สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

อัยการเกาหลีใต้ขอเพิกถอนหนังสือเดินทางของ Do Kwon และพนักงาน Terra คนอื่นๆ

ตามรายงานของสำนักข่าวท้องถิ่น gynews.kr ทีมสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินร่วมของสำนักงานอัยการเขตภาคใต้ของกรุงโซลกล่าวว่าจะติดต่อกระทรวงการต่างประเทศของประเทศเพื่อเพิกถอนหนังสือเดินทางของ Do Kwon ผู้ร่วมก่อตั้ง Terra Luna และผู้พัฒนาโครงการอีก 5 คน . อัยการยังวางแผนที่จะติดต่ออินเตอร์โพลและเพิ่มหมายจับของเกาหลีใต้ที่ออกเมื่อวันก่อนที่จะมีหมายจับระหว่างประเทศ  สมาชิก Terra Luna ทั้งหมดที่มีชื่ออยู่ในหมายจับอาศัยอยู่ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับเกาหลีใต้ บุคคลเป้าหมายในหมายจับ ได้แก่ Mo Han และ Mo Yu ซึ่งทั้งคู่เป็นพนักงานของ Terra Luna ที่อาศัยอยู่กับ Do Kwon ในสิงคโปร์ บุคคลที่มีชื่ออีกคนคือ Nicholas Platias สัญชาติกรีก ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง Terraform Labs  นับตั้งแต่การล่มสลายของโทเค็น Terra Classic (LUNC) ซึ่งเดิมเรียกว่า Terra (LUNA) และอัลกอริทึม Stablecoin Terra USD (USTC) ในเดือนพฤษภาคม ตำรวจได้บุกค้นสถานที่ที่น่าสนใจ 15 แห่ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลและสำนักงานของบริษัทที่เชื่อมโยงกับเรื่องนี้ ข้อกล่าวหานี้เกี่ยวข้องกับพนักงานของ Terra รวมถึง Do Kwon โดยกล่าวหาว่ามีการละเมิดกฎหมาย Capital Markets Act ของประเทศ ซึ่งอัยการพิจารณาว่าโทเค็นระบบนิเวศของ Terra Luna เป็น “สัญญาความปลอดภัยด้านการลงทุน”  ตามที่อัยการเกาหลีใต้บอก โดควอนถูกกล่าวหาว่ายังคงออก LUNA และ USTC ต่อไปโดยไม่แจ้งให้นักลงทุนทราบถึงอันตรายที่ราคาทั้งสองอาจดิ่งลงพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกง พวกเขาชี้ไปที่ข้อความของ Do Kwon เช่น “ถ้าฉันฝาก Terra ใน Terraform Labs ฉันจะจ่ายดอกเบี้ย 19.4%” เป็นหลักฐานว่า Do Kwon มีความรู้ก่อนหน้านี้ว่าการลงทุนในระบบนิเวศ Terra นั้นไม่มั่นคงและยังดำเนินต่อไป ดำเนินการในทำนองเดียวกันเพื่อดึงดูดเงินทุนเพิ่มเติม  ผลกระทบที่ตามมาของ Terra Luna ทำให้เกิดผลกระทบกระเพื่อมในโครงการระบบนิเวศ หนึ่งในโปรโตคอลดังกล่าว Apollo DAO ถูกบังคับให้ปิด Terra vaults Wednes มูลค่ารวมของโปรเจ็กต์ที่ถูกล็อกไว้นั้นทะลุกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว และตอนนี้ได้ลดลงสู่ระดับใกล้ศูนย์ในขณะที่เผยแพร่  ขอบคุณข้อมูลจาก : https://cointelegraph.com/

2022-09-16การวิเคราะห์เชิงลึก

3 ปัญหา The Merge เปิดทุกข้อกังขา ที่แม้แต่คุณ ก็อาจได้รับผลกระทบ! - CryptoSiam

ผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมงกับ ‘The Merge’ อัปเกรดครั้งสำคัญของ Ethereum ที่เป็นการยกระดับเครือข่ายให้ตอบสนองผู้ใช้งานมากขึ้น ตัดข้อเสียต่างๆ ที่ต้องเผชิญมาก่อนหน้าทิ้งไป พร้อมปูทางสู่การอัปเกรดครั้งถัดๆ ไปในอนาคต  โดยหลักๆ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงกลไกการยืนยันธุรกรรมหรือ Consensus Mechanism จากแบบ Proof-of-Work แบบเก่า สู่ Proof-of-Stake แบบใหม่ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการยืนยันธุรกรรมในบล็อกเชนไปอย่างสิ้นเชิง  จากก่อนหน้าที่ใช้ ‘นักขุด’ ที่ใช้พลังการประมวลผลจากฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ต่างๆ เช่นการ์ดจอ หรือเครื่อง ASIC ในการยืนยันธุรกรรม มาสู่การ ‘Stake’ หรือการฝากเหรียญเข้าไปในระบบ เพื่อเป็นการยืนยันธุรกรรมแทน  ‘นักขุด’ ขุดไม่ได้อีกต่อไป  แน่นอนที่ระบุไปข้างต้นว่าหลังจาก The Merge เกิดขึ้นแล้ว จะไม่สามารถใช้ฮาร์ดแวร์ขุดเหรียญได้อีกต่อไป ดังนั้นคนที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ก็คือ ‘นักขุด Ethereum’ ที่ลงทุนซื้อเครื่องขุดราคาแสนแพงมาแล้ว ทางเลือกที่กลุ่มนักขุดเหล่านี้สามารถทำได้ก็มีแค่เลิกขุดไปเลย กับไปหาเหรียญอื่นๆ ขุดต่อ  ‘Vitalik Buterin’ ผู้สร้าง Ethereum และผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญของ The Merge ก็เคยกล่าวไว้ว่า ถ้าใครยังอยากใช้ Proof-of-Work ก็ให้ไปใช้ Ethereum Classic (ETC) สิ แน่นอนว่าหลังจากนั้น Ethereum Classic ก็ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ราคาพุ่งทะยานแซงตลาดไปอย่างไม่น่าเชื่อ  กราฟ ETC ในช่วงที่ Vitalik กล่าวถึง Ethereum Classicnรูปภาพ: TradingView  ไม่ใช่แค่ Ethereum Classic เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเหรียญอื่นๆ ที่ยังทำงานแบบ Proof-of-Work อยู่จะได้รับผลพลอยได้ไปทั้งหมดโดยเฉพาะเหรียญที่มีมูลค่าทางการตลาดไม่สูง อย่างก่อนหน้าที่ The Merge จะเกิดขึ้นไม่นาน ‘FIRO’ ก็ราคาพุ่งทะยานไปแล้วกว่า 37% พร้อมกับ ‘ปรมินทร์ อินโสม’ ที่ระบุชัดเจนว่าได้รับผลพลอยได้มาจากการอัปเกรด Ethereum  แต่ทั้งนี้ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังแน่วแน่ใน Ethereum อยู่ และต้องการให้ Ethereum คงอยู่แบบเดิม จึงรวมตัวกันสร้าง ‘Ethereum PoW’ ขึ้นมา จะเรียกว่าสร้างก็ไม่ถูก กลุ่มคนเหล่านี้ (ที่คาดว่าจะประกอบด้วยนักขุดเสียส่วนใหญ่) เลือกที่จะไม่อัปเกรด ‘Node’ Ethereum ที่ตัวเองควบคุมอยู่ตามอัปเกรดใหญ่  ทำให้ Ethereum ถูกแตกออกเป็นสายใหม่ก็คือ ‘Ethereum ที่ไปตาม The Merge’ และ ‘Ethereum ที่ไม่ไปตาม The Merge’ ในชื่อ ‘Ethereum PoW’ ที่ต้องการรักษารากเหง้าเดิมในการเป็น Proof-of-Work ของ Ethereum ไว้ คล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ Ethereum Classic ที่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยกับวิธีการแก้ปัญหาของทีม Ethereum ในการจัดการกับ DAO Attack ในช่วงปี 2019  หลักการอัปเกรดแบบ Hard Fork ที่สามารถแยกบล็อกเชนได้nรูปภาพ: InvestopediaDecentralized น้อยลง  นอกจากปัญหาที่เหล่านักขุด Ethereum ตกงานแล้ว หลายคนก็ยังมองว่า Ethereum จะมีความเป็น ‘Centralized’ หรือ ‘รวมศูนย์’ มากขึ้น และความเป็น Decentralized ลดน้อยลง จากการที่ใครก็ได้สามารถเข้ามาเป็นนักขุด ไม่ว่าจะเครื่องขุดราคาถูก ฮาร์ดแวร์ไม่แรงก็สามารถขุดได้ (ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อะไรกลับไปเท่าไรก็ตาม)  แต่พอมาเป็น Proof-of-Stake ที่เป็นการฝากเหรียญเข้าไปในระบบ หรือ ‘Stake’ แทนการขุด กลับต้องใช้จำนวนเหรียญขั้นต่ำถึง 32 ETH (อ้างอิงจาก Cointelegraph) ในการเป็น Validator หรือผู้ตรวจสอบธุรกรรม (หรือนักขุดใน Proof-of-Stake นั่นเอง) ซึ่งในขณะนี้ราคา ETH อยู่ที่ 5.44 หมื่นบาท  เท่ากับว่าต้องมีเงินถึง 1.74 ล้านบาท ในการเข้ามามีส่วนร่วม เป็น Validator ของ Ethereum  จึงเป็นการปิดกันนักขุดรายเดิมหรือแม้แต่รายใหม่ที่ทุนไม่ถึงให้ไม่สามารถทำหน้าที่เป็น Validator ได้ เท่ากับว่าผู้ที่เป็น Validator ของ Ethereum ที่เป็นรายใหญ่จะมีสัดส่วนมากขึ้น และยังสามารถเพิ่มปริมาณการ Stake ได้ง่ายกว่าการเพิ่มฮาร์ดแวร์ จึงทำให้ผู้ที่เป็น Validator รายย่อยเสียเปรียบเพิ่มขึ้นไปอีกจากทุนที่จำกัด  และก็มีหลักฐานคาตา โดยหลังจากที่ The Merge

2022-09-16Ethereum

Vitalik ชี้! The Merge ลดการใช้ไฟฟ้าของ ทั้งโลก ไปได้ 0.2%! - CryptoSiam

ผ่านไปด้วยดีกับ ‘The Merge’ การอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์ของ Ethereum ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงกลไกการยืนยันธุรกรรม (Consensus Mechanism) จาก Proof-of-Work ไปเป็น Proof-of-Stake ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นไปเมื่อช่วงบ่ายโมงวันที่ 15 กันยายน  โดยผลที่ได้รับจากการอัปเกรดครั้งนี้นอกจากเป็นการกำจัดจุดอ่อนต่างๆ ที่ผู้ใช้งาน Ethereum ต้องพบเจอจากระบบแบบเก่า, ปูทางไปสู่อนาคตที่สดใส และก็ยังเป็นการลดพลังงานการใช้ไฟฟ้าไปได้ถึง 99.95% ของ Ethereum อีกด้วย  เนื่องการการที่ Ethereum ปรับเปลี่ยนไปใช้กลไกแบบ Proof-of-Stake จะทำให้บรรดา ‘นักขุด Ethereum’ ไม่สามารถใช้ฮาร์ดแวร์อย่างการ์ดจอ หรือเครื่อง ASIC ขุดอย่างที่ทำได้ใน Proof-of-Work อีกต่อไป แต่จะเป็นการนำเหรียญจำนวนหนึ่งไปทำการ ‘Stake’ ไว้ในระบบและได้รับผลตอบแทนกลับไปแทนการขุด  นั่นจึงหมายความว่าในขณะนี้จะไม่มีใครสามารถใช้ฮาร์ดแวร์ในการขุด Ethereum ได้อีกแล้ว เท่ากับว่าพลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ในการหล่อเลี้ยงฮาร์ดแวร์เหล่านั้นจะหมดไป แทนที่ด้วยการนำเหรียญเข้าไป Stake ในระบบที่ไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าใดๆ เลยนอกจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต  ไม่นานก่อนที่ The Merge เกิดขึ้น ‘Vitalik Buterin’ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า The Merge จะทำให้พลังงานไฟฟ้าของโลกลดลงไปถึง 0.2% หลังการอัปเกรด ซึ่งก็เป็นการอ้างอิงมาจาก ‘Justin Drake’ หนึ่งในนักวิจัยของ Ethereum ที่กล่าวในวิดีโอถ่ายทอดสดของทาง Ethereum Foundation สำหรับการอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านพ้นไป  โดย Ethereum ก่อน The Merge ใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 112 TWh ต่อปี พอๆ กับประเทศเนเธอร์แลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรต และมากกว่าประเทศฟิลิปินส์, 2 เท่าของฮ่องกง, นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์เสียอีก สำหรับแค่ Ethereum เหรียญเดียวเท่านั้น  การใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละประเทศnรูปภาพ: WikipediaThe Merge รับดีมานด์สายรักษ์โลก  หลังจากประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกตระหนักมากขึ้นในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี เหรียญใหญ่ที่ยังทำงานแบบ Proof-of-Work อย่าง Ethereum ก่อนหน้านี้, Bitcoin หรืออื่นๆ ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ร้าย สร้างการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมหาศาลให้กับโลก  ซึ่งก็ตามมาด้วยการ ‘แบน’ จากทั้งฝั่งรัฐบาล, สถาบัน หรือนักลงทุนรายย่อยที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้รัฐนิวยอร์ก สหรัฐฯ ก็ได้ประกาศห้ามเปิดเหมืองขุดคริปโตเคอร์เรนซีที่ทำงานแบบ Proof-of-Work นั่นก็หมายความว่าในนิวยอร์กจะไม่สามารถเปิดเหมืองขุดที่ใช้ฮาร์ดแวร์ได้อีกต่อไป  หรือบางสถาบันที่หันมาลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี แต่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงเหรียญที่ทำงานแบบ Proof-of-Work ด้วยสาเหตุที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, ศิลปิน NFT มองหาบล็อกเชนทางเลือกที่ไม่ใช่ Ethereum หรือแม้แต่นักลงทุนรายย่อยบางกลุ่มที่ไม่ลงทุนใน Proof-of-Stake เพราะเหรียญเหล่านั้นกำลังทำร้ายโลก  จึงหมายความว่าการที่ Ethereum อัปเกรดตัวเองจาก ‘นักทำลายโลก’ มาเป็นเหรียญรักโลกในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นการกลับมาสู่อ้อมอกของทักลงทุนหรือสถาบันสายสิ่งแวดล้อมที่ตัดสินใจหันหน้าหนีไปก่อนหน้า และแน่นอนคงจะตามมาด้วยดีมานด์จากกลุ่มเหล่านี้เพิ่มขึ้นย่างแน่นอน

2022-09-15Ethereum

The Merge เกิดขึ้นแล้ว! มาดูกันผ่านไป 1 ช.ม. มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง? - CryptoSiam

ผ่านไปแล้วกับ The Merge การอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์ของ Ethereum ที่แฟนๆ รอคอยกันมาอย่างยาวนาน จากแผนที่ประกาศมาแล้วหลายต่อหลายปี ผ่านการเลื่อนกำหนดมาแล้วหลายครั้ง จนสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริงแล้วในวันที่ 15 กันยายน 2565 เวลา 13.42 น. เวลาประเทศไทย  มาดูกันที่ราคา Ethereum ในตลาด Binance คู่เหรียญ ETH/USDT หลังจากเวลา 13.42 ราคามีการผันผวนเล็กน้อยไปในฝั่งบวก โดยขึ้นไปสูงสุดที่ 1,650 ดอลลาร์ จากราว 1,580 ดอลลาร์ก่อนหน้า และทำ Sideway อยู่ในกรอบดังกล่าวหลังจากนั้น  สำหรับเหรียญอื่นๆ ก็ดูไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรจากเหตุการณ์นี้ ในบรรดาเหรียญคริปโต 20 อันดับแรกก็ไม่มีเหรียญใดที่มีความเคลื่อนไหวผิดแปลกไปจากเดิมสักเท่าไร รวมไปถึงเหรียญที่ได้รับผลพลอยได้จาก The Merge ไปเต็มๆ อย่าง Ethereum Classic (ETC) ก็บวกขึ้นมาอยู่ที่ราว 4% ในรอบ 24 ชั่วโมงเท่านั้น  นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติม ไม่มีระบบปิดหรือ Downtime ใดๆ เกิดขึ้นอย่างที่ทางทีมงาน Ethereum ระบุไว้ก่อนหน้า  อย่างไรก็ตามในฝั่งของค่า Gas (ค่าธรรมเนียมธุรกรรม) กลับพบว่าเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงหลังจาก The Merge เกิดขึ้น อ้างอิงจากกราฟของ Nansen ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชื่อดัง อย่างไรก็ตามคาดว่าอาจจะเกิดจากปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลใน Ethereum ดังนั้นสำหรับผลกระทบโดยตรงต่อค่า Gas อาจจะต้องมาดูกันหลังจากนี้  ทางด้านของ Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum และผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญของ The Merge ครั้งนี้ ก็แสดงความตื่นเต้นผ่าน Twitter ส่วนตัวหลังการอัปเกรดเสร็จสิ้น  “นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งใหญ่ของระบบนิเวศน์ Ethereum ทุกๆ คนที่ช่วยกันทำให้ The Merge เกิดขึ้นจะต้องภูมิใจมากๆ ในวันนี้”  And we finalized!nHappy merge all. This is a big moment for the Ethereum ecosystem. Everyone who helped make the merge happen should feel very proud today.  — vitalik.eth (@VitalikButerin) September 15, 2022  นอกจากนี้ก็ยังเปิดเผยว่า The Merge ช่วยให้การใช้พลังงานไฟฟ้าลดลงไปถึง 0.2% ของโลก จากการเปลี่ยนแปลงมาสู่ Proof-of-Stake ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงกลไกการยืนยันธุรกรรมในบล็อกเชนเป็นการ ‘Stake’ หรือการนำเหรียญไปฝากไว้ในระบบแทนการใช้พลังงานฮาร์ดแวร์อย่างการ์ดจอหรือเครื่อง ASIC ที่ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Ethereum ลงไปได้ถึง 99.95%  The merge will reduce worldwide electricity consumption by 0.2% – @drakefjustin  — vitalik.eth (@VitalikButerin) September 15, 2022  ทางด้านของ Blocktime หรือระยะเวลาที่นักขุดหรือ Validators ใช้ในการยืนยัน 1 บล็อกในบล็อกเชนก็ยังดูเสถียรขึ้นอย่างมาก โดยผู้ใช้งานทวิตเตอร์ @koeppelman เปิดเผยกราฟที่แสดงถึง Blocktime ก่อนและหลัง The Merge เกิดขึ้น โดยก่อน The Merge กราฟแสดงทิศทางกระจัดกระจาย แต่หลังจาก The Merge กราฟกลับอยู่ในแนวระนาบเดียวกันเป็นเส้นตรง มีแต่แถวเพียงจุดเดียวเท่านั้น  The block times of the last 100 blocks!nAmazing stability after the merge! Only 1 missed block.nThis is really the best case scenario!   — Martin Köppelman ???????? (@koeppelman) September 15,

2022-09-15Defi

จำนวนการ Mint NFT บน Solana พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

แดชบอร์ดข้อมูลของ Block Research แสดงให้เห็นว่าจำนวน NFT ที่สร้างขึ้นบน Solana หรือจำนวน NFT ใหม่ที่สร้างขึ้นบนบล็อคเชน เพิ่มขึ้นเป็น 312,000 ในวันที่ 7 กันยายน ตัวเลขดังกล่าวแสดงถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 39,000 เมื่อวันที่ 7 กันยายน  ในเวลาเดียวกัน ปริมาณ NFT ที่ใช้ Solana ได้เพิ่มขึ้น โดยปริมาณรวมในตลาดซื้อขายทั้งหมดแตะ 11.5 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 6 กันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม Magic Eden ซึ่งเปิดตัวเป็นตลาดที่อุทิศให้กับ Solana NFTs ได้เห็นส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 12% เมื่อต้นเดือนกันยายนเป็น 36.6% ในวันที่ 7 กันยายน  ในอดีต NFT ที่ใช้ Solana เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของระบบนิเวศโดยรวมสำหรับของสะสมที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้และงานศิลปะดิจิทัล โดยโครงการที่ใหญ่ที่สุด เช่น Bored Apes Yacht Club และ Pudgy Penguins สร้างขึ้นบน Ethereum เป็นครั้งแรก  ข้อมูลจาก : https://www.theblock.co/

2022-09-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ศาลออกหมายจับ โด ควอน นักร้องนำเทอร์รา หลัง LUNA พุ่งเป้า 40% ใน 2 ชั่วโมง

เศรษฐกิจศาลออกหมายจับ โด ควอน นักร้องนำเทอร์รา หลัง LUNA พุ่งเป้า 40% ใน 2 ชั่วโมง09 / 14 / 2022ข่าว Bitcoin Ethereum  สี่เดือนหลังจากการล่มสลายของ Terra (LUNA) แพลตฟอร์มและ TerraUSD (UST) stablecoin ที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ไปทั่ว ตลาด cryptocurrency, CEO ของ Terraform Labs กำลังถูกจับกุม พร้อมกับคนอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง  อันที่จริง ศาลในเมืองหลวงของเกาหลีใต้ได้ออกหมายสำหรับ Do Kwon และบุคคลอื่นอีกห้าคน โดยอ้างถึงการละเมิดพระราชบัญญัติตลาดทุนของประเทศ ตามข้อความจากสำนักงานอัยการ บลูมเบิร์ก โฮยอน คิม รายงาน กันยายน 14  สำนักงานอาชญากรรมทางการเงินของสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่าทั้ง XNUMX คนอยู่ในสิงคโปร์  เส้นเวลาของการล่มสลาย  เพื่อเป็นการเตือนความจำ ผู้ร่วมก่อตั้งของ Terra กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกิจกรรมที่เป็นการฉ้อโกงหลังจากความผิดพลาดครั้งใหญ่ของระบบนิเวศ Terraform Labs มูลค่า 45 ล้านดอลลาร์ ที่เริ่มต้นเหตุการณ์ที่โชคร้ายหลายครั้งซึ่งทำลายล้างภาคส่วน crypto ทั้งหมด  ในเดือนพฤษภาคม โดควอนเคยเป็น ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ในชุดทวีตโดยบุคคลที่รู้จักแต่เพียงผู้จับเท่านั้น FatManTerraผู้แจ้งเบาะแสที่คุ้นเคยในอุตสาหกรรม crypto และเป็นสมาชิกของ Terra Research Forum  ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ทางการได้ออก a “ประกาศเมื่อมาถึง” สำหรับ Do Kwon และการจำกัดการเดินทางของ Daniel Shin ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs พร้อมกับการบุกเข้าไปในบ้านของ Shin ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนที่เข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับการล่มสลายของแพลตฟอร์มและความสงสัยว่ามีการฉ้อโกง  ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดควอนรายงาน ขอความช่วยเหลือจากทนายความ จากสำนักงานกฎหมายในประเทศเพื่อช่วยเขาเตรียมการแก้ต่างเพื่อรอการดำเนินคดีทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับเขาและเพื่อนร่วมงานเช่น ฟินโบลด์ รายงาน  การวิเคราะห์ราคา LUNA  ในขณะเดียวกันภาค crypto ยังคงพยายามฟื้นตัวจากอาฟเตอร์ช็อกของ Terra ที่ระเบิด โดยเหรียญ LUNA นั้นพุ่งทะลุ 40% ในเวลาเพียงสองชั่วโมงจาก $4.1928 เป็น $2.4964

2022-09-14อุตสาหกรรม

USDT เปิดให้ใช้บน Near Protocol เพื่อเพิ่มการใช้งานของ DeFi

การรวม Tether เข้ากับ Near blockchain เป็นก้าวสำคัญในความมุ่งมั่นของบริษัทในการเพิ่มสถานะในระบบนิเวศทางการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) บริษัทกล่าว “จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของตลาดและเร่งความสามารถในการปรับขนาดสำหรับผู้ใช้” ประกาศกล่าวเสริม  Near Network เป็นบล็อคเชนที่สิบเอ็ดที่พร้อมใช้งานสำหรับ Tether USDT ในปัจจุบัน ขณะนี้ Stablecoin อยู่บนเครือข่ายเช่น Polygon, Kusama, Ethereum, Solana, Algorand, EOS, Liquid Network, Omni, Tron และ Bitcoin Cashs Standard Ledger Protocol  ในขณะที่เขียน USDT ส่วนใหญ่ออกบน Tron และ Ethereum โดย USDT มูลค่า 33 พันล้านดอลลาร์และ 32 พันล้านดอลลาร์ทำงานบนบล็อคเชนตามลำดับ Tron และ Ethereum รวมกันเป็นมากกว่า 96% ของ Tether USDT ที่ออกตามความโปร่งใสของ Tether  Tether เปิดตัวในปี 2014 และเปิดตัวบนบล็อคเชน Bitcoin (BTC) ผ่านโปรโตคอล Omni Layer ซึ่งเป็นโซลูชันที่ใช้สำหรับสร้างและซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบน Bitcoin  การเพิ่ม Near Network ให้กับระบบนิเวศของ Tether เกิดขึ้นท่ามกลางความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ 700 โครงการที่สร้างบน Near รวมถึง Aurora Network และ Octopus Network ณ เดือนกรกฎาคม ปริมาณรายวันของเครือข่าย Near เฉลี่ยระหว่าง 300,000 ถึง 400,000 ธุรกรรม  ข้อมูลจาก : https://cointelegraph.com/

2022-09-14การวิเคราะห์เชิงลึก

อีก 24 ชม. ก่อน The Merge สรุป 3 ข้อสั้นๆ โค้งสุดท้ายก่อนอัปเกรดจริง! - CryptoSiam

ใกล้เข้ามาแบบสุดๆ แล้วกับ ‘The Merge’ การอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์ของ Ethereum บล็อกเชนยักษ์ใหญ่เจ้าของเหรียญ ETH ที่แฟนๆ รอคอยกันมานานหลายปี อ้างอิงจาก Ethereum Merge Countdown ของ Google ขณะนี้เหลือเวลาอีกแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง  CryptoSiam จึงมาสรุป 5 ขอสั้นๆ สำหรับโค้งสุดท้ายก่อนอัปเกรดจริงที่กำลังจะถึงนี้ มีอะไรบ้างมาดูกัน!  1. The Merge คืออะไร?  คือการอัปเกรดใหญ่ของบล็อกเชน Ethereum ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการยืนยันผลธุรกรรม (Consensus mechanism) จาก Proof-of-Work (PoW) ที่เป็นแบบเก่า มาสู่ Proof-of-Stake (PoS) ที่เป็นแบบใหม่, ประสิทธิภาพสูงกว่า และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าไปไดถึง 99.95%  อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นข้อกังขากับคนบางกลุ่มอยู่ว่าการเปลี่ยนแปลงมาสู่ Proof-of-Stake ในครั้งนี้จะเป็นเรื่องดีจริงหรือไม่ และแยกตัวออกมาเป็น Ethereum PoW ซึ่งจะเป็นบล็อกเชนใหม่ที่มีทุกอย่างเหมือน Ethereum แต่ยังคงทำงานแบบ Proof-of-Work  2. ค่า Gas ไม่ถูกลง, Transaction ไม่เร็วขึ้น!  จริงๆ จะบอกว่าไม่ถูกลงแล้วไม่เร็วขึ้นเลยก็อาจไม่ถูกต้องซะทีเดียว ทาง Ethereum อธิบายไว้ว่าค่า Gas ในเครือข่ายหลักจะอยู่ที่ราคาเท่าๆ เดิม แต่จะไปเน้นการทำธุรกรรมผ่านบล็อกเชน Layer 2 ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการนำมาขยายเชน Ethereum หลัก และทำให้ค่า Gas ราคาถูกขึ้นอย่างมากๆ แทน  ในส่วนของความเร็วธุรกรรม ทาง Ethereum ก็ระบุว่าจะไม่ได้เร็วขึ้น ‘มากขนาดนั้น’ แต่ก็เร็วขึ้นบ้างนิดหน่อย  หรือถ้าใครอยากอ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับ The Merge ก็ลองมาดูในบทความนี้ได้เลย หยุดมโน! 5 ความเข้าใจผิด ‘The Merge’ ที่ค่า Gas ไม่ได้ถูกลง-Transaction ไม่ได้เร็วขึ้น!  3. ถือ ETH อยู่ต้องทำยังไง?  ไม่ต้องทำอะไรเลย ถือไว้เฉยๆ ระบบทุกอย่างจะจัดการให้คุณเอง ไม่มีแม้แต่ปิดปรับปรุงระบบ แม้แต่อาจจะได้เหรียญฟรีมาเพิ่มด้วยซ้ำ!  เหรียญฟรีอะไร? อย่างที่ระบุไว้ในข้อก่อนหน้า มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่พึงพอใจสำหรับการอัปเกรดมาสู่ Proof-of-Stake จึงแยกตัวออกมาจาก Ethereum ซึ่งจะเกิดเป็นบล็อกเชนใหม่ขึ้นมาคือ Ethereum PoW และนั่นเอง ถ้าหากคุณถือ ETH อยู่ก่อนการอัปเกรด คุณก็จะได้ ETHPoW ที่เป็นเหรียญของบล็อกเชนใหม่นี้ไปด้วย  แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูให้ดีๆ ว่าคุณถือ ETH อยู่ในกระเป๋าไหน Exchage ไหน ถ้าไม่แน่ใจ มาดูบทความ 7 วิธีรับ ETH PoW ฟรี! สำหรับผู้ถือ ETH หลัง The Merge เสร็จสิ้น ก่อนก็ได้

2022-09-14Ethereum

Starbucks x Polygon เปิดตัว Starbucks Odyssey สะสมคะแนนผ่าน NFT! - CryptoSiam

จากประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Polygon ในวันที่ 12 กันยายน 2565 ได้ระบุว่า Starbucks แบรนด์ร้านกาแฟแถวหน้าของโลก จับมือกับ Polygon ผู้ให้บริการบล็อกเชนเจ้าของ ‘MATIC’ เหรียญคริปโตอันดับ 12 ของโลกในการเปิดตัว ‘Starbucks Odyssey’ แคมเปญสะสม Royalty point ผ่านเทคโนโลยี NFT  โดยจะเป็นการใช้ Web3 ในการสะสม Starbucks Rewards สำหรับเมมเบอร์ และ Starbucks partner (พนักงาน) ในการได้รับ และซื้อสแตมป์สะสมในรูปแบบ Digital collectible ที่เป็น NFT ผ่านบล็อกเชนของ Polygon เอง  อย่างไรก็ตามในขณะนี้แคมเปญดังกล่าวจะเปิดให้บริการในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลงชื่อเป็น Waitlist ในการเข้าร่วม ‘Starbucks Odyssey’ ครั้งนี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ waitlist.starbucks.com  “การสร้าง Starbucks Odyssey โดยการใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืน, มีแรงบรรดาลใจ และความตั้งใจ คือความมุ่งมั่นหลักของเรา เราพยายามอย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ในการหาผู้ให้บริการบล็อกเชนที่เหมาะสมกับเราที่สุด และเราก็เจอ Polygon ที่รวดเร็ว, ต้นทุนต่ำ, และไม่ก่อให้เกิดคาร์บอน เรามองว่ามันเหมาะสมที่สุดในการนำมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Digital community แรกของเรา”  Ryan Butz – รองประธานฝ่ายความสัมพันธ์ลูกค้า, กลยุทธ์ และการตลาดของ Starbucks  Polygon เป็นบล็อกเชน Layer 2 ของ Ethereum ที่มีจุดมุ่งหมายในการเป็น Carbon negative ภายในปีนี้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของ Ethereum จาก Proof-of-Work ไปเป็น Proof-of-Stake ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน ก็ยังเป็นการช่วยลด Carbon footprint ของ Polygon PoS ลงถึง 99.91%

2022-09-13Defi

การระดมทุนใน GameFi เพิ่มขึ้น 135% ในเดือนสิงหาคม แต่ยังลดลงจากเดือนมิถุนายน

GameFi ยังคงเป็นผู้นำในด้านบล็อคเชนและคริปโต แม้ว่าตลาดคริปโตจะตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขล่าสุดจาก DappRadar เปิดเผยว่าเกม Web3 และโครงการ Metaverse ระดมทุนได้ 748 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้น 135% จากเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงลดลง 16% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน  เกมบล็อคเชนรวบรวมเงินลงทุน 3.1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่แล้ว จนถึงปี 2565 ได้เพิ่มเงินทุนจำนวน 6.9 พันล้านดอลลาร์ การคาดการณ์ในปีนี้ดูเหมือนจะบ่งชี้ว่าการลงทุนอาจสูงถึง 10.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% จาก 4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านักลงทุนยังคงเชื่อมั่นใน GameFi แม้ว่าจะมีสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอนก็ตาม  “เมื่อมองในภาพรวม เราสังเกตว่า 38% ของการลงทุนไปที่โครงสร้างพื้นฐาน 33% สำหรับเกมและโครงการเมตาเวิร์ส และ 27% สำหรับบริษัทการลงทุน” รายงานระบุ  มากกว่า 50% ของการใช้งานในอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในเกมบล็อคเชน แม้จะลดลง 11% จากเดือนที่แล้ว โดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 847,000 Unique Active Wallets (UAW) ต่อวัน ในด้านโทเค็น NFT ปริมาณการซื้อขายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเกมเพิ่มขึ้น 13.25% ในเดือนสิงหาคม และยอดขายเพิ่มขึ้น 83.36% เป็นมากกว่า 1.3 ล้านโทเค็น ซึ่งการสำรวจจาก ChainPlay ล่าสุด พบว่า 75% ของนักลงทุน GameFi เข้าร่วมพื้นที่ crypto สำหรับโครงการเกมเท่านั้น และ 81% ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในเกมในเชิงบวกมากกว่าการทำกำไร  ขอบคุณข้อมูลจาก : https://cointelegraph.com/

2022-09-13การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
276278
...
1000