท้องถิ่นจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency ใด ๆ   ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ, ความผันผวนสูง, และอาชญากรรมที่สูงมากถูกอ้างถึงว่าเป็นเหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจนี้ Erdogan อ้างว่าทางประเทศไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของกระคริปโตในปีนี้ ประธานาธิบดีกล่าวเพิ่มเติมว่าตุรกีมีสกุลเงินประจำประเทศอยู่แล้ว และเขาเชื่อว่ามันถือเป็นส่วนหนึ่งของการมีตัวตนของประเทศนี้ สกุลเงินลิราดิจิทัลกำลังมา ความคิดเห็นของ Erdogan เกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางสร้างแพลตฟอร์มใหม่สำหรับการค้นคว้าและทดสอบสกุลเงินลีราตุรกีในเวอร์ชันดิจิทัลเมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ ในระหว่างขั้นตอนแรก โปรเจ็กต์จะได้รับการทดสอบอย่างจำกัดซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาดูความเป็นไปได้ในการสร้างมันขึ้นมาใช้งานจริง   โดยผลการทดสอบจะถูกประกาศออกมาในปีหน้านี้ ก่อนหน้านี้การสำรวจการพัฒนา CBDC ของตุรกีมีขึ้นในช่วงปี 2019 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหาเสียงของเขา ชาวตุรกีให้ความสนใจในคริปโต ตุรกีซึ่งเป็นประเทศที่กำลังประสบปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่ไม่สามารถควบคุมได้และค่าเงินเสื่อมราคา ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มประเทศต้น ๆ ที่มีการปรับตัวใช้เหรียญคริปโตสูงที่สุด ในช่วงปลายเดือนมีนาคม คำค้นหาคำว่า “ Bitcoin” ในตุรกีเพิ่มขึ้นมากกว่า 500 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่มูลค่าของลีร่าทรุดตัวลงถึง 17 เปอร์เซ็นต์ภายในหนึ่งวันเมื่อ Erdogan ไล่หัวหน้าธนาคารกลางออกไป เนื่องจาก cryptocurrency ที่มีความเป็น decentralized อยู่ไกลเกินเอื้อมของ Erdogan ทำให้เขาต้องใช้ความพยายามแบบลม ๆ แล้ง ๆ ในการห้ามประชาชนไม่ให้ไปลงทุนในคริปโต  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-20การวิเคราะห์เชิงลึก

ประเทศลาวประกาศให้การขุดและเทรด Bitcoin ถูกกฎหมาย

ประเทศลาวได้ออกมาอนุมัติโครงการด้านการขุดและซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว โดยแผนการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการมองหาแหล่งรายได้อื่นเพื่อฟื้นฟูความสูญเสียที่เกิดจาก COVID-19 โดยมีบริษัท 6 แห่งที่ได้รับอนุญาตให้เริ่มดำเนินการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลและการขุดในประเทศ อ้างอิงจากสำนักงานของนายกรัฐมนตรี ลาวใช้สกุลเงินดิจิทัล ลาวได้รับอนุญาตให้ดำเนินการขุดและซื้อขายคริปโตในอาณาเขตของตน ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายจากธนาคารกลางที่ออกคำเตือนเกี่ยวกับ crypto เมื่อเดือนก่อน   ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะพวกเขาพยายามหาแหล่งรายได้ทางเลือกเพื่อรับมือกับผลพวงของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 สำนักงานของนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าขณะนี้บริษัท 6 แห่งได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ รายงานเผยว่ารัฐบาลจะเริ่มดำเนินการควบคุมกิจกรรมเหล่านี้ ลาวอาจพยายามดึงดูดนักขุดบางคนที่ถูกขับไล่ออกจากจีน ให้เข้ามาเปิดเหมืองในประเทศและดูแลอย่างใกล้ชิด ที่น่าสนใจคือพวกเขาสามารถเสนอไฟฟ้าพลังน้ำราคาถูก  ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ถูกนำไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ศักยภาพการขุดสีเขียวและความกังวลเรื่องการฟอกเงิน พลังงานสะอาดนี้อาจเป็นสิ่งดึงดูดใจนักขุดอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากผู้คนต่างตระหนักถึงการใช้พลังงานจำนวนมากของอุตสาหกรรมเหมือง Crypto การผลักดันพลังงานสีเขียวและพลังงานหมุนเวียนสำหรับการขุดนี้ส่วนหนึ่งมาจากนาย Elon Musk ผู้ซึ่งให้ความเห็นว่าการใช้พลังงานเพื่อให้เครือข่าย Bitcoin ทำงานอยู่ได้นั้น “มันบ้าไปแล้ว” นี่อาจเป็นเครื่องช่วยชีวิตสำหรับลาว เนื่องจากการใช้พลังงานของประเทศลาวมีปริมาณน้อยกว่าที่ประเทศผลิตได้ ทำให้ง่ายต่อการทำเหมือง Crypto ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแย่งไฟฟ้ามาจากครัวเรือน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลกฎหมายก็ยังมีข้อกังวล เนื่องจากลาวยังประสบปัญหาด้านการค้ายาเสพติดอย่างผิดกฎหมายที่ยังปราบปรามยาก   หลายคนกังวลว่าการเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจส่งผลทำให้อาชญากรนิยมนำ cryptocurrency มาใช้เพื่อการฟอกเงินมากขึ้น Zachary Abuza ศาสตราจารย์ที่ National War College ในวอชิงตันประกาศให้สัมภาษณ์กับ FT ว่า “คุณควรกังวลเสมอเมื่อประเทศที่มีประวัติการกำกับดูแลด้านกฎหมายที่ไม่ดีเริ่มมีส่วนร่วมในสิ่งต่างๆ เช่น สกุลเงินดิจิทัล การกล่าวว่าระบบการเงินของลาวยังไม่บรรลุนิติภาวะจะเป็นการพูดที่ต่ำเกินไป และเราจำเป็นต้องกังวลหากพวกเขากำลังเร่งรีบในเรื่องนี้”

2021-09-20การวิเคราะห์เชิงลึก

จากหนี้ท่วมหัว แถมติดการพนัน สู่การนับถอยหลังปลดหนี้ และมีทองเกือบ 2 บาท

สองปีก่อนเราเคยตั้งกระทู้ถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้น เป็นหนี้ แถมหลงเข้าไปในวังวนของการพนันออนไลน์ จนถึงวันนี้ ทุกอย่างกำลังเริ่มคลี่คลายและเรามีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วค่ะ  กระทู้นี้จะยาวหน่อยนะคะ เราอยากบันทึกไว้เองด้วย ว่าครั้งหนึ่งเราสร้างปัญหา และแก้ปัญหาให้ตัวเองยังไง  เริ่มจากตอนนั้นเราเป็นหนี้ วงเงินกลมๆ อยู่ที่ 300,000 บาทค่ะ  สิ่งที่เราตัดสินใจในตอนนั้น คือสิ่งที่เราจะไม่แนะนำให้ใครทำตาม นั่นคือการปล่อยให้เป็นหนี้เสีย แล้วรอเจรจา ด้วยหวังว่าเราจะหาเงินมาปิดยอดหลังหักส่วนลดได้ แต่ความจริงก็คือ นอกจากเราจะหาเงินไม่ได้ เรายังเสียเงินไปกับการพนันออนไลน์ที่ชื่อว่าบาคาร่า  ตอนนั้นเราไม่รับสายสักธนาคารที่โทรมาเลยค่ะ แต่คิดไว้แล้วว่าจะทยอยจ่ายบัตรเครดิตบางใบที่ยอดเงินไม่เยอะมาก และประวัติไม่เคยเสีย ตอนนั้นเราคิดว่า ใบไหนที่จ่ายตรงเวลา เครดิตดีมาตลอด ก็รักษาเครดิตต่อไป ส่วนใบไหนที่เคยจ่ายช้าไปแล้ว ก็ปล่อยมันไปเลย  เราทำงานเงินเดือนไม่เยอะค่ะ เพราะงานเราไม่หนัก แต่ก็มีงานเสริมทำอยู่ตลอด มีพอจ่ายบัตร 2 ใบ จ่ายดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ และมีไว้เล่นการพนัน  น่าแปลกนะคะ เงินส่วนที่เราเล่นการพนันเดือนละสามสี่หมื่นบาท ถ้าเราเอาไปใช้หนี้ มันก็คงหมดภายในเวลาไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แต่เราคิดไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเราติดการพนันไปแล้ว  ใช้ชีวิตอยู่แบบนั้นหลายเดือนค่ะ จนโควิดเริ่มเข้ามา เดือนมีนาคม 2020 จากรายได้จากงานเสริมหลายหมื่นบาท ทุกงาน ทุกโปรเจกต์ถูกระงับด้วยสภาพเศรษฐกิจ ตอนนั้นเราเหลือแค่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว แถมยังโดนลด 30% เหลือรายรับแค่หมื่นกว่าบาทในแต่ละเดือน ยอดหนี้ตอนนั้นเหลือประมาณ 240,000 บาท เราเริ่มตระหนักว่ารายได้ที่หายไปมันไม่พอกับที่เราจะจ่ายแล้ว พร้อมกันกับที่หมายศาลมาที่บ้าน เราโดนฟ้องจากธนาคารแห่งหนึ่ง ยอดฟ้องแสนต้นๆ ค่ะ วันนั้นเราเลยดึงสติตัวเองกลับมา ลิสต์รายการหนี้สินทั้งหมดออกมา ดังนี้ค่ะ  1. บัตรเครดิต BBL ยอดหนี้ 36,000 บาท  2. บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด KTC (โดนฟ้องแล้ว) ยอดหนี้ 110,000 บาท  3. บัตรกดเงินสด Aeon ยอดหนี้ 38,000 บาท  4. บัตรกดเงินสด CITI ยอดหนี้ 26,000 บาท  5. หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน 30,000 บาท  แล้วเราก็เริ่มจ่ายเรื่อยมา แต่ปัญหาคือ เหมือนเราจะคิดได้ แต่ยังคิดไม่ได้ค่ะ แอบเล่นการพนันอีกแล้ว เพราะหวังว่าพอได้เงินมา จะได้เอามาใช้หนี้ แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม มันทั้งได้และเสีย พอเสียก็อยากได้คืน พอได้ก็อยากได้อีก วนอยู่แบบนั้นไม่จบไม่สิ้นสักที แล้วสุดท้าย ในแต่ละเดือนเราก็ได้แค่จ่ายหนี้นอกระบบ แต่หนี้อื่นไม่ได้จ่ายเลย ขนาดว่าไปขึ้นศาล ไกล่เกลี่ยผ่อนเดือนละไม่กี่บาท เราก็ไม่จ่าย จนเวลาผ่านไป 6 เดือน หนี้นอกระบบหมด แต่หนี้ธนาคารไม่ลดลงเลย  1. บัตรเครดิต BBL ยอดหนี้ 36,000 บาท  2. บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด KTC (โดนฟ้องแล้ว) ยอดหนี้ 110,000 บาท  3. บัตรกดเงินสด Aeon ยอดหนี้ 38,000 บาท  4. บัตรกดเงินสด CITI ยอดหนี้ 26,000 บาท  5. หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน 30,000 บาท  กันยายน 2020 รอบนี้ดึงสติตัวเองอีกครั้งค่ะ เรารู้ว่าเงินเดือนเราจะได้รับหมื่นกว่าบาท ก่อนวันเงินเดือนออก 1 สัปดาห์ เราโทรหาธนาคารที่ยอดน้อยที่สุด คือ CITI เจรจาว่าขาดรายได้ ขอส่วนลดได้ไหม ทางเจ้าหน้าที่ค่อนข้างดีใจที่เราติดต่อกลับไปค่ะ เพราะทุกครั้งที่เขาโทรมา เราบ่ายเบี่ยงไม่คุยตลอด หรือไม่ก็บล็อกเบอร์ ไม่รับสายไปเลย ครั้งแรกเจ้าหน้าที่ให้ส่วนลดเหลือ 20,000 ถ้วน เราบอกว่าไม่ไหว เพราะเราจะเอาเงินเดือนจ่าย ผ่านไปสองสามวันโทรกลับมาบอกว่าเหลือ 15,000 แต่ถ้าเราจ่ายไป เราจะเหลือเงินพันเดียว ซึ่งไม่พอแน่ๆ เลยขอเค้าเป็นครั้งสุดท้าย บอกว่าขอจ่าย 13,000 บาท และจะจ่ายให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้เลย เจ้าหน้าที่หายไป 1 ชั่วโมง ก่อนจะตอบตกลง และวันต่อมาเงินเดือนออก เราโอนจ่ายไปในเช้านั้น ปิดหนี้ได้อีก 1 เจ้า  1. บัตรเครดิต BBL ยอดหนี้ 36,000 บาท  2. บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด KTC (โดนฟ้องแล้ว) ยอดหนี้ 110,000 บาท  3. บัตรกดเงินสด Aeon ยอดหนี้ 38,000 บาท  4. บัตรกดเงินสด CITI ยอดหนี้ 26,000

2021-09-18การวิเคราะห์เชิงลึก

ชายสูญบิทคอยน์มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท จากการดาวน์โหลดแอพฯ เช็คบิทคอยน์ปลอม

ชายสูญบิทคอยน์มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท จากการดาวน์โหลดแอพฯ เช็คบิทคอยน์ปลอม ที่ถูกหลอกให้ดาวน์โหลดจาก App Store คุณเป็นนักลงทุนในวงการเงินดิจิทัลหรือเปล่า ข่าวนี้อาจเป็นอุทธาหรณ์ให้พึงระวัง เพราะล่าสุด ชายคนหนึ่งได้เสียบิทคอยน์มูลค่ากว่า 18 ล้านบาทไป จากการที่เขาถูกหลอก ให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเช็คบิทคอยน์ บน App Store ที่ดูน่าเชื่อถือ  ฟิลิป คริสโตดูลู (Phillipe Christodoulou) พยายามดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น สำหรับการเช็คยอดและราคาของบิทคอยน์ จาก App Store เมื่อเดือนก่อน ก่อนที่เขาจะพบเข้ากับแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า ‘Trezor’ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น ที่ถูกสร้างขึ้นมาคล้ายกับกระเป๋าเงินออนไลน์ ในการเก็บเงินสกุลคริปโต ทุกอย่างดูปกติดี เพราะแอพพลิเคชั่นดังกล่าวได้รับการรีวิวระดับ 5 ดาว เขาจึงดาวน์โหลดมันเข้ามาไว้ในโทรศัพท์ โดยหวังว่าการติดตามบิทคอยน์ของเขา น่าจะสะดวกสบายยิ่งขึ้น  แต่สิ่งที่คริสโตดูลูคาดไม่ถึงก็คือ Trezor จริง ไม่ได้มีให้บริการอยู่บนระบบปฏิบัติการ iOS ของทาง Apple คริสโตดูลูทำการป้อนข้อมูล รหัสผ่านบัญชี และล็อกอินเข้าระบบ Trezor ปลอม ก่อนจะเชื่อมข้อมูลบิทคอยน์ของเขา เข้ากับตัวแอพพลิเคชั่นปลอมนี้ บิทคอยน์ 17.1 เหรียญของคริสโตดูลู ซึ่งตีเป็นเงินมูลค่า 6 แสนเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 18.7 ล้านบาท) ถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตาของคริสโตดูลูในทันที  “พวกเขาหักหลังต่อความไว้วางใจที่ผมเคยมีให้แก่พวกเขามาโดยตลอด… Apple ไม่ควรจะได้รับการยกโทษให้ กับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้” คริสโตดูลูให้สัมภาษณ์ โดยเขาวิจารณ์ Apple ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหน้าร้าน ในการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ซึ่งควรจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย เนื่องจากทุกคนต่างไว้ใจการทำงานของ Apple ว่าพวกเขาจะทำการตรวจสอบทุกแอพพลิเคชั่น ก่อนที่มันจะถูกอนุญาตให้เปิดดาวน์โหลดได้  ถึงแม้ว่า Apple จะยืนยันว่า ตนเองมีหน้าร้านที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่ผู้ชำนาญการให้สัมภาษณ์กับทาง The Washington Post ว่า พวกนักต้มตุ๋นสามารถนำแอพพลิเคชั่นที่ดูเหมือนจะปลอดภัย ยื่นให้ทาง Apple ทำการตรวจสอบ จนได้รับการอนุมัติให้วางขายแอพพลิเคชั่นบน App Store ก่อนที่นักต้มตุ๋นเหล่านี้ จะดัดแปลงแอพพลิเคชั่นที่ได้รับการอนุมัติแล้ว เพื่อให้มีช่องทางในการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย  Apple ยังไม่ได้ออกมาระบุว่า แอพพลิเคชั่น Trezor ปลอม ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดได้อย่างไร ทั้งนี้ มีรายงานว่า มีผู้ใช้อย่างน้อย 5 รายแล้ว ที่ถูกแอพพลิเคชั่นนี้ หลอกขโมยบิทคอยน์ของพวกเขาไป ซึ่งคิดเป็นค่าเสียหายรวมอย่างน้อย 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 50 ล้านบาท)  อย่างไรก็ดี Trezor ของจริง ถูกพัฒนาขึ้นที่สาธารณรัฐเช็ก โดยบริษัทของพวกเขา ทำการพัฒนากระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์จริง ทั้งนี้ ยังไม่มีการพัฒนากระเป๋าเงินออนไลน์ของพวกเขา เพื่อออกแอพพลิเคชั่นที่เปิดให้ดาวน์โหลดในที่ใดเลย  คริสโตดูลูให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ต่อเหตุการณ์นี้ว่า “มันทำให้ผมแตกสลาย และผมยังไม่รู้สึกดีขึ้นเลย” The Washington Post รายงานว่า คริสโตดูลูพยายามฝึกสมาธิ และเข้าปรึกษาจิตแพทย์ จากความสูญเสียในครั้งนี้ ปัจจุบันนี้ คริสโตดูลูยังไม่ได้รับการตอบรับใดๆ จากทาง Apple.  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-18การวิเคราะห์เชิงลึก

Solana สู่ขิต? นี่หรือ Ethereum Killer โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สรุปข่าวเด่นวงการ Cryptocurrency ทั่วโลกรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (13-17 ก.ย.64) เริ่มต้นด้วยประเด็นข่าวร้อนๆของราคาเหรียญยอดนิยมอย่าง Solana ปรับตัวร่วงแรง เหตุจากเครือข่ายเริ่มหยุดการสร้างบล็อก มีการทำธุรกรรมจำนวนมากที่ส่งมาจากบอท ทำให้เครือข่ายเริ่มแยกตัวออกเป็นเส้นทางต่างๆ เป็นที่มาของเครือข่ายปิดตัวลงในที่สุด  Solana คืออะไร ? Solana ก็คือบล็อกเชนอีกตัวหนึ่งมีลักษณะเหมือน “Ethereum Chain” หรือ “Binance Smart Chain” ที่อ้างว่าสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 50,000 TPS ประมวลผลได้เร็วและรับธุรกรรมได้จำนวนมาก จนถึงกับมีคนขนานนามว่า “SOL” จะมาเป็น “Ethereum Killer” ความรวดเร็วสะท้อนได้จาก 1 วินาทีรองรับธุรกรรมได้ 50,000 รายการ เป็นจำนวนที่มากกว่า ETH และมากกว่า Visa ที่รองรับได้ 65,000 ตามสถิติปี 2016  แต่ภายหลังจาก Solana เปิดให้ใช้งาน Mainnet (Beta) มีผู้เข้าใช้เป็นจำนวนมากด้วยจำนวนธุรกรรมที่มากถึง 400,000 TPS ทำให้ระบบรวนจัดลำดับความสำคัญไม่ได้ ทำให้เกิดการ Fork ขึ้นมา  “Fork” หมายความว่า การที่บล็อกเชนมีการแตกกิ่งก้านสาขาในการประมวลธุรกรรมออกไป ทำให้เกิดการ Fork หน่วยความจำของ “Validator” หรือ “Node” บางรายต้องหยุดชะงัก และจากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ธุรกรรมต่าง ๆ ที่อยู่บน “Solana Chain” หยุดชะงักทันที  แนวทางแก้ไขปัญหานี้ทางกลุ่มของ “Validator” (ผู้ยืนยันธุรกรรม) ได้มีการนำเสนอให้ “Restart” บล็อกเชนใหม่ ซึ่งทาง Solana เองก็ได้ทำการออก “Validator Software” เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และส่งให้ทุก Node ทำการอัพเดตต่อไป  แม้ว่าก่อนหน้านี้มักพูดกันบ่อย ๆ ว่าข้อมูลที่ถูกส่งขึ้นไปบนบล็อกเชนจะแก้ไขได้ยากมาก หรือแทบจะแก้ไขไม่ได้เลย แต่ว่าสามารถ “Restart” ได้ และเหตุการณ์ล่มของ “Solana Chain” ครั้งนี้ก็ทำให้ราคา “SOL” ร่วงลงไปอยู่ที่ประมาณ 140 ดอลลาร์ก่อนมีแรงซื้อกลับปรับตัวดีดขึ้นอย่างรวดเร็ว  กรณีนี้อาจเป็นการสะท้อนได้ว่าการทำธุรกรรมต่าง ๆ บนบล็อกเชนความผิดพลาดส่วนใหญ่มักเกิดจาก “Human Error” แต่บางครั้งก็สามารถเกิดจาก “System Error” ได้เหมือนกัน อย่างกรณีนี้เป็นต้น  เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iphone 13 รุ่นใหม่ แต่ที่ว้าวกว่านั้นก็คือจริง ๆ แล้วสามารถซื้อ IPhone รุ่นใหม่ด้วยบิทคอยน์ได้ด้วย  สมัยอดีตบิทคอยน์ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2010 มีชายคนหนึ่งนำบิทคอยน์จำนวน 10,000 BTC ไปซื้อพิซซ่า 2 ถาด ที่ร้าน Papa?s John ในรัฐฟลอริด้า ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เป็นที่มาของวัน Bitcoin Pizza Day นั่นเอง  แต่ล่าสุดสามารถใช้บิทคอยน์ซื้อ Iphone และสินค้าอุปโภค บริโภคอื่น ๆ ด้วยบิทคอยน์ได้เช่นกัน แต่ Apple ยังไม่สามารถซื้อกับร้าน Apple Store ได้โดยตรง แต่จะเป็นร้าน Retail ที่ขายออนไลน์เท่านั้น  *ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไม่สนับสนุนใช้คริปโทฯ ชำระเงิน  ปัจจุบันต้องยอมรับว่าโลกการเงินมันมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมนาออนไลน์ ในหัวข้อ “The Future of Financial System” โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการรับมือต่อโลกการเงินในอนาคต โดยธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวทางที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตด้วยกัน 3 มิติ  มิติที่ 1 More Open Data การนำฐานข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่นการแบ่งปันข้อมูลระหว่างธนาคาร ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ง่ายขึ้น กู้ยืมได้ง่ายขึ้น  มิติที่ 2 More Open Competition ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึง non-bank ด้วย การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้ผู้ใช้บริการ ได้ประโยชน์มากขึ้นอีก  และมิติที่ 3 More Infrastructure การจัดทำโครงสร้างพื้นฐานรองรับผู้เล่นที่หลากหลาย ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดนวัตกรรม และบริการทางการเงินที่หลากหลาย  แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าแบงก์ชาติ ได้กล่าวว่า ปัจจุบัน “ธปท.

2021-09-17การวิเคราะห์เชิงลึก

ตลาดคริปโตกว่า 60 แห่งในเกาหลีใต้จ่อระงับบริการคืนนี้

เว็บเทรดคริปโตในเกาหลีใต้กว่า 60 แห่งได้ทะยอยแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า จะมีการระงับการเทรดบางส่วนหรือทั้งหมดภายในเที่ยงคืนนี้ (17 กันยายน) เนื่องจากทางการเกาหลีใต้ได้ออกกฎระเบียบใหม่เพื่อบังคับให้ผู้ให้บริการเทรดคริปโตต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยข่าวกรองทางการเงินเกาหลีใต้ภายในวันที่ 24 กันยายนนี้  ทั้งนี้ หลายแพล็ตฟอร์มได้ทะยอยแจ้งลูกค้าของตัวเองล่วงหน้า 7 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรกมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะให้บริการเทรดคริปโต และหากมีการขึ้นทะเบียนกับหน่วยข่าวกรองทางการเงินแล้ว จึงจะสามารถเปิดให้ลูกค้าเทรดได้ตามปกติ ทั้งนี้ หลังขึ้นทะเบียนแล้ว แต่ละแพล็ตฟอร์มจะได้รับใบรับรองความปลออดภัยจากสำนักงานความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต และข้อบังคับใหม่ระบุว่า ตลาดคริปโตในเกาหลีใต้จะต้องมีพันธมิตรเป็นธนาคารเท่านั้น เพื่อรองรับตัวตนของผู้ใช้งานและรับรองว่า บัญชีผู้ใช้เป็นชื่อจริง  นอกจากนี้ แพล็ตฟอร์มคริปโตที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยข่าวกรองทางการเงินเกาหลีใต้ภายในวันที่ 24 กันยายนจะต้องปิดใช้งาน ส่วนที่ขึ้นทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำเป็นธมิตรกับะนาคารใด ๆ จะต้องระงับการเทรดด้วยสกุลเงินวอนไปก่อน ทั้งนี้ แพล็ตฟอร์มเทรดเงินคริปโตเล็ก ๆ บางแห่ง เช่น ProBit, Cashierest และ Flybit ได้แจ้งลูกค้าว่า จะระงับบริการเทรดคริปโตด้วยสกุลเงินวอนก่อน และจะให้บริการหรือธุรกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเทรดเหรียญดิจิทัลแทน จะกว่าจะได้เป็นพันธมิตรกับธนาคารต่าง ๆ ในประเทศ  อย่างไรก็ตาม สำหรับข่าวปิดตลาดคริปโตในเกาหลีใต้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตโลก ทั้งนี้ ราคาคริปโตอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Bitcoin เทรดวันนี้ ณ เวลา 13.50 อยู่ที่ 47,930.7 ดอลลาร์ต่อเหรียญ โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 901.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.90% และ Ethereum เทรดวันนี้ ในเวลาเดียวกันที่ 3,548.21 ดอลลาร์ต่อเหรียญ โดยมีมูลค่าการตลาดที่ 417.63 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 2.34%

2021-09-17การวิเคราะห์เชิงลึก

PayPal อนุญาตให้ผู้ใช้ในอังกฤษทุกรายสามารถซื้อขาย Bitcoin

PayPal ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีการชำระเงินในเมืองซานโฮเซได้ออกมาประกาศว่า ลูกค้าในประเทศอังกฤษทุกคนสามารถซื้อ ขาย และถือครองสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างเป็นทางการแล้ว  โดยในขั้นต้นสกุลเงินดิจิทัลที่รองรับในอังกฤษนั้นได้แก่ Bitcoin, Bitcoin Cash, Ethereum และ Litecoin หลังจากเปิดให้บริการชำระเงินคริปโตในสหรัฐอเมริกาไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมของปีแล้ว ล่าสุด ผู้ใช้บริการของ PayPal ในประเทศ “อังกฤษ” ก็สามารถซื้อ – ถือ – ขาย เหรียญคริปโตได้แล้วเช่นกัน โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ PayPal ขยายกิจการดังกล่าวออกนอกสหรัฐอเมริกา สำหรับบริการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลของ PayPal ที่ประเทศอังกฤษนั้น บริษัทกล่าวว่า  ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายเงินคริปโตได้ตั้งแต่ 1 ปอนด์ขึ้นไป และสามารถมอนิเตอร์ราคาเหรียญคริปโตได้ในแบบเรียลไทม์ ผู้บริหารด้านบล็อกเชนของ PayPal อย่าง Jose Fernanadez da Ponte กล่าวว่า กิจการด้านคริปโตในสหรัฐอเมริกาของ PayPal ดำเนินไปได้ด้วยดี และพวกเขาก็หวังว่าในอังกฤษจะเป็นเช่นเดียวกัน “เรามุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอังกฤษและทั่วโลก เพื่อให้การสนับสนุนและมีส่วนช่วยในการกำหนดบทบาทให้กับสกุลเงินดิจิทัลในอนาคต” Fernanadez กล่าว นอกจาก PayPal แล้ว สื่อข่าว CNBC ยังได้ระบุชื่อของ Revolut ผู้ให้บริการซื้อขายเงินคริปโตที่มีฟีเจอร์คล้ายกับ PayPal ในประเทศอังกฤษอีกด้วย โดยเปรียบเทียบให้เห็นว่า  ความแตกต่างของผู้ให้บริการทั้งสองเจ้านี้อาจเป็นเรื่องที่ผู้ใช้งาน PayPal ไม่สามารถย้ายเงินคริปโตออกนอกแอปพลิเคชันได้ ตรงข้ามกับ Revolut ที่เริ่มทดสอบฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งานถอนบิทคอยน์ออกไปไว้ในวอลเล็ตได้แล้ว อย่างไรก็ตาม การบุกตลาดเงินคริปโตของ PayPal ในอังกฤษในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงน่าเป็นห่วงนัก โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ทาง Financial Conduct Authority (FCA) องค์กรอิสระซึ่งมีหน้าที่กำกับนโยบายทางด้านการเงินในอังกฤษได้มีการสั่งยุติการให้บริการของ Binance Markets Limited บริษัทในเครือของ Binance Group ด้วยเหตุผลด้านการตลาดที่มีการโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับการลงทุนในคริปโต

2021-09-17การวิเคราะห์เชิงลึก

บทเรียนความผิดพลาดในโลกคริปโตของ ‘หญิงแย้’ เกือบสูญเงิน 3 ล้านบาท!

วันนี้เราจะพาไปดูบทเรียนครั้งใหญ่ในโลกคริปโตของนักแสดง Youtuber ชื่อดัง อย่าง ‘หญิงแย้’ เธอได้เคยออกมาเล่าถึงประสบการณ์ความผิดพลาดจนเกือบสูญเงิน 3 ล้านบาทไปกับบิทคอยน์! เรื่องราวเหล่านั้นเป็นอย่างไร และเธอผ่านมาได้ยังไง ไปดูกัน  หญิงแย้ได้เล่าเรื่องนี้ลงในช่อง Youtube ของเธอที่ใช้ชื่อ ‘Yae uunws’ คลิปนี้มีชื่อว่า “ความอันตรายของโลกคริปโต!!! (Not Financial Advice)” ซึ่งได้พูดถึง 3 ความผิดพลาดในโลกคริปโตของเธอ  1. ขาดสติ  ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ราคาของบิทคอยน์พุ่งแรงมาก ๆ เป็นช่วงที่เธอเพิ่งเข้ามาในตลาด ตอนนั้นหญิงแย้เล่าว่าเธอเมามาก ขาดสติ และใช้เงินทั้งหมดเข้าซื้อบิทคอยน์ในจุดที่ราคาพุ่งสูงสุด (1.22 ล้านบาท) ไปซื้อบนยอดดอยเลย เพราะคิดว่าราคาน่าจะขึ้นอีก แต่หลังจากนั้นราคากลับตกลงมาเรื่อย ๆ ไปถึงจุดที่ 9 แสนบาท จึงช็อคมากที่ตลาดผันผวนแบบนี้ และคิดว่าราคาคงจะไม่ขึ้นอีกแล้ว จนสุดท้ายขายกลับไปที่ราคา 1.165 ล้านบาท และขาดทุนไป  2. ไม่มีความรู้ในการโอนเงินคริปโต  ด้วยความที่เธออยากซื้อเหรียญที่หลากหลายขึ้น เลยตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ Exchange ต่างประเทศ (เปลี่ยนจาก Bitkub ไป Binance) โดยโอนเงินหลักล้านไปที่ Exchange ใหม่ โดยโอนด้วยเหรียญ XRP เพราะค่าโอนถูก วันนั้น XRP ราคา 19 บาท สูงมากเท่าที่เคยมีมา แต่พอเงินไปโผล่ใน binance กลายเป็นว่าราคา XRP อยู่ที่ 18 บาท ซึ่งสภาพคล่องทำให้ราคาไม่เท่ากัน จึงขาดทุนตรงนี้ และไม่กล้าขาย XRP สุดท้ายราคาเหรียญนี้กลับร่วงแรง จนติดดอยไปนานมาก  3. โอนเงินผิดที่  จริง ๆ เธอต้องการโอนเงินจาก Address Binance ไปที่ Metamask ซึ่งเป็น Wallet ที่เอาไว้เชื่อมกับฟาร์ม Defi ต่าง ๆ เธอโอนไป 1.6 BTC (ประมาณ 3 ล้านบาท ณ เวลานั้น) พอมาเช็คข้อมูลการโอนก็พบว่าโอนสำเร็จแล้ว แต่สรุปว่า Address ปลายทางนั้นผิด! ไม่ใช่ Wallet ของเธอ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดขณะก็อป Address ตอนโอน เงินนั้นไปเข้ากระเป๋าคนอื่นแล้ว! ซึ่งในโลกคริปโตนั้น ถ้าโอนผิด โอกาสได้คืนแทบไม่มีเลย! คือต้องทำใจแล้ว! แต่เดชะบุญที่ Developer ของ Exchange นั้นนำเงินคืนกลับมาให้เธอได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย  ต้องบอกเลยว่าคุณไม่โชคดีเหมือนหญิงแย้แน่ ทางที่ดี ถ้าเข้ามาในตลาดนี้แล้ว คุณต้องใจเย็น ทำอะไรให้รอบคอบมากขึ้น ละเอียดทุกขั้นตอน เช็คให้ดีที่สุด เพราะเงินที่เสียไปแล้ว แทบไม่มีโอกาสกลับมาเลย! ยังไงก็หวังว่าคุณจะได้เรียนรู้จากบทเรียนความผิดพลาดของเธอนะ ไปตามดูเต็ม ๆ กันได้ที่ https://youtu.be/qslGn8tf8d0  ข่าวดี! ตอนนี้คุณสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก ข้อมูล Shitcoin และDeFi ได้ง่าย ๆ ฟรี ๆ ที่แอป “WikiBit” เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ Whitepaper ดาวน์โหลดเลยตอนนี้ โหลดฟรี!

2021-09-16การวิเคราะห์เชิงลึก

Ethereum ถูกเผาไปแล้วกว่า 1 พันล้านดอลลาร์หลังจากอัปเกรด London Hardfork

จาก Dashboard ของ The Block ตามการอัปเกรด London Hardfork ของ Ethereum เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา เผยว่าตอนนี้มีจำนวน ETH ที่ถูกเผาไปแล้วมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์   การอัปเกรดได้เพิ่มกลไกการเผาเหรียญใหม่ให้กับค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมถูกลง โดยตอนนี้ค่าธรรมเนียมมีความสำคัญมากขึ้นกับนักขุด ETH ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของ Ethereum ลดลง โดยนักขุด ETH ได้ผลผลิตประมาณ 13,000 ETH ต่อวัน   แต่กลไกการเผาบางวันทำให้ปริมาณ ETH ที่เผาผลาญได้มากกว่าปริมาณที่ผลิตได้ ปัจจุบันสุทธิอยู่ที่ประมาณ 6,800 ETHต่อวัน สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ ETH ถูกเผาจำนวนมากคือค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่สูงในเครือข่าย เนื่องมาจากความต้องการที่สม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงในขณะที่เราอยู่ในช่วงการผลิต NFT จำนวนมาก ทำให้จำนวนธุรกรรม Ethereum ยังคงสูงอยู่ที่ 1.2 ล้านธุรกรรมต่อวัน อย่างไรก็ตามโปรโตคอลเลเยอร์-2 เช่น Arbitrum เริ่มใช้งาน ซึ่งเป็นไปได้ว่าสิ่งนี้อาจทำให้โหนดบางส่วนในบล็อกเชนหลักว่าง และสามารถดำเนินกิจกรรมต่อได้อย่างที่ควรจะเป็น  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-16การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้เชี่ยวชาญเผยถึงความเป็นไปได้ที่ Bitcoin จะถูกโจมตี 51%

คำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจของนักเทรดส่วนใหญ่อยู่ก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นหาก Bitcoin ถูกแฮ็ก? โดยในรายการ Unchained podcast ตอนล่าสุด พิธีกร Laura Shin ได้เรียนเชิญนาย Justin Drake นักวิจัยของ Ethereum Foundation และนาย Vijay Boyapati อดีตวิศวกรของ Google มาเป็นแขกรับเชิญเพื่อร่วมกันอภิปรายว่า มีความเป็นไปได้ไหมที่ Bitcoin จะถูกโจมตี 51% และใครสามารถใช้วิธีนี้ได้บ้าง โจมตี 51% ด้วยเงินดอลลาร์  Boyapati เริ่มต้นมาด้วยการนำเสนอแนวคิดที่ว่า ความปลอดภัยเป็นสเปกตรัมและไม่ใช่ไบนารี่ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้หรือแม้แต่เครือข่ายอาจต้องการการยืนยันธุรกรรมในจำนวนที่ต่างกัน Drake เห็นด้วยว่า ความปลอดภัยนั้นเป็นคลื่นความถี่ หากอัตราแฮชเรตของผู้โจมตีน้อยกว่า 50% อย่างไรก็ตามเขาโต้แย้งว่า หากผู้โจมตีสามารถควบคุมอัตราแฮชเรตมากกว่า 50% ความปลอดภัยจะกลายเป็นไบนารี่ในทันที นอกจากนี้ผู้โจมตียังได้รับ “God mode” เหนือ Bitcoin ด้วยอำนาจในการขุดบล็อกที่ว่างเปล่าจนกว่าจะหมดเวลาอีกด้วย Drake ได้มุ่งเป้าความสนใจไปที่กลไก proof-of-work ซึ่งเขาอ้างว่าผู้โจมตีสามารถทำให้ “God mode” กลายเป็นจริงได้ด้วยการซื้ออัตราแฮชเรตเพื่อใช้ในการโจมตี 51%  “ปัจจุบันอัตราแฮชเรตบนเครือข่าย Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 150 ล้าน th/s ซึ่งคุณสามารถถามประเมินได้ว่า ต้นทุนในการผลิตและปรับใช้ 1 th/s นั้นมีราคาเท่าไหร่ และคุณสามารถแลกเปลี่ยนอัตราแฮชเรตจำนวนนั้นด้วยเงินดอลลาร์” หากกำหนดเงิน 50 ดอลลาร์ต่อ 1 th/s Drake คำนวณว่าผู้โจมตีต้องใช้เงินประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์ในการโจมตี 51% พร้อมกันนี้เขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า “เกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ” ของ Bitcoin จะกลายเป็น “ถั่วลิสง” ในทันที หากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาหรือจีนต้องการที่จะทำลายเครือข่าย อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ Boyapati เขากล่าวแย้งว่า เครือข่าย Bitcoin ถูกสร้างขึ้นเพื่อจูงใจผู้ใช้ที่มีอัตราแฮชเรตเป็นจำนวนมาก นำพวกมันมาใช้ในการขุด แทนที่จะใช้เพื่อโจมตีเครือข่าย Boyapati ได้อ้างถึงทฤษฎีเกมเพื่อโต้แย้ง  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-16การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
103105
...
142