สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ยังไม่หยุด! หุ้น Metaplanet พุ่งอีก 19% หลังซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 497 BTC- CryptoSiam

การลงทุนยังไม่หยุด! หุ้น Metaplanet พุ่งอีก 19% หลังซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 497 BTCบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนของญี่ปุ่น Metaplanet เดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 19% ในเวลาเพียงหนึ่งวัน  บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนของญี่ปุ่น Metaplanet เดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 19% ในเวลาเพียงหนึ่งวัน  Simon Gerovich CEO ของ Metaplanet เปิดเผยผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 5 มีนาคมว่า บริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin เพื่มอีก 497 BTC ที่ราคาเฉลี่ย $88,448 ต่อ 1 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด $43.9 ล้าน  ขณะที่ราคาหุ้นของ Metaplanet บนตลาดหลักทรัพย์โตเกียวก็ปรับตัวพุ่งขึ้นอีก 19% มาอยู่ที่ระดับาคา 3,985 เยน ($26.60) ตามข้อมูลจาก Google Finance  การซื้อครั้งนี้ทำให้ Metaplanet ถือครอง Bitcoin รวมทั้งสิ้น 2,888 BTC ที่ราคาเฉลี่ย $84,240 ต่อ 1 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $251 ล้าน เมื่อคำนวณจากราคาซื้อขายล่าสุดที่ $87,150  Gerovich ยังเผยว่า ผลตอบแทนในหุ้นของบริษัทตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 45% ขณะที่ Metaplanet ได้เข้าซื้อ 794.5 BTC ไปแล้วในปีนี้ และมีกำไรจากการซื้อดังกล่าวคิดมูลค่าประมาณ $66 ล้าน ในไตรมาสแรกของปี 2025  ราคาหุ้นของ Metaplanet ในวันที่ 5 มีนาคม ( ที่มา : Google Finance )หุ้น Metaplanet พุ่งแรง แม้เผชิญแรงกดดันจากตลาด Bitcoin ที่ยังคงผันผวน  ก่อนหน้านี้ ราคาหุ้นของ Metaplanet ได้รับแรงกดดันจากการปรับฐานของ Bitcoin ซึ่งมีราคาร่วงลงถึง 8.5% ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ ระดับราคาต่ำกว่า $79,000 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าครั้งใหม่ หลังจาก Donald Trump ประกาศแผนขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ  อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดความผันผวนในตลาดคริปโต แต่ Metaplanet ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ที่ทำผลตอบแทนสูงสุดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีราคาเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 1,700%  Metaplanet ตั้งเป้าถือครอง 21,000 BTC ภายในปี 2026  Metaplanet ได้เข้าซื้อ Bitcoin เป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ หลังจากที่เพิ่งเข้าซื้อ 156 BTC ไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ซึ่งขณะนั้น Gerovich เปิดเผยว่าบริษัทกำลังพิจารณาแผนการจดทะเบียนบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่น โดยมีสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตัวเลือก  ล่าสุด Metaplanet ได้ขยับขึ้นมาเป็น บริษัทเอกชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับ 12 ของโลก และ อันดับ 1 ของเอเชีย แซงหน้า Boyaa Interactive International บริษัทเกมจากฮ่องกง ตามข้อมูลจาก BiTBO  จำนวนการถือครอง Bitcoin ของบริษัท ( ที่มา : Simon Gerovich )  นอกจากนี้ Gerovich ยังได้พบปะกับเจ้าหน้าที่จากตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE) และ Nasdaq เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อแนะนำแพลตฟอร์มและโครงสร้างของบริษัท  “เรากำลังพิจารณาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อทำให้หุ้นของ Metaplanet สามารถเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้ง่ายขึ้น” Gerovich กล่าวผ่าน X เมื่อวันที่ 3 มีนาคม  การเข้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องของ Metaplanet แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในญี่ปุ่น

2025-03-05Bitcoin

Bitfinex เผย! Bitcoin อาจต้องผ่านแนวต้านสำคัญในการกลับไปยืนเหนือ $94,000- CryptoSiam

การลงทุนBitfinex เผย! Bitcoin อาจต้องผ่านแนวต้านสำคัญในการกลับไปยืนเหนือ $94,000นักวิเคราะห์เตือนว่า Bitcoin อาจเผชิญอุปสรรคสำคัญในการกลับไปยืนเหนือระดับราคา $94,000 หลังจากความพยายามครั้งล่าสุดล้มเหลว  นักวิเคราะห์เตือนว่า Bitcoin อาจเผชิญอุปสรรคสำคัญในการกลับไปยืนเหนือระดับราคา $94,000 หลังจากความพยายามครั้งล่าสุดล้มเหลว  นักวิเคราะห์จาก Bitfinex ระบุในรายงานตลาดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ว่า “การฟื้นตัวของราคาเพื่อกลับไปยืนเหนือ $94,000 อาจเผชิญแนวต้านสำคัญ” โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับราคา $94,000 เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา และยังไม่สามารถดีดตัวกลับขึ้นไปได้ในปัจจุบัน  การคาดการณ์ในครั้งนี้เชื่อมโยงกับความผันผวนที่เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสำรองคริปโตแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ Bitcoin พุ่งขึ้นถึง 12% จาก $85,000 ขึ้นไปแตะ $95,000 อย่างรวดเร็ว  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าแรงขายที่เข้ามาอย่างหนักในตลาด Spot Bitcoin ได้ลบกำไรส่วนใหญ่จากการพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ไปแล้ว โดยปัจจุบัน Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $87,100 ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ซึ่งหมายความว่าหากต้องกลับไปที่ $94,000 จะต้องปรับตัวขึ้นอีกราว 8%  Bitcoin มีราคาลดลง 7.26% ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )ตลาดยังคงผันผวน จนกว่าจะมีแรงซื้อที่แท้จริงกลับเข้ามา  นักเทรดคริปโต Rekt Capital ระบุในโพสต์บน X เมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่า  “ตามสถิติในอดีต จุดต่ำสุดของรอบขาลงอาจเกิดขึ้นไปแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสที่ราคาจะร่วงต่ำลงกว่านี้ได้อีก”  Rekt Capital ยังเสริมว่า Bitcoin อาจทรงตัวอยู่ที่ระดับแนวรับ $93,500 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาจะไม่ลงไปต่ำกว่าระดับดังกล่าวอีก  ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คริปโต Axel Adler กล่าวว่า เป็น “สัญญาณเชิงบวก” ที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาเมื่อ Bitcoin ปรับตัวลงไปแตะระดับ $81,000  ด้าน Michaël van de Poppe ผู้ก่อตั้ง MN Trading ให้ความเห็นว่า  “เราน่าจะต้องรอจนกว่าสัปดาห์นี้จะผ่านผ้นไป เนื่องจากยังมีข้อมูลเศรษฐกิจและเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลต่อตลาด”  ปัจจุบันนักลงทุนใสตลาดกำลังจับตาตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันที่ 12 มีนาคมนี้ โดยเป็นข้อมูลสำคัญก่อนที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 19 มีนาคม  Kyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures กล่าวว่า ราคาของ Bitcoin จะยังคงผันผวน จนกว่าจะมีแรงซื้อที่แท้จริงกลับเข้ามาในตลาด แทนที่จะเป็นเพียงการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น  อ่าน : VC ชี้ Bitcoin ต้องการนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไร  ขณะที่ ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัววัดความเชื่อมั่นของตลาด ยังคงอยู่ที่ ระดับ 20/100 (Extreme Fear) มาตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนที่ยังไม่คลายลง

2025-03-05Bitcoin

Metaplanet ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่ม พร้อมพิจารณาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ- CryptoSiam

ข่าวธุรกิจMetaplanet ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่ม พร้อมพิจารณาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯMetaplanet ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 156 BTC ขณะที่ CEO เผยว่า กำลังพิจารณาทางเลือกในการทำให้หุ้นของบริษัทเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้มากขึ้น  Metaplanet ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 156 BTC ขณะที่ CEO เผยว่า กำลังพิจารณาทางเลือกในการทำให้หุ้นของบริษัทเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้มากขึ้น  ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ Metaplanet บริษัทที่ให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่สะสม Bitcoin มาอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าซื้อเพิ่มอีก 156 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13.4 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย $85,890 ต่อ 1 BTC ทำให้ขณะนี้ Metaplanet ถือครอง Bitcoin รวมทั้งหมด 2,391 BTC  ตั้งแต่ที่บริษัทได้เริ่มกลยุทธ์การลงทุนใน Bitcoin เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว Metaplanet ก็ได้เข้าซื้อ Bitcoin รวมมูลค่า 196.3 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย $82,100 ต่อ 1 BTC ซึ่งหากเทียบกับราคา Bitcoin ในปัจจุบัน บริษัทมีกำไรจากการลงทุนเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 13%  ประกาศการเข้าซื้อของ Metaplanet ( ที่มา : Simon Gerovich )Metaplanet พิจารณาการจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ  การเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ Simon Gerovich CEO ของ Metaplanet ได้เดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่จากตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE) และ Nasdaq ในสหรัฐฯ เพื่อแนะนำแพลตฟอร์มและโครงสร้างของบริษัท  “เรากำลังพิจารณาวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้หุ้นของ Metaplanet เข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้มากขึ้น” Gerovich กล่าวในโพสต์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม  ภาพถ่าย CEO ของ Metaplanet บริเวณระฆังที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ( ที่มา : Simon Gerovich )  แต่อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังอยู่ในช่วงการพิจารณา และ Metaplanet อาจตัดสินใจไม่ดำเนินการในทิศทางนี้  เนื่องจากปัจจุบัน หุ้นของ Metaplanet (MTPLF) มีการจดทะเบียนให้สามารถซื้อขายได้บน OTC Markets ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าถึงหุ้นของบริษัทได้ง่ายขึ้น  OTC Markets เป็นตลาดการเงินในสหรัฐฯ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาหุ้นและสภาพคล่องของหลักทรัพย์มากกว่า 12,400 ตัว ซึ่งรวมถึงบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง  หุ้น Metaplanet พุ่งแรงกว่า 1,800% ในปีที่ผ่านมา  ปัจจุบันหุ้น MTPLF ของ Metaplanet มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 530% จากมูลค่า $3 เป็น $18.9 นับตั้งแต่เริ่มซื้อขายบน OTC Markets เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2024  ขณะเดียวกันบริษัทก็ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีผลตอบแทนสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว โดยมีราคาปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,800% ภายในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก Google Finance และปัจจุบันเป็นบริษัทถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับที่ 14 ของโลก ตามข้อมูลจาก BitcoinTreasuries  ตั้งแต่บริษัทเริ่มกลยุทธ์ลงทุนใน Bitcoin เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว Metaplanet ก็ได้ใช้เครื่องมือทางการเงินหลายรูปแบบเพื่อสนับสนุนการสะสม Bitcoin และมีเป้าหมายการถือครองใ่ห้ถึง 21,000 BTC ภายในปี 2026

2025-03-03Bitcoin

VC ชี้ Bitcoin ต้องการนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไร- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่VC ชี้ Bitcoin ต้องการนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไรKyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures ชี้ว่า Bitcoin ต้องดึงดูดนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง แทนที่จะเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อทำกำไรระยะสั้นจากความผันผวนของตลาด  Kyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures ชี้ว่า Bitcoin ต้องดึงดูดนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง แทนที่จะเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อทำกำไรระยะสั้นจากความผันผวนของตลาด  Bitcoin จะยังคงเผชิญความผันผวนต่อไป ตราบใดที่ตลาดยังเต็มไปด้วยนักเก็งกำไรที่มองหาโอกาสทำกำไรระยะสั้น มากกว่านักลงทุนที่ต้องการถือครองสินทรัพย์ในระยะยาว ตามความเห็นของ Kyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures  “นี่คือตัวอย่างของเกมสภาพคล่องที่ชัดเจน ETF ไม่ได้ดึงดูดแค่ผู้ถือครองระยะยาว แต่นำกองทุนเฮดจ์ฟันด์เข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่ทำกำไรจากการเก็งกำไรระยะสั้น” Kyle Chasse กล่าวในโพสต์บน X เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์  กองทุนเฮดจ์ฟันด์ไล่ล่าผลตอบแทนความเสี่ยงต่ำจาก Bitcoin  Chasse อธิบายว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคา Bitcoin ในตลาดสปอตและฟิวเจอร์ส ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า Cash and Carry Trade เนื่องจากราคาฟิวเจอร์สของ Bitcoin มักสูงกว่าราคาสปอต  อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาตลาดร่วงลง ส่วนต่างของราคานี้ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเทรดด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวไม่คุ้มค่าอีกต่อไป นำไปสู่การปิดสถานะของกองทุนเหล่านี้ ซึ่งส่งผลให้ตลาดเผชิญแรงเทขายเพิ่มเติม  “BTC ต้องการนักลงทุนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาดูดสภาพคล่องเพื่อทำกำไร” Chasse กล่าว พร้อมเสริมว่า ความผันผวนของ Bitcoin จะยังคงอยู่ต่อไป ตราบใดที่สถานะที่ใช้เลเวอเรจ (Leverage) ยังถูกบังคับปิดอย่างต่อเนื่อง  Markus Thielen หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ 10x Research ให้ความเห็นในรายงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ว่า เมื่อตลาดคริปโตเผชิญกับภาวะซบเซา อัตรา Funding Rate ก็ลดลง ส่งผลให้การเทรดที่ใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้ต้องปิดสถานะลง  “เฮดจ์ฟันด์เหล่านี้ไม่เคยเดิมพันว่า Bitcoin จะพุ่งขึ้นจริงๆ สิ่งที่พวกเขาต้องการคือผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่ำเท่านั้น” Chasse กล่าวเสริม  Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $80,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  Bitcoin ปรับตัวลดลงต่ำกว่า $80,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน โดยมีสาเหตุจากแรงเทขายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ  ปัจจุบัน Bitcoin มีราคาซื้อขายที่ $79,843 ตามข้อมูลจาก TradingView  กราฟ BTC / USD ใน 24 ชั่วโฒงที่ผ่านมา ( ที่มา : TradingView )  Pav Hundal หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Swyftx กล่าวกับ Cointelegraph ว่า  “Bitcoin อาจมีแนวโน้มปรับตัวลงได้อีก แต่ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นไปแล้ว”  Hundal เสริมว่าตลาดยังจับตาดู ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้  ทางด้าน Chasse ยังได้กล่าวปิดท้ายว่า  “ตอนนี้กลยุทธ์ของเฮดจ์ฟันด์ใช้ไม่ได้แล้ว พวกเขาจึงถอนสภาพคล่องออกไป ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะเทขาย”  นับตั้งแต่ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $90,000 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าสาเหตุหลักมาจาก ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และนโยบายภาษีที่ Donald Trump เสนอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวม

2025-02-28Bitcoin

ฺBitocin ETF ของ BlackRock เผชิญแรงขายหนักสุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าการไหลออก $420 ล้านภายในวันเดียว- CryptoSiam

การลงทุนฺBitocin ETF ของ BlackRock เผชิญแรงขายหนักสุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าการไหลออก $420 ล้านภายในวันเดียวกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock เผชิญแรงขายมหาศาล สูญเงินไหลออกถึง $420 ล้าน ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2024  กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock เผชิญแรงขายมหาศาล สูญเงินไหลออกถึง $420 ล้าน ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2024  ยอดการซื้อขาย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ รายวัน ( ที่มา : CoinGlass )ตลาดคริปโตร่วงหนัก มูลค่าตลาดลดลงกว่า $1 ล้านล้าน จากจุดสูงสุด  กระแสเงินทุนที่ไหลออกจาก Bitcoin ETF สะท้อนถึงแรงเทขายในตลาดคริปโตโดยรวม โดยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดคริปโตได้ลดลงอีก 5.6% เหลือ $2.9 ล้านล้าน ขณะที่ราคา Bitcoin ดิ่งลงแตะ $82,455  ปัจจุบัน มูลค่าตลาดคริปโตเผชิญการปรับฐานราว 25% โดยมีเงินทุนไหลออกจากตลาดไปแล้วกว่า $1 ล้านล้าน นับตั้งแต่จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2023  อย่างไรก็ตาม Ki Young Ju ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม CryptoQuant เตือนนักลงทุนว่า การขายในช่วงที่ตลาดร่วงอาจเป็น “ความผิดพลาดของมือใหม่” พร้อมชี้ว่า  “การปรับฐาน 30% เป็นเรื่องปกติในตลาดขาขึ้น ในปี 2021 Bitcoin เคยร่วงลงถึง 53% แต่ก็ยังสามารถฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดใหม่ได้อยู่ดี”  นักวิเคราะห์ชี้ Hedge Fund เทขาย ETF ทำให้ราคา Bitcoin ร่วง  นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคริปโต อย่าง Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้งกระดานเทรด BitMEX และ Markus Thielen หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ 10x Research มองว่า นักลงทุนหลักของ Bitcoin ETF ส่วนใหญ่เป็นกองทุน Hedge Fund ที่เข้ามาทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Arbitrage) มากกว่าการถือ Bitcoin ในระยะยาว  ตอนนี้ กลุ่มนักลงทุนเหล่านี้กำลังทยอยขายหลังจากโอกาสทำกำไรจากการ Arbitrage เริ่มลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ Bitcoin เผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง  Arthur Hayes คาดการณ์ไว้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ว่า ถ้าหากยังมีแรงขายจาก Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง ราคา Bitcoin อาจร่วงลงไปได้ถึงระดับ $70,000  ขณะที่เทรดเดอร์บางกลุ่มกำลังจับตาระดับแนวรับสำคัญที่ $74,000 อย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศแผนการเพิ่มมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาดคริปโตในระยะสั้น

2025-02-27Bitcoin

ตลาดคริปโตเข้าสู่ Extreme Fear! ดัชนีความกลัวร่วงต่ำสุดในรอบ 2 ปี ระดับเดียวกับช่วงที่เกิดวิกฤต Terra และ Celsius - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ตลาดคริปโตเข้าสู่ “Extreme Fear”! ดัชนีความกลัวร่วงต่ำสุดในรอบ 2 ปี ระดับเดียวกับช่วงที่เกิดวิกฤต Terra และ Celsius ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของสภาพตลาดคริปโต ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองปี หลัง Bitcoin ดิ่งลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์  ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของสภาพตลาดคริปโต ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองปี หลัง Bitcoin ดิ่งลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์  ข้อมูล BTC/USD ในช่วงระยะเวลา 30 วันที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )  ข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า ปัจจุบัน Bitcoin ลดลง 16.32% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 86,004 ดอลลาร์  ดัชนีความกลัวแตะระดับเดียวกับปี 2022 ช่วงตลาดคริปโตถล่มลงอย่างหนัก  สถานการณ์ในปัจจุบันคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2022 ซึ่งในตอนนั้นดัชนี Crypto Fear & Greed ร่วงลงเหลือเพียง 6/100 ขณะที่ราคา Bitcoin ดิ่งลงสู่ 19,000 ดอลลาร์ โดยคิดเป็นการลดลงถึง 37% ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน  ในช่วงเวลาดังกล่าว การล่มสลายของ TerraUSD (UST) ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่เสียมูลค่าคงที่ (Depeg) จากค่าดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2022 นำไปสู่การเทขายครั้งใหญ่ที่กวาดเม็ดเงินมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ออกจากตลาดคริปโต ส่งผลให้ 3AC เผชิญปัญหาสภาพคล่อง และถูกสั่งให้บังคับชำระหนี้ (Liquidation) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นอกจากนี้แพลตฟอร์ม Celsius ก็ยังต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม  นักวิเคราะห์มองว่าตลาดคริปโตยังมีโอกาสฟื้นตัว  Ben Simpson ผู้ก่อตั้ง Collective Shift ได้ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่าภาวะตลาดในปัจจุบันอาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสำหรับนักลงทุน  “กลยุทธ์ง่าย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือซื้อเมื่อตลาดอยู่ในโซน Extreme Fear และขายเมื่ออยู่ในโซน Greed”  Simpson เสริมว่า นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์นี้สามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดโดยรวม  ขณะที่ Pav Hundal หัวหน้านักวิเคราะห์จากแพลตฟอร์ม Swyftx กล่าวว่า  “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายของตลาด และมันกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน”  อย่างไรก็ตาม Hundal ชี้ให้เห็นว่าระดับสภาพคล่องทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ซึ่งตามสถิติแล้ว นี่เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ส่งสัญญาณบวกต่อ Bitcoin โดยเดือนมีนาคมอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดคริปโต

2025-02-27Bitcoin

M2 Money Supply อาจกระตุ้นให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง แต่นักวิเคราะห์เตือนอย่าเทหมดหน้าตัก- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่M2 Money Supply อาจกระตุ้นให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง แต่นักวิเคราะห์เตือนอย่าเทหมดหน้าตักหัวหน้านักวิเคราะห์จาก Swyftx เตือนนักลงทุนว่าไม่ควรเดิมพันทั้งหมดในการปรับฐานระยะสั้น แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกที่อาจผลักดันให้ Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคมและหลังจากนั้น  หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Swyftx เตือนนักลงทุนว่าไม่ควรเดิมพันทั้งหมดในการปรับฐานระยะสั้น แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกที่อาจผลักดันให้ Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคมและหลังจากนั้น  Pav Hundal หัวหน้านักวิเคราะห์จากแพลตฟอร์ม Swyftx กล่าวว่าการเติบโตของ M2 Money Supply ทั่วโลกอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้น และปกติการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินทั่วโลกมักเป็นตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้สำหรับตลาดคริปโต  “ข้อมูลที่เรามีแสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อในตลาดสปอตยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐฯ ได้เพิ่มเพดานหนี้ขึ้นอีก 4 ล้านล้านดอลลาร์” Hundal กล่าว พร้อมย้ำว่า “มันไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด”  ข้อมูลจาก MacroMicro ระบุว่า อัตราการเติบโตแบบปีต่อปีของ M2 Money Supply ใน 4 ธนาคารกลางหลักของโลกแตะระดับ 3.65% ในเดือนมกราคม ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าสัญญาณนี้มีแนวโน้มส่งผลบวกต่อ Bitcoin  M2 Money Supply ของธนาคารกลางทั้งสี่แห่งเพิ่มขึ้น 3.65% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ( ที่มา: MacroMicro )  นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง Lyn Alden ยังเคยระบุไว้ในรายงานวิจัยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า Bitcoin มีความสัมพันธ์กับแนวโน้มของ M2 Money Supply ทั่วโลกถึง 83% ซึ่งหมายความว่าหากปริมาณเงินเพิ่มขึ้น Bitcoin ก็มักจะปรับตัวขึ้นตามไปด้วย  นักวิเคราะห์มองว่าสหรัฐฯ อาจเป็นตัวเร่งให้ Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง  นักวิเคราะห์คริปโต Bitcoindata21 โพสต์ข้อความบน X เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ว่า “เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลให้ M2 Money Supply ทั่วโลกเป็นบวก ดังนั้นราคาของ Bitcoin อาจเคลื่อนไหวในเร็ว ๆ นี้”  ในทำนองเดียวกัน Colin Talks Crypto นักวิเคราะห์คริปโตอักรายหนึ่งกล่าวว่า “M2 Money Supply ทั่วโลกบ่งชี้ว่า Bitcoin กำลังจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่”  ขณะที่ Bravo Research ซึ่งเป็นบัญชีวิจัยด้านการลงทุนระบุว่า ปริมาณของเงินในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง “การเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องนี้อาจเป็นตัวเร่งให้ Bitcoin พุ่งขึ้นแบบพาราโบลิก”  Bitcoin ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก  แม้จะมีสัญญาณบวกจาก M2 Money Supply แต่ Bitcoin ยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ยืนยันว่าจะเดินหน้าบังคับใช้ภาษีนำเข้า 25% กับแคนาดาและเม็กซิโกตามกำหนดการ  โดยก่อนหน้านี้ Trump เคยประกาศเลื่อนการดำเนินมาตรการออกไป 30 วันเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่การกลับมาผลักดันนโยบายนี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโดยรวม รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนยังคงเชื่อว่าหากแนวโน้มของ M2 Money Supply ยังคงเติบโตต่อเนื่อง Bitcoin ก็อาจได้รับแรงหนุนให้กลับมาแข็งแกร่งในระยะยาว

2025-02-26Bitcoin

มรสุมตลาดคริปโต! Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $90,000 หลัง ETF เทขายอย่างหนักและมูลค่าการล้างพอร์ตพุ่งแตะ $1.3 พันล้าน- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่มรสุมตลาดคริปโต! Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $90,000 หลัง ETF เทขายอย่างหนักและมูลค่าการล้างพอร์ตพุ่งแตะ $1.3 พันล้านBitcoin ทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกดดันจากแรงเทขายของนักลงทุนสถาบันและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญความผันผวนอย่างหนัก  Bitcoin ทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกดดันจากแรงเทขายของนักลงทุนสถาบันและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญความผันผวนอย่างหนัก  ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงแตะระดับ $87,629 ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน จากวันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap การร่วงลงของราคาในครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี  BTC/USD ระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )  การปรับตัวลดลงของ Bitcoin เกิดขึ้นหลังจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญการไหลออกอย่างหนัก โดยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพียงวันเดียว กองทุนเหล่านี้มีมูลค่าการไหลออกสุทธิมากกว่า $516 ล้าน และนับเป็นการไหลออกต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน ตามข้อมูลจาก Farside Investors  นับตั้งแต่การเทขายของ Bitcoin ETF เริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ราคาของ Bitcoin ก็ได้ปรับตัวลดลงกว่า 6.2% ภายในระยะเวลา 6 วัน  นอกจากนี้ กองทุน Bitcoin ETF ยังมีมูลค่าการไหลออกสุทธิรวมกว่า $1.14 พันล้าน ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการไหลออกที่สูงที่สุดในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่กองทุน ETF เหล่านี้ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2024  ข้อมูลการไหลเข้าออกรายวันของ Spot Bitcoin ETF ( ที่มา : Farside Investors )ปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีน  การเทขายในกองทุน Bitcoin ETF อาจมีสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน  ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีนอาจเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้ โดย Trump ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ทั้งสองมหาอำนาจจะบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเจรจาดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการถือครองสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ  มูลค่าล้างพอร์ตพุ่งแตะ $1.3 พันล้าน ท่ามกลางความผันผวนของตลาด  นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคริปโตก็ได้รับผลกระทบจากข่าวภายในอุตสาหกรรม หลังจากที่ตลาดเผชิญกับเหตุการณ์ การแฮ็กครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต โดยแพลตฟอร์ม Bybit ได้ถูกโจรกรรมเหรียญ Ether เป็นมูลค่ากว่า $1.4 พันล้าน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์  ความผันผวนของตลาดที่ตามมาส่งผลให้นักเทรดกว่า 362,000 ราย เกิดล้างการพอร์ต (Liquidations) คิดเป็นมูลค่ากว่า $1.3 พันล้าน ภายในเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinGlass โดย Bitcoin เพียงสินทรัพย์เดียวก็มีการล้างพอร์ตคิดเป็นมูลค่าถึง $523 ล้าน  มูลค่าล้างพอร์ต (Liquidations) ของตลาดคริปโตใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinGlass )  ถึงแม้ว่าการปรับตัวลดลงของ Bitcoin จะสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนบางส่วน แต่นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงการปรับฐานตามปกติของตลาดคริปโต  การปรับฐานช่วงตลาดขาขึ้นของ Bitcoin ในปี 2017 ( ที่มา : Raoul Pal )  Raoul Pal ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Global Macro Investor ระบุผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์

2025-02-25Bitcoin

HK Asia Holdings อนุมัติแผนซื้อ Bitcoin เพิ่ม หลังราคาหุ้นพุ่งเกือบ 2 เท่าภายในหนึ่งสัปดาห์- CryptoSiam

การลงทุนHK Asia Holdings อนุมัติแผนซื้อ Bitcoin เพิ่ม หลังราคาหุ้นพุ่งเกือบ 2 เท่าภายในหนึ่งสัปดาห์บริษัทการลงทุนจากฮ่องกงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 7 BTC หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 93% เพียงแค่ประกาศซื้อ Bitcoin ครั้งแรกเป็นจำนวน 1 BTC  บริษัทการลงทุนจากฮ่องกงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 7 BTC หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 93% เพียงแค่ประกาศซื้อ Bitcoin ครั้งแรกเป็นจำนวน 1 BTC  HK Asia Holdings Limited บริษัทด้านการลงทุนจากฮ่องกง ได้เพิ่มการถือครอง Bitcoin เป็นเกือบ 9 BTC หลังจากที่ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 93% ภายในวันเดียว จากการเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งแรกเป็นจำนวนเพียง 1 BTC  บริษัทเปิดเผยในประกาศเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าคณะกรรมการของบริษัทได้อนุมัติให้เพิ่มการลงทุนใน Bitcoin และเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ บริษัทก็ได้เข้าซื้อ Bitcoin อีกจำนวนประมาณ 7.88 BTC คิดเป็นมูลค่ารวม 761,705 ดอลลาร์  โดยการเข้าซื้อล่าสุดนี้ใช้เงินทุนจากภายในบริษัท ทำให้ปัจจุบัน HK Asia Holdings ถือครอง Bitcoin รวม 8.88 BTC โดยมีต้นทุนเฉลี่ย 97,021 ดอลลาร์ต่อ BTC หรือรวมเป็นมูลค่าประมาณ 861,500 ดอลลาร์  ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา HK Asia ได้ประกาศเข้าซื้อ Bitcoin แม้จะเป็นการซื้อเพียง 1 BTC แต่ข่าวดังกล่าวได้สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างถึง 93% ในการซื้อขายวันถัดมา  หุ้นของ HK Asia Holdings ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงกลางวันของวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นถึง 5.7% มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 6.66 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 0.86 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามข้อมูลจาก Google Finance  หุ้น HK Asia เริ่มเปิดการซื้อขายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ระดับราคาประมาณ 7 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 11% เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ( ที่มา : Google Finance )  หากราคาหุ้นยังคงอยู่ในระดับนี้ อาจทำให้มีราคาปิดของวันสูงกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมิถุนายนปี 2019 ที่ระดับราคา 6.50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 0.84 ดอลลาร์สหรัฐ) และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ HK Asia ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 1,700%  การลงทุนใน Bitcoin ของ HK Asia Holdings สอดคล้องกับแนวโน้มของบริษัทมหาชนที่กำลังหันมาเข้าซื้อคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรระยะยาว  ในการประกาศเมื่อต้นเดือนนี้ บริษัทระบุว่าคณะกรรมการเล็งเห็นถึง “ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคริปโตเคอร์เรนซีในโลกธุรกิจ” จึงตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin เป็นครั้งแรก  บริษัทยังระบุเพิ่มเติมว่า การเข้าซื้อครั้งล่าสุดยังมีมูลค่าต่ำกว่าระดับที่ต้องรายงานตามข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ทางบริษัทได้เลือกเปิดเผยข้อมูลนี้ด้วยความสมัครใจ  ข้อมูลและกราฟ BTC/USD ในหนึ่งวันที่ผ่านมา ( ที่มา : Coingecko )  ขณะที่ราคาของ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 1% มาอยู่ที่ระดับ 95,451 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และปัจจุบันได้ปรับตัวลดลง 12% จากระดับสูงสุดของปีที่ 108,786 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2024 ตามข้อมูลจาก CoinGecko  HK Asia Holdings Limited ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 93% ภายในเวลาเพียงหนึ่งวันจากการซื้อ Bitcoin

2025-02-24Bitcoin

Bitcoin ETF ในสหรัฐเผชิญกระแสเงินไหลออก $1.14 พันล้านในสองสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐจีน- CryptoSiam

การลงทุนBitcoin ETF ในสหรัฐเผชิญกระแสเงินไหลออก $1.14 พันล้านในสองสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐจีนกองทุน Spot ETF Bitcoin ในสหรัฐฯ เผชิญกระแสเงินไหลออกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน  กองทุน Spot ETF Bitcoin ในสหรัฐฯ เผชิญกระแสเงินไหลออกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน  ข้อมูลจาก Sosovalue ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีมูลค่าการไหลออกสุทธิมากกว่า $1.14 พันล้าน ในช่วงสองสัปดาห์ ก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีการไหลออกของเงินทุนมากที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเหล่านี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2024  การขายออกในครั้งนี้มีมูลค่าสูงกว่าการไหลออกสุทธิครั้งก่อนในช่วงสองสัปดาห์ก่อนวันที่ 21 มิถุนายน 2024 ซึ่งอยู่ที่ $1.12 พันล้าน โดยในขณะนั้น Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $64,000  ยอดเงินไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) รายสัปดาห์ของกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายจนถึงปัจจุบัน ( ที่มา : Sosovalue )  Marcin Kazmierczak ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ RedStone บริษัทที่ให้บริการ Oracle บนบล็อกเชน กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของเงินทุนใน ETF เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญต่อมุมมองของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ทั่วโลกที่มีต่อ Bitcoin อย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่าควรมองแนวโน้มในระยะยาวมากกว่าการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น  “ETF มักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนระยะยาว ดังนั้นการวิเคราะห์กระแสเงินไหลเข้าและออกในช่วงหกเดือนหรือหนึ่งปีจะทำให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น” Kazmierczak กล่าว เมื่อพิจารณาภาพรวมในระยะยาว เขาชี้ว่ากระแสเงินไหลเข้าสุทธิยังคงเป็นบวก แม้จะมีการขายออกในช่วงสั้นๆ  ปัจจัยกดดัน สงครามการค้าและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ  นักวิเคราะห์มองว่าการเทขายครั้งนี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากที่มีการประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าใหม่ นักลงทุนยังรอการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และประธานาธิบดีจีน Xi Jinping ซึ่งคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้า แต่ยังไม่มีการกำหนดช่วงเวลาการประชุมที่ชัดเจน  นอกจากความตึงเครียดด้านการค้าแล้ว ความคาดหวังเกี่ยวกับ อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการไหลออกของเงินทุนจาก Bitcoin ETF  Kazmierczak ยังกล่าวอีกว่า “แม้ว่าจะมีแรงขายในระยะสั้น แต่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ยังคงถือครอง Bitcoin ผ่านกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง” โดยชี้ให้เห็นว่า Abu Dhabi Sovereign Wealth Fund หรือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ Wisconsins Pension Fund หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญสำหรับพนักงานรัฐของรัฐวิสคอนซิน ยังคงถือ Bitcoin เป็นจำนวนมากผ่านกองทุน ETF แม้เผชิญกับแรงกดดันจากตลาดในช่วงที่ผ่านมา  แม้ Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ จะเผชิญกระแสเงินไหลออกมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่แนวโน้มในระยะยาวยังคงเป็นบวก โดยนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ยังคงถือครองสินทรัพย์นี้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดยังคงจับตาความเคลื่อนไหวด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ Bitcoin ในระยะต่อไป

2025-02-24Bitcoin
1
...
1719
...
1000