สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

Ethereum รายได้ร่วง 44% ในเดือนสิงหาคม แม้ราคา ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Ethereum รายได้ร่วง 44% ในเดือนสิงหาคม แม้ราคา ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่รายได้จากเครือข่าย Ethereum ลดลง 44% เหลือ 14.1 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ราคา ETH ทำจุดสูงสุดใหม่เกือบ 5,000 ดอลลาร์ จุดชนวนถกเถียงถึงความยั่งยืนของโมเดลเศรษฐกิจ Ethereum  Putawan Pulom  รายได้จากเครือข่าย Ethereum ลดลง 44% เหลือ 14.1 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ราคา ETH ทำจุดสูงสุดใหม่เกือบ 5,000 ดอลลาร์ จุดชนวนถกเถียงถึงความยั่งยืนของโมเดลเศรษฐกิจ Ethereum  แม้ราคาของ Ether (ETH) จะพุ่งขึ้นกว่า 240% ตั้งแต่เดือนเมษายน และแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 4,957 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม แต่รายได้ของเครือข่าย Ethereum ในเดือนเดียวกันกลับร่วงลงอย่างหนัก โดยตามข้อมูลจาก Token Terminal รายได้รวมเดือนสิงหาคมอยู่ที่เพียง 14.1 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนกรกฎาคมที่ 25.6 ล้านดอลลาร์ หรือหดตัวลง7ถึง 44%  นอกจากนั้น ค่าธรรมเนียมของเครือข่าย (Network Fees) ก็ลดลงเช่นกัน โดยลดลงจาก 49.6 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม เหลือเพียง 39.7 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม คิดเป็นการลดลงราว 20% ต่อเดือน ปัจจัยหลักมาจากการอัปเกรด Dencun ในเดือนมีนาคม 2024 ที่ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมของเครือข่ายเลเยอร์ 2 ซึ่งทำให้ค่าธรรมเนียมโดยรวมบน Ethereum ลดลงตามไปด้วย  รายได้รายเดือนของ Ethereum ( ที่มา : Token Terminal )  นักวิจารณ์บางรายชี้ว่า การที่ค่าธรรมเนียมและรายได้ของเครือข่ายลดลงต่อเนื่องเป็นสัญญาณของ “ปัจจัยพื้นฐานที่ไม่ยั่งยืน” ของ Ethereum ขณะที่ผู้สนับสนุนมองว่า นี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสร้างระบบการเงินแห่งอนาคตที่มีต้นทุนต่ำและขยายตัวได้จริง  Wall Street เริ่มจับตา Ethereum  ท่ามกลางข้อถกเถียง Ethereum ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากสถาบันการเงิน โดยปี 2025 ถือเป็นช่วงเวลาที่หลายบริษัทมหาชนและกองทุนสถาบันเริ่มหันมาใช้ ETH ในฐานะสินทรัพย์สำรอง (Treasury Asset) และแสดงความสนใจในการทำ Staking เพื่อสร้างผลตอบแทน  บริษัทประชาสัมพันธ์ Etherealize ประกาศว่าได้ระดมทุนถึง 40 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน เพื่อผลักดันการยอมรับ Ethereum ในกลุ่มบริษัทมหาชน ขณะที่ Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Bitwise อธิบายว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มเข้าใจแล้วว่า ETH ก็สามารถสร้างรายได้แบบ “บริษัทที่มีผลกำไร” ได้เช่นกัน  “ถ้าคุณนำ ETH มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ไป Stake ในเครือข่าย คุณจะเริ่มสร้างผลตอบแทนได้ทันที และนั่นคือสิ่งที่นักลงทุนคุ้นเคยจากบริษัทดั้งเดิม” Hougan กล่าว  แม้รายได้และค่าธรรมเนียมเครือข่ายจะลดลง แต่การที่สถาบันเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอาจเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ที่ช่วยให้ Ethereum ยังคงยืนหยัดในฐานะเสาหลักของโลกการเงินดิจิทัลในอนาคต  อ้างอิง : Cointelegraph  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

2025-09-08Defi

กองทุน Ether ETF เจอแรงขายต่อเนื่อง 4 วันติด ไหลออกกว่า $787 ล้าน แต่นักเทรดยังมั่นใจ “จะกลับมาไหลเข้าอีก”- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่กองทุน Ether ETF เจอแรงขายต่อเนื่อง 4 วันติด ไหลออกกว่า $787 ล้าน แต่นักเทรดยังมั่นใจ “จะกลับมาไหลเข้าอีก”กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายติดต่อกันเป็นสัปดาห์แรก หลังจากเดือนสิงหาคมทำผลงานดึงเม็ดเงินไหลเข้าถึง 3.87 พันล้านดอลลาร์  Putawan Pulom  กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายติดต่อกันเป็นสัปดาห์แรก หลังจากเดือนสิงหาคมทำผลงานดึงเม็ดเงินไหลเข้าถึง 3.87 พันล้านดอลลาร์  ข้อมูลจาก Farside ระบุว่า ในสัปดาห์ที่เพิ่งสิ้นสุดลง กองทุน Ether ETF มีเงินไหลออกสุทธิรวม 787.6 ล้านดอลลาร์ โดยเพียงวันศุกร์วันเดียวก็มีการไถ่ถอนสูงถึง 446.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Bitcoin ETF กลับตรงข้าม มีเงินไหลเข้าสุทธิ 250.3 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน  นักลงทุนยังคาดหวังเงินทุนกลับมา  แม้จะเจอแรงขายต่อเนื่อง แต่เทรดเดอร์คริปโตที่รู้จักกันในชื่อ Ted มองว่า กระแสเงินลงทุนจะกลับมาอีกครั้งหากราคา ETH ยังต้องการปรับตัวขึ้นต่อ  ราคาของ Ether ล่าสุดอยู่ที่ 4,301 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 2.9% ในรอบสัปดาห์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ขณะที่ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ยังคงแสดงค่า “Neutral” บ่งชี้ว่านักลงทุนยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง  Ether ขยับขึ้นส 16.35% ภายในระยะ 1 เดือนทีผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )ผู้เชี่ยวชาญยังคงมั่นใจเป้า $60,000  ด้าน Tom Lee ประธาน BitMine ยังคงย้ำเป้าระยะยาวว่า ETH อาจไปได้ถึง $60,000 โดยเปรียบว่าความสนใจจากวอลล์สตรีทต่อ Ethereum อาจกำลังกลายเป็นเหมือนปี 1971 ที่เปลี่ยนโฉมการเงินโลกไปตลอดกาล  ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก StrategicETHReserve ชี้ว่า บริษัทที่ถือ ETH ในลักษณะ Treasury ปัจจุบันถือครองเหรียญรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 1.549 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็น 2.97% ของเหรียญทั้งหมดในระบบ โดยบริษัท BitMine ถือครองมากที่สุดกว่า 8.04 พันล้านดอลลาร์  นอกจากนี้ แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Santiment ยังเปิดเผยว่า กลุ่มวาฬ ETH (กระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–100,000 ETH) ได้เพิ่มการสะสมเหรียญขึ้นกว่า 14% ในรอบ 5 เดือน หลังจาก ETH ลงไปทำจุดต่ำสุดรายปีในเดือนเมษายน  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  ข่าวการลงทุนการลงทุนนักลงทุนสถาบันนักลงทุนรายใหญ่นักลงทุนลงทุนขุดเหมืองคริปโตกลยุทธ์การลงทุนEthereum ETFEther ETFEtheruemEthereum Futuresข่าว eth

2025-09-06อุตสาหกรรม

วาฬ ETH เก็บสะสมเพิ่ม 14% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดเดือนเมษายน นักวิเคราะห์บางรายเชื่อเป้าหมาย $15,000 ปีนี้ยังเป็นไปได้- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่วาฬ ETH เก็บสะสมเพิ่ม 14% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดเดือนเมษายน นักวิเคราะห์บางรายเชื่อเป้าหมาย $15,000 ปีนี้ยังเป็นไปได้วาฬ Ethereum สะสมเพิ่มขึ้นกว่า 14% นับตั้งแต่เดือนเมษายน หนุนความเชื่อมั่นว่าราคาอาจไปแตะ $15,000 ภายในสิ้นปี แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนว่ากระแสเงินทุนอาจไหลกลับไปที่ Bitcoin  Putawan Pulom  วาฬ Ethereum สะสมเพิ่มขึ้นกว่า 14% นับตั้งแต่เดือนเมษายน หนุนความเชื่อมั่นว่าราคาอาจไปแตะ $15,000 ภายในสิ้นปี แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนว่ากระแสเงินทุนอาจไหลกลับไปที่ Bitcoin  Ethereum (ETH) กำลังได้รับแรงหนุนจากการเคลื่อนไหวของวาฬ หลังข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ Santiment พบว่า วาฬ ETH (กระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–100,000 ETH) เพิ่มการสะสมเหรียญขึ้นถึง 14% นับตั้งแต่ระดับราคาต่ำสุดในรอบปีที่ $1,472 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา  ขณะนี้ ETH ซื้อขายอยู่ที่ $4,400 เพิ่มขึ้นเกือบ 200% จากจุดต่ำสุดเมื่อต้นปี ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าการสะสมต่อเนื่องของวาฬคือสัญญาณความเชื่อมั่นระยะยาว  วาฬบางรายพลาดจังหวะ แต่กระแสสะสมยังแข็งแรง  แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าซื้อเพิ่ม แต่ก็มีวาฬบางรายที่ขายออกใกล้จุดต่ำสุด ก่อนต้องกลับมาซื้อคืนที่ราคาสูงกว่าเดิม ตัวอย่างเช่นกระเป๋าหนึ่งที่ขาย 2,522 ETH ไปเมื่อราคาอยู่ราว $1,570 ในเดือนเมษายน ก่อนจะกลับมาซื้อ 1,425 ETH ในเดือนพฤษภาคมที่ระดับราคาที่แพงขึ้น  วาฬ Ether เก็บสะสมเพิ่มกว่า 5.54 ล้าน ETH นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ( ที่มา : Santiment )  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาคือ กระแสเงินทุนจากกองทุน ETF และบริษัทที่กำลังจัดตั้ง “ETH Treasury” ซึ่งเริ่มเข้าซื้อครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ปัจจุบันสองบริษัทที่ถือครอง ETH มากที่สุดคือ BitMine (ถือครองมูลค่า $8.22 พันล้าน) และ Sharplink Gaming (ถือครอง $3.69 พันล้าน) รวมกันแล้วถือครองเกือบ 3% ของอุปทานทั้งหมด  เป้าหมาย $15,000 ภายในสิ้นปี?  การกลับมายืนเหนือจุดสูงสุดของปี 2021 ที่ระดับ $4,878 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ได้สร้างความมั่นใจใหม่ให้กับนักลงทุน โดย Sean Farrell หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ Fundstrat ประเมินว่า ETH อาจไปถึง $12,000–$15,000 ได้ภายในสิ้นปีนี้ หากกระแสสะสมจากวาฬและสถาบันยังคงดำเนินต่อ  แต่ก็มีมุมมองตรงข้ามเช่นกัน นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าในที่สุดความสนใจหลักจะกลับไปที่ Bitcoin อีกครั้ง โดยข้อมูลจาก Arkham ชี้ว่า เมื่อไม่นานมานี้กองทุน ETF พบการไหลออกของ ETH มูลค่า $135 ล้าน แต่กลับพบการไหลเข้าใน BTC มูลค่า $332 ล้าน แทน  แม้การสะสมเหรียญของวาฬจะส่งสัญญาณบวกต่อ Ethereum แต่ตลาดยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเงินทุนสถาบันอาจหันกลับไปโฟกัสที่ Bitcoin อีกครั้ง  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  Ethereum ETFEther ETFEtheruemEthereum FuturesEthereum Blockchainข่าว ethEthereum Networkเหรียญ ethลงทุน ethทิศทาง eth  ข่าวต่อไป

2025-09-04Ethereum

Eric Trump มั่นใจ “Bitcoin แตะ $1 ล้านแน่” แต่ย้ำว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Eric Trump มั่นใจ “Bitcoin แตะ $1 ล้านแน่” แต่ย้ำว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจEric Trump มั่นใจว่า Bitcoin จะทะยานแตะ 1 ล้านดอลลาร์ในไม่กี่ปี แม้ตลาดยังอยู่ช่วงเริ่มต้นและคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของเงินดิจิทัล  Putawan Pulom  Eric Trump มั่นใจว่า Bitcoin จะทะยานแตะ 1 ล้านดอลลาร์ในไม่กี่ปี แม้ตลาดยังอยู่ช่วงเริ่มต้นและคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของเงินดิจิทัล  Eric Trump บุตรชายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทขุด Bitcoin American Bitcoin (ABTC) ประกาศอย่างมั่นใจบนเวทีงาน Bitcoin 2025 Asia ที่ฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า “ไม่มีข้อสงสัยเลย” ที่ราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ 1 ล้านดอลลาร์ ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า  เขาชี้ว่า ความต้องการ Bitcoin จาก ประเทศมหาอำนาจ บริษัท Fortune 500 รวมถึงตระกูลใหญ่ และบริษัทยักษ์ระดับโลก กำลังเพิ่มมากขึ้น และกำลังซื้อเหล่านี้จะเป็นแรงขับสำคัญที่จะดันราคาไปถึงระดับสูงสุดที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน  “ทุกคนอยากได้ Bitcoin ทุกคนกำลังซื้อ Bitcoin … และนั่นคือเหตุผลที่ผมเชื่อเสมอว่า ภายในไม่กี่ปีนี้ Bitcoin จะไปแตะ 1 ล้านดอลลาร์อย่างแน่นอน” เขากล่าว  Eric Trump กล่าวปราศรัยในงานประชุม Bitcoin Asia 2025 ( ที่มา : South China Morning Post, Bitcoin Magazine )  อย่างไรก็ตาม เขายังมองว่า การยอมรับ Bitcoin ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่ในตลาดการเงินยังไม่เข้าใจถึงคุณค่าของ “เงินดิจิทัล” และอนาคตของระบบการเงินชนิดใหม่นี้  ABTC เดินหน้าควบรวม Gryphon เตรียมจดทะเบียนใน Nasdaq  ขณะเดียวกัน ผู้ถือหุ้นของบริษัทขุด Bitcoin สัญชาติอเมริกัน Gryphon Digital Mining ได้อนุมัติการควบรวมกิจการแบบ Reverse Merger หรือการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว เพื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนได้โดยตรง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและนำหุ้นกลับเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อ ABTC ภายในเดือนกันยายนนี้  หุ้นของ Gryphon พุ่งขึ้นกว่า 231% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 เมื่อดีลถูกประกาศครั้งแรก และยังดีดตัวแรงอีก 42% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางความคาดหวังต่อการควบรวม  ราคายังผันผวนระยะสั้น แต่เป้าหมายระยะยาวยังสดใส  อย่างไรก็ตาม ขณะที่ข่าวบวกด้านสถาบันและธุรกิจขุด Bitcoin กำลังสร้างความเชื่อมั่น ราคาของ Bitcoin กลับเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น โดยล่าสุดได้ ปรับฐานลงราว 13% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 124,500 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม และร่วงลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันเพิ่มเติมในระยะสั้น  แต่บรรดานักวิเคราะห์และผู้บริหารในวงการยังคงเชื่อว่า ทิศทางระยะยาวของ Bitcoin ยังคงมุ่งสู่ระดับที่สูงกว่าเดิม ตามที่ Eric Trump ย้ำว่า “1 ล้านดอลลาร์ไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นเพียงเรื่องของเวลา”  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  Donald Trumpสนับสนุน BitcoinbitcoinpoliticianBitcoin priceBitcoin FundBitcoin Dominanceราคา bitcoinBitcoinBitcoin ETFข่าว Bitcoin

2025-08-31อุตสาหกรรม

รายได้ของเครือข่าย Solana ดิ่งลงถึง 93% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม หลังฟองสบู่ Memecoin แตก- CryptoSiam

Solanaรายได้ของเครือข่าย Solana ดิ่งลงถึง 93% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม หลังฟองสบู่ Memecoin แตกรายได้รายสัปดาห์ของเครือข่าย Solana ลดลงเหลือเพียง 4 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับสูงสุด 55 ล้านดอลลาร์ช่วงกระแส Memecoin พุ่งแรงในเดือนมกราคม  Putawan Pulom  รายได้รายสัปดาห์ของเครือข่าย Solana ลดลงเหลือเพียง 4 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับสูงสุด 55 ล้านดอลลาร์ช่วงกระแส Memecoin พุ่งแรงในเดือนมกราคม  รายได้เครือข่ายและมูลค่ารวมที่ถูกล็อก (TVL) บนบล็อกเชน Solana ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา หลังจากความนิยมใน Memecoin ลดลงอย่างต่อเนื่อง  ข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่า รายได้รายสัปดาห์ของ Solana เคยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 55.3 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนมกราคม แต่ล่าสุดกลับลดลงกว่า 93% เหลือเพียง 4 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับเดือนกันยายนปีที่แล้ว  ไม่เพียงแค่รายได้เครือข่ายที่ร่วงลงเท่านั้น รายได้จากแอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (DApp) บน Solana ก็ทรุดหนักเช่นกัน โดยลดลงจาก 238 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เหลือเพียง 32 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด  ขณะเดียวกัน มูลค่ารวมที่ถูกล็อก (TVL) ในระบบ DeFi บนเครือข่ายของ Solana ก็ลดลงเกือบ 50% จากระดับสูงสุดที่ 12 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เหลือเพียง 6.4 พันล้านดอลลาร์  รายได้รายสัปดาห์และมูลค่ารวมที่ล็อคไว้ (TVL) บนเครือข่ายของ Solana ( ที่มา : DefiLlama )Pump.fun ครองส่วนแบ่งรายได้หลักของ Solana แต่กระแส Memecoin กลับซบเซา  รายงานจาก VanEck เมื่อวันที่ 5 มีนาคมยังระบุอีกว่า รายได้หลักของเครือข่าย Solana ส่วนใหญ่มาจากการซื้อขาย Memecoin บนแพลตฟอร์ม Pump.fun ซึ่งเคยทำรายได้สูงสุดถึง 15 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในช่วงปลายเดือนมกราคม  อย่างไรก็ตาม รายได้ในปัจจุบันกลับมีมูลค่าลดลงกว่า 95% เหลือเพียง 800,000 ดอลลาร์ในวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาตามข้อมูลจาก Dune Analytics  ฟองสบู่ของตลาด Memecoin ได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเมื่อ Donald Trump เปิดตัวเหรียญมีม TRUMP ของเขาเองเมื่อวันที่ 18 มกราคม ตามมาด้วยภรรยาของเขา Melania Trump ที่เปิดตัวเหรียญ MELANIA ในวันที่ 20 มกราคม  Bobby Ong ผู้ร่วมก่อตั้ง CoinGecko ให้ความเห็นว่า การเปิดตัวเหรียญมีมของ TRUMP และ MELANIA ได้สร้างจุดสูงสุดของตลาด Memecoin เพราะมันดึงสภาพคล่องและความสนใจไปจากเหรียญคริปโตอื่น ๆ แม้ว่าเหรียญทั้งสองจะพุ่งขึ้นทันทีหลังจากการเปิดตัว แต่สุดท้ายก็ถูกเทขายอย่างหนัก TRUMP ลดลง 86% จากจุดสูงสุด ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 10.50 ดอลลาร์ ขณะที่ MELANIA ก็ปรับตัวลดลงถึง 95% ภายในเจ็ดสัปดาห์ เหลือเพียง 0.71 ดอลลาร์  นอกจากนี้ มูลค่าตลาดรวมของ Memecoin ทั้งหมดก็ลดลงเช่นเดียวกัน จากระดับสูงสุดที่ 1.37 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม ร่วงลง 68% เหลือเพียง 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap  มูลค่าตลาดรวมของเหรียญมีมทั้งหมด ( ที่มา : CoinMarketCap )ราคาของ SOL ร่วงหนักตาม Memecoin  กระแสที่ซบเซาของตลาด Memecoin ส่งผลให้ราคาของ SOL ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยร่วงลงถึง 58% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 293 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม และลดลงอีก 3.7% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยล่าสุดมีราคาซื้อขายที่ 123.46 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดยังคงจับตาดูว่า Solana จะสามารถฟื้นตัวจากภาวะซบเซานี้ได้หรือไม่ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงในตลาดคริปโต  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร

2025-08-22Defi

ค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนการใช้งานที่ซบเซา- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนการใช้งานที่ซบเซาค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากปริมาณผู้ใช้งานและการใช้สมาร์ตคอนแทรกต์ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Santiment  Putawan Pulom  ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากปริมาณผู้ใช้งานและการใช้สมาร์ตคอนแทรกต์ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Santiment  ( ที่มา : Santiment )  แม้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำลงอาจยังไม่ใช่สัญญาณของการฟื้นตัวของราคา Quinlivan มองว่า เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในโหมดรอดูท่าทีของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ก่อนจะตัดสินใจถือครอง Ether และเหรียญอื่นๆ เพิ่มเติม  สภาวะตลาดซบเซาในสินทรัพย์ทั้งแบบดั้งเดิมและดิจิทัลเริ่มต้นขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 2 เมษายน แม้จะมีการยกเว้นภาษีเป็นเวลา 90 วันสำหรับประเทศส่วนใหญ่ แต่สินทรัพย์หลายประเภทรวมไปถึง Ethereum ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปแตะระดับเดิมก่อนการประกาศได้  ราคา ETH ลดลงมากกว่า 12.5% ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา และปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1,600 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko  “เราสังเกตเห็นความอ่อนไหวที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนต่อข่าวเกี่ยวกับ Ethereum และเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งเป็นผลมาจากราคาที่เริ่มเคลื่อนไหวใกล้แนวรับระยะยาว” Quinlivan กล่าว พร้อมเสริมว่า “ยิ่งนักลงทุนรายย่อยถอยออกจากสินทรัพย์ที่ยังมีพัฒนาการทางเทคโนโลยี โอกาสที่จะเกิดการกลับตัวแบบไม่ทันตั้งตัวก็ยิ่งมีมากขึ้น”  เตรียมอัปเกรด Pectra เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  Ethereum กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเกรดครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า Pectra ซึ่งมีกำหนดเปิดใช้งานบนเครือข่ายหลักในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ หลังจากเผชิญความล่าช้าจากปัญหาของระบบและการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีระหว่างการเปิดใช้งานบนเครือข่ายทดสอบ Holesky และ Sepolia  เฟสแรกของการอัปเกรดจะเพิ่มความจุของ blob บนเลเยอร์ 2 จาก 3 เป็น 6 หน่วย ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมและความแออัดบนเครือข่าย อีกทั้งยังเปิดให้สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย Stablecoin อย่าง USDC และ DAI ได้ นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มขีดจำกัดการ Staking จาก 32 ETH เป็น 2,048 ETH  เฟสที่สองของ Pectra คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2025 หรือต้นปี 2026 ซึ่งจะมีการนำเสนอโครงสร้างของข้อมูลใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ และระบบใหม่ที่ช่วยให้โหนดสามารถยืนยันข้อมูลธุรกรรมได้โดยไม่จำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด  การอัปเกรด Pectra ถือเป็นการสานต่อจากการอัปเกรด Dencun ที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมอย่างมีนัยสำคัญบนเครือข่ายเลเยอร์ 2 และปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐศาสตร์ของ Ethereum Rollups  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2025-08-22Defi

ราคาของ Ether ต้องทะลุ $2,800 เพื่อเข้าสู่ขาขึ้น นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหนุนแน่นทั้งด้านเทคนิคและพื้นฐาน- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ราคาของ Ether ต้องทะลุ $2,800 เพื่อเข้าสู่ขาขึ้น นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหนุนแน่นทั้งด้านเทคนิคและพื้นฐานปริมาณเหรียญที่สามารถซื้อขายได้ลดลง พร้อมแรงหนุนจากกองทุน ETF และตัวชี้วัดทางเทคนิค บ่งชี้ว่า Ether อาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น หากสามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ $2,800 ได้  Putawan Pulom  ปริมาณเหรียญที่สามารถซื้อขายได้ลดลง พร้อมแรงหนุนจากกองทุน ETF และตัวชี้วัดทางเทคนิค บ่งชี้ว่า Ether อาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น หากสามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ $2,800 ได้  ราคา Ether ขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 4 เดือนที่ $2,880 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ก่อนจะกลับลงมาอยู่ที่ราว $2,550 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ระดับ $2,800 ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องเปลี่ยนให้กลายเป็นแนวรับ หากต้องการจุดชนวนการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง  นักวิเคราะห์ชื่อดังในวงการคริปโต Daan Crypto Trades โพสต์บน X เมื่อวันจันทร์ว่า “ราคากำลังบีบตัวอยู่ใต้ระดับ $2.8K ซึ่งถือเป็นแนวต้านหลัก หากราคาพุ่งทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคง นั่นจะเป็นสัญญาณที่ดีในการเคลื่อนไหวขึ้นไปยังจุดสูงสุดของรอบตลาดในครั้งนี้ ที่ประมาณ $4,000”  กราฟราคา Ethereum ต่อดอลลาร์สหรัฐ ในกรอบเวลา 2 วัน ( ที่มา : Daan Crypto Trade )  นักวิเคราะห์อีกคนอย่าง Jelle ก็เห็นตรงกัน โดยชี้ว่าโครงสร้างราคาที่บีบตัวเช่นนี้มักลงเอยด้วย “การเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงและชัดเจน”  ปัจจัยบวกหนุนราคา Ethereum  หนึ่งในแรงหนุนสำคัญคือกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน Spot Ether ETF ที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะหยุดสถิติการไหลเข้า 19 วันติดต่อกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ก็กลับมาฟื้นตัวในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยเงินไหลเข้าสามวันติดต่อกัน รวมถึงกว่า $19 ล้านในวันพุธที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า สองสัปดาห์ล่าสุด Spot Ether ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมกว่า $861.3 ล้าน  ขณะเดียวกัน จำนวน ETH ที่ถูกนำไป Stake ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 เหรียญในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ยอดรวม ETH ที่ถูกล็อกไว้พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่กว่า 35 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นในระยะยาว และทำให้เหรียญที่อยู่ในตลาดลดลง ส่งผลให้เหรียญอาจเกิดความขาดแคลน และส่งผลบวกต่อราคา  จำนวนรวมของ Ether ทั้งหมดที่ถูกนำไป Stake ( ที่มา : CryptoQuant )  นอกจากนี้ ที่อยู่กระเป๋าที่สะสม Ether โดยไม่มีประวัติการขายออก (Accumulation Addresses) ก็เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยถือครองรวมกันกว่า 22.8 ล้าน ETH หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ $58,000 ล้าน  นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant อย่าง OnChainSchool ให้ความเห็นว่า “การเพิ่มขึ้นของทั้งการ Stake และการสะสมเหรียญ บ่งชี้ว่า Ethereum เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในแง่พื้นฐานและความเชื่อมั่นของนักลงทุน”  เทรนด์ไลน์สำคัญกับโอกาสพุ่งทะลุ  ข้อมูลจาก TradingView ชี้ว่า ขณะนี้ราคาของ ETH กำลังแกว่งตัวอยู่ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (SMA) ที่ $2,600 ซึ่งเป็นแนวต้าน และเส้น SMA 50 วันที่ $2,450 ซึ่งเป็นแนวรับ หากราคาสามารถฝ่าแนวต้าน SMA 200 วันได้ ก็อาจเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องสู่ระดับ $3,000 และสูงกว่า  กราฟราคา Ethereum ในกรอบเวลารายวัน ( ที่มา : TradingView )  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2025-08-22Defi

เพิ่งเริ่มต้น! รายงานชี้ Bitcoin ยังเข้าถึงเพียง 4% ของประชากรโลก พร้อมเติบโตได้อีกไกล- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่เพิ่งเริ่มต้น! รายงานชี้ Bitcoin ยังเข้าถึงเพียง 4% ของประชากรโลก พร้อมเติบโตได้อีกไกลแม้ความนิยมของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ถือครองยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต  แม้ความนิยมของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ถือครองยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต  รายงานวิจัยจาก River บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการให้บริการเกี่ยวกับ Bitcoin ระบุว่า ปัจจุบันมีเพียง 4% ของประชากรโลกที่ถือครอง Bitcoin โดย สหรัฐอเมริกามีอัตราการถือครองสูงที่สุดที่ 14% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ  อเมริกาเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีการยอมรับ Bitcoin มากที่สุด ทั้งในระดับบุคคลและสถาบัน ขณะที่ แอฟริกามีอัตราการถือครองต่ำสุดเพียง 1.6% ของประชากรทั้งหมด  โดยรวมแล้ว การยอมรับ Bitcoin มีแนวโน้มสูงกว่าในประเทศพัฒนาแล้ว เมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนา  River ยังได้ประเมินว่า Bitcoin เพิ่งถูกใช้งานไปเพียง 3% ของศักยภาพสูงสุดที่ประชากรทั้งหมดบนโลกสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งบ่งชี้ว่า สินทรัพย์ดิจิทัลนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการยอมรับในระดับโลก  อัตราการยอมรับ (หรือการนำไปใช้) ของ Bitcoin เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในอดีต ( ที่มา : River )Bitcoin ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น  Bitcoin ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยข้อมูลจาก River ระบุว่าปัจจุบัน Bitcoin ถูกเข้าถึงเพียง 3% ของศักยภาพการยอมรับสูงสุด การคำนวณนี้อ้างอิงจากขนาดมูลค่าตลาดที่สามารถเข้าถึงได้ (Total Addressable Market - TAM) ซึ่งครอบคลุมทั้งรัฐบาล บริษัท และสถาบันการเงินทั่วโลก ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน Bitcoin ถูกนำไปใช้เพียง 1% ของ TAM เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตที่มีอยู่อย่างมหาศาลในตลาดสกุลเงินดิจิทัล  นอกจากนี้ บริษัทยังคำนึงถึง สัดส่วนการจัดสรร Bitcoin ของสถาบันการเงินที่ยังต่ำกว่ามาตรฐาน รวมถึงอัตราการถือครองของบุคคลทั่วไป  ประมาณการถือครอง Bitcoin ของประชากรในแต่ละภูมิภาค ( ที่มา : River )  แม้ว่า Bitcoin จะเดินทางมาไกลจากยุค Cypherpunk ในช่วงแรก และได้รับการยอมรับให้เป็น สินทรัพย์สำรองของรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว แต่ก็ยังมี อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการยอมรับในวงกว้าง  อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้ Bitcoin ยังไม่ถูกใช้ในวงกว้าง?  Bitcoin ยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีและการเงิน ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นหัวข้อที่ซับซ้อนในตัวเอง และยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อนำมารวมกันการขาดความรู้ด้านการเงินและเทคโนโลยี หนึ่งในปัญหาหลักของการยอมรับ Bitcoin ในวงกว้างคือ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล หลายคนยังมองว่า Bitcoin คือแชร์ลูกโซ่ หรือ Ponzi Scheme ทำให้เกิดความลังเลในการลงทุนBitcoin มีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ ดึงดูดนักเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาสู่ตลาด แต่นั่นก็เป็น อุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Bitcoin เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บมูลค่าในระยะยาวผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนา ประชาชนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มักหันไปใช้ Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่า Bitcoin เพราะมีค่าธรรมเนียมต่ำและมีเสถียรภาพที่มากกว่ารายงานปี 2023 ของ Chainalysis เปิดเผยว่า Stablecoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าการทำธุรกรรมสูงที่สุดในประเทศแถบละตินอเมริกา ( ที่มา: Chainalysis )Stablecoin ถูกใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจของดอลลาร์สหรัฐฯ  ในการประชุม White House Crypto Summit เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา Scott Bessent รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือรักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ และปกป้องดอลลาร์ในสถานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก  การเคลื่อนไหวนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ Bitcoin จะได้รับการยอมรับที่เพิ่มขึ้น แต่ Stablecoin อาจเป็นทางเลือกที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าสามารถควบคุมได้มากกว่า  อ่าน : รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมใช้ Stablecoin รักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ในระดับโลก  แม้ว่า Bitcoin จะยังไม่ถูกใช้ในวงกว้าง แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อความรู้ทางการเงินและเทคโนโลยีของผู้คนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

2025-03-10Bitcoin

รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมใช้ Stablecoin รักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ในระดับโลก- CryptoSiam

???????? United Statesรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมใช้ Stablecoin รักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ในระดับโลกDonald Trump และ Scott Bessent เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับ Stablecoin พร้อมยืนยันแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล  Donald Trump และ Scott Bessent เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับ Stablecoin พร้อมยืนยันแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล  Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนใช้ Stablecoin เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองโลก โดยแถลงการณ์นี้มีขึ้นในงานประชุม White House Crypto Summit เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา  Bessent ยังตอกย้ำจุดยืนของรัฐบาล Trump ในการยุติ “สงครามกับคริปโต” พร้อมให้คำมั่นว่าจะยกเลิกข้อกำหนดที่เป็นภาระจาก แนวทางและข้อกำหนดของกรมสรรพากร และมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดเกินไป  “เราจะให้ความสำคัญกับระบบ Stablecoin อย่างเต็มที่ และตามคำสั่งของ ประธานาธิบดี Trump เราจะทำให้ดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็น สกุลเงินสำรองหลักของโลก และเราจะใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำเช่นนั้น” Bessent กล่าว  Trump ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผลักดันกฎหมายควบคุม Stablecoin ฉบับสมบูรณ์ให้แล้วเสร็จ ก่อนช่วงปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคม  ภาพในงาน White House Crypto Summit ( ที่มา : NY1 )  นอกจากนี้ Trump ยังได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ Biden กรณีขาย Bitcoin ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดมาได้เร็วเกินไป ซึ่งเขามองว่า เป็นความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์จากการขายก่อนเวลาอันควร  บรรดาผู้เข้าร่วม White House Crypto Summit ต่างมองว่าการประชุมในครั้งนี้เป็น เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล  Stablecoin อาวุธใหม่ของดอลลาร์สหรัฐ  Stablecoin ที่ได้รับการสนับสนุนโดย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และเงินฝากธนาคาร ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วย ขับเคลื่อนความต้องการในตราสารหนี้ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับดอลลาร์  Christopher Waller ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นอีกหนึ่งผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยเขาระบุในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ว่า Stablecoin สามารถช่วยลดผลกระทบจากคริปโตเคอร์เรนซีที่อาจกัดกร่อนอิทธิพลของดอลลาร์สหรัฐได้  ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Waller ได้เน้นย้ำว่า Stablecoin สามารถช่วยรักษาสถานะของดอลลาร์ ในฐานะ สกุลเงินสำรองระดับโลก โดยช่วยให้สหรัฐฯ ก้าวข้ามข้อจำกัดทางการเงินในบางประเทศ และพัฒนาระบบการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้  เพื่อสนับสนุนแนวทางนี้ สมาชิกสภาคองเกรส French Hill และ Bryan Steil ได้เสนอ “Stable Act of 2025” ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่มุ่งกำหนด กรอบกำกับดูแล Stablecoin อย่างครอบคลุม  รัฐบาล Trump ดัน Stablecoin เป็นอาวุธรักษาอิทธิพลของดอลลาร์  ท่าทีของรัฐบาล Trump ต่อ Stablecoin ถือเป็น การเปลี่ยนจุดยืนครั้งสำคัญของสหรัฐฯ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมองว่า Stablecoin จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์  นโยบายนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Fed และกำลังได้รับการผลักดันผ่านร่างกฎหมาย Stable Act of 2025 ซึ่งหากผ่านการอนุมัติ จะช่วยให้ Stablecoin มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน และอาจกลายเป็น รากฐานใหม่ของระบบการเงินดิจิทัลที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ  การดำเนินนโยบายเช่นนี้อาจเปลี่ยนโฉมตลาด Stablecoin ทั่วโลก และทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นศูนย์กลางของสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

2025-03-08Bitcoin

ผู้ก่อตั้ง Swan Bitcoin เผย! มีโอกาสมากกว่า 50% ที่ Bitcoin จะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนเดือนมิถุนายนนี้- CryptoSiam

การลงทุนผู้ก่อตั้ง Swan Bitcoin เผย! มีโอกาสมากกว่า 50% ที่ Bitcoin จะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนเดือนมิถุนายนนี้Cory Klippsten CEO ของ Swan Bitcoin วิเคราะห์ว่าตลาดคริปโตกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานตามปกติ โดยมองว่าการพักตัวในปัจจุบันจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และไม่น่าจะนำไปสู่ภาวะซบเซาหรือการเคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์ในระยะยาว  Cory Klippsten CEO ของ Swan Bitcoin วิเคราะห์ว่าตลาดคริปโตกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานตามปกติ โดยมองว่าการพักตัวในปัจจุบันจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และไม่น่าจะนำไปสู่ภาวะซบเซาหรือการเคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์ในระยะยาว  Cory Klippsten ผู้ก่อตั้งและ CEO คนปัจจุบันของ Swan Bitcoin แพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญด้านบริการ Bitcoin มองว่า มีโอกาสสูงกว่า 50% ที่ราคาจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ แต่ตลาดจำเป็นต้องปรับตัวต่อปัจจัยระดับโลกที่ยังคงผันผวนในปัจจุบัน  “ตลาดยังต้องซึมซับแรงกดดันจาก นโยบายภาษีนำเข้า ของ Donald Trump และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ” Klippsten กล่าวกับ Cointelegraph  ตลาดจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัว  Klippsten ระบุว่า Bitcoin ที่ยังคงมีซื้อขายต่ำกว่าระดับราคา $100,000 ในขณะนี้ถือเป็น การพักฐานเพียงชั่วคราว ไม่ใช่การสิ้นสุดของตลาดกระทิง  “ตลาดยังต้องย่อยข่าวเรื่อง ภาษีนำเข้า สงครามการค้า และความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก่อนที่มันจะไปต่อได้”  ข้อมูลจาก CoinMarketCap ในปัจจุบัน ระบุว่า Bitcoin มีราคาซื้อขายอญุ่ที่ $89,087 ลดลง 2.44% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และร่วงลงเกือบ 14% ตั้งแต่ Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  กราฟ BTC/USD ในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )  แม้ว่าราคา Bitcoin จะยังคงเผชิญกับความผันผวนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ Klippsten เชื่อว่าการที่ราคาได้ทะลุแนวต้าน $100,000 เป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2024 ยังคงเป็นปัจจัยหนุน ซึ่งบ่งบอกว่าความต้องการจากสถาบันการเงินยังไม่ได้ลดลง  “ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Fed อาจเป็นปัจจัยรบกวนระยะสั้น แต่ในระยะยาวตลาดยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น”  “ตอนนี้ Bitcoin อยู่ใน ช่วงปรับฐาน (Consolidation Phase) แต่ผมไม่คิดว่ามันจะลากยาวไปสู่การไซด์เวย์ในระยะยาว”  ราคา Bitcoin อาจเคลื่อนไหวระหว่าง $85,000 - $95,000 ชั่วคราว  Bitcoin เคยร่วงลงไปต่ำกว่าระดับราคา $85,000 หลังจากที่ Trump ลงนามในคำสั่งบริหารจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin (Strategic Bitcoin Reserve)  อย่างไรก็ตาม ภายหลังตลาดมองว่าคำสั่งของ Trump ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากรัฐบาลเพียงแค่ยืนยันว่าจะไม่ขาย Bitcoin ที่ถือครองอยู่ โดยไม่มีการระบุ กรอบเวลาหรือจำนวนที่รัฐบาลจะซื้อเพิ่ม  หลังจากที่ราคาปรับตัวลง Timothy Peterson นักวิเคราะห์รายหนึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่าตามรูปแบบราคาในอดีต Bitcoin อาจแกว่งตัวในช่วงระดับราคา $85,000 - $95,000 เป็นระยะเวลา 6 - 12 สัปดาห์ ก่อนที่จะค่อย ๆ ไต่ระดับกลับขึ้นไปยืนเหนือ $100,000 ได้อีกครั้ง  Hunter Horsley CEO ของ Bitwise Invest ไม่ได้กังวลกับการร่วงลงของราคา Bitcoin หลังจากมีข่าว Strategic Bitcoin Reserve โดยเขาชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ที่คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นหลังจากมีข่าวการเปิดตัว Bitcoin ETF ในเดือนมกราคม 2024  “ตอน ETF เปิดตัว Bitcoin ก็ร่วงเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นก็ทำสถิติสูงสุดใหม่... เทรดเดอร์ก็แค่เทรดไปตามเกมของพวกเขา” Horsley โพสต์บน X เมื่อวันที่ 7 มีนาคม  Bitcoin ยังอยู่ในช่วงพักตัว แต่แนวโน้มขาขึ้นยังไม่จบ  แม้ว่าตลาดจะได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น นโยบายภาษีนำเข้าของ Trump และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ Cory Klippsten มองว่า โอกาสที่ Bitcoin จะทำสถิติสูงสุดใหม่ก่อนเดือนมิถุนายนยังคงมีมากกว่า 50%  ตลาดอาจต้องใช้เวลาปรับตัว Bitcoin อาจเคลื่อนไหวระหว่าง $85,000 -

2025-03-07Bitcoin
1
...
1618
...
1000