สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

สภาบราซิลเตรียมพิจารณาการจัดตั้ง คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ เช่นเดียวกันกับสหรัฐฯ และเอลซัลวาดอร์ - CryptoSiam

ข่าว Bitcoinสภาบราซิลเตรียมพิจารณาการจัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” เช่นเดียวกันกับสหรัฐฯ และเอลซัลวาดอร์ ร่างกฎหมายใหม่ในบราซิลเสนอให้มีการจัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจและรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมีกลไกการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีมาตรการควบคุมความเสี่ยง  Putawan Pulom  ร่างกฎหมายใหม่ในบราซิลเสนอให้มีการจัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจและรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมีกลไกการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีมาตรการควบคุมความเสี่ยง  สภาคองเกรสของบราซิลกำลังพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ที่เสนอให้จัดตั้ง “Sovereign Strategic Bitcoin Reserve (RESBit) ” หรือคลังสำรอง Bitcoin เชิงกลยุทธ์แห่งชาติ โดยเป็นแนวคิดที่รัฐบาลบางประเทศนำมาใช้ในการถือครอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองทางการเงินของประเทศ โดยเปรียบเสมือนทองคำที่เคยถูกใช้เป็นทุนสำรองมาก่อน  ซึ่งอาจปรับโฉมแนวทางของประเทศในการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกเสนอเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Eros Biondini มีเป้าหมายเพื่อปกป้องทุนสำรองของประเทศจากความผันผวนของค่าเงินและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงใช้เป็นหลักประกันสำหรับเงินดิจิทัลของธนาคารกลางที่กำลังจะเปิดตัวในชื่อ Real Digital (Drex)  บทบาทของทุนสำรองในระบบเศรษฐกิจ  ทุนสำรองแห่งชาติคือกลุ่มสินทรัพย์ที่ถือโดยธนาคารกลางของประเทศ ซึ่งมักใช้สนับสนุนค่าเงินประจำชาติ รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย ณ เดือนธันวาคม 2023 บราซิลมีทุนสำรองมูลค่า 355,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่หนุนโดยสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับสกุลเงินหลักทั่วโลก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  การจัดการและการดำเนินงานของ Bitcoin Reserve  ภายใต้ร่างกฎหมายดังกล่าว ทุนสำรอง Bitcoin จะเสริมสินทรัพย์การเงินที่มีอยู่ในอัตราไม่เกิน 5% ของทุนสำรองทั้งหมด ธนาคารกลางบราซิลจะยังคงบริหารจัดการสินทรัพย์เหล่านี้ผ่านระบบสาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทั้งมีคณะกรรมการที่ปรึกษาทางเทคนิคซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยคอยให้คำแนะนำ  ร่างกฎหมาย RESBit ( ที่มา : Câmara dos Deputados )อย่างจากเอลซัลวาดอร์  ร่างกฎหมายยังชี้ถึงตัวอย่างความก้าวหน้าของประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งในปี 2021 ได้นำ Bitcoin มาใช้เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายควบคู่กับดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ปัจจุบันรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ถือครอง Bitcoin เกือบ 6,000 BTC คิดเป็นมูลค่า 542 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน) โดยร่างกฎหมายที่กำลังได้รับการพิจารณาะบุว่า Bitcoin ได้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของเอลซัลวาดอร์ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับบทลงโทษในกรณีที่มีการบริหาร RESBit อย่างไม่เหมาะสมหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบ โดยผู้กระทำผิดอาจเผชิญกับบทลงโทษทางอาญา  ปัจจุบันร่างกฎหมายกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบโดยประธานสภาผู้แทนราษฎรของบราซิล และหากได้รับอนุมัติ จะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการต่างๆ เพื่ออภิปรายและพิจารณาต่อไป  พัฒนาการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของบราซิล  บราซิลมีความก้าวหน้าในการวางแนวทางเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยในเดือนมิถุนายน 2023 ประเทศได้บังคับใช้กรอบกฎหมายที่ให้อำนาจธนาคารกลางกำกับดูแลผู้ให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่เหรียญที่มีคุณสมบัติเป็นหลักทรัพย์ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของประเทศ

2024-11-27Bitcoin

Van Eck ยืนยันเป้า Bitcoin ที่ 180,000 ดอลลาร์ พร้อมเตือนถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดกำลังร้อนแรงเกินไป- CryptoSiam

การลงทุนVan Eck ยืนยันเป้า Bitcoin ที่ 180,000 ดอลลาร์ พร้อมเตือนถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดกำลังร้อนแรงเกินไปบริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก Van Eck ได้ออกมายืนยันการคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ระดับ 180,000 ดอลลาร์ ณ จุดสูงสุดของตลาดในรอบปัจจุบัน ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล  Putawan Pulom  บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก Van Eck ได้ออกมายืนยันการคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ระดับ 180,000 ดอลลาร์ ณ จุดสูงสุดของตลาดในรอบปัจจุบัน ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล  Nathan Frankovitz และ Matthew Sigel นักวิเคราะห์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของ Van Eck บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลกที่เป็นเจ้าของ VanEck Bitcoin ETF (HODL) และ VanEck Ethereum ETF (ETHV) ระบุในรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ตลาดขาขึ้นของ Crypto รอบใหม่เพิ่ง “เริ่มต้นขึ้น” เท่านั้น  ทั้งสองคาดการณ์ว่าปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากอสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ ที่เป็นมิตรมากขึ้น และความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งแตะ 180,000 ดอลลาร์สหรัฐภายในอีก 18 เดือนข้างหน้า  เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ตลาดรายอื่นๆ ทีมวิเคราะห์ของ Van Eck ระบุว่าชัยชนะในการเลือกตั้งของ Trump เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหลักที่ทำให้ราคา Bitcoin พุ่งทะยานสูงถึง 99,800 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนโยบายที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรม Crypto มากขึ้น  BTC/USD ( ที่มา : CoinMarket Cap )  ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 98,600 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ห่างเพียง 1.3% จากการทำลายสถิติที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญทางจิตวิทยาของตลาด  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ได้เตือนถึงสัญญาณ “ความร้อนแรงที่มากเกินไป” ของตลาด โดยระบุว่าตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน Bitcoin ได้เข้าสู่ “สถานะใหม่” ที่น่าจับตามอง เมื่ออัตราค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (funding rates) ในสัญญา perpetual futures พุ่งสูงเกิน 10%  “การเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ให้เห็นถึงแรงส่งที่แข็งแกร่งในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากในอดีต อัตราค่าธรรมเนียมที่สูงมักเชื่อมโยงกับราคาที่สูงขึ้นในช่วง 30 ถึง 90 วัน สะท้อนความเชื่อมั่นและความต้องการในเชิงบวกที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น” ทีมนักวิเคราะห์อธิบาย  แต่นักวิเคราะห์ก็ได้เตือนอีกว่า เมื่ออัตราค่าธรรมเนียมยังคงอยู่ในระดับสูง ตลาดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ไม่เอื้อต่อนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนในระยะยาว โดยเฉพาะในกรอบเวลา 1-2 ปี  “จากข้อมูลในอดีต การเข้าซื้อในวันที่อัตราค่าธรรมเนียม (funding rates) สูงกว่า 10% มักจะขาดทุนเมื่อถือครองนานเกินกว่า 180 วัน และแนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในช่วงการถือครอง 1 ปีและ 2 ปี” พวกเขากล่าว พร้อมแนะนำให้นักลงทุนระยะยาวระมัดระวังการเข้าซื้อในช่วงที่ตลาดกำลังได้รับความสนใจมากจนเกินไป  funding rates ที่สูงมักเชื่อมโยงกับราคาที่สูงขึ้นในช่วง 30 ถึง 90 วัน ( ที่มา : Van Eck )  นักวิเคราะห์หลายรายได้ให้ความเห็นกับ Cointelegraph ว่า Bitcoin จะมีราคาซื้อขายที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์หรือ “สูงกว่านั้น” ภายในสิ้นปี และด้วยสภาวะตลาดที่คึกคักในปัจจุบัน นักวิเคราะห์บางรายถึงกับระบุว่า Bitcoin มีโอกาสทะลุ 100,000 ดอลลาร์ได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล  การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในช่วงนี้ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกฎระเบียบในสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อทิศทางของตลาดในระยะยาว

2024-11-23Bitcoin

Bitcoin พลิกเกม! MicroStrategy กำไรพุ่งทะลุเพดาน แซงหน้า Apple, Amazon- CryptoSiam

การลงทุนBitcoin พลิกเกม! MicroStrategy กำไรพุ่งทะลุเพดาน แซงหน้า Apple, AmazonMicroStrategy สร้างปรากฏการณ์! Bitcoin พาหุ้นทะยาน 94% ในปีนี้ กำไรพุ่งสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ  Putawan Pulom  MicroStrategy สร้างปรากฏการณ์! Bitcoin พาหุ้นทะยาน 94% ในปีนี้ กำไรพุ่งสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ  บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ MicroStrategy ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุด สร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนอย่างน่าประทับใจ ด้วยการปรับตัวสูงขึ้นถึง 94% ในปี 2024 จากการที่ราคาของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 98,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  ด้วยการถือครอง Bitcoin จำนวนถึง 331,200 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ MicroStrategy มีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Gains) สูงถึง 1.551 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Dropstab  จากการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของหุ้น MSTR (MicroStrategy) พบว่า มีเพียง Nvidia เท่านั้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนเกินกว่า MicroStrategy ด้วยการปรับตัวสูงขึ้นถึง 180% ภายในปีนี้  การปรับตัวสูงขึ้นของหุ้น MicroStrategy สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินแบบดั้งเดิม และแสดงให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นที่อิงกับ Bitcoin เพิ่มมากขึ้น  กราฟมูลค่าของ Bitcoin ที่บริษัท MicroStrategy ถือครองทั้งหมด ( ที่มา : Dropstab )  ในปีนี้ ผลการดำเนินงานของ MicroStrategy ไม่เพียงแต่เหนือกว่า Bitcoin เท่านั้น แต่ยังแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยสร้างผลตอบแทนสูงกว่า Apple 21% Amazon 24% และ Tesla 6%  หุ้นของ MicroStrategy เทียบกับหุ้นของบริษัทชั้นนำในตลาด ( ที่มา : MSTR Tracker )  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงจากการที่บริษัทพึ่งพิง Bitcoin มากเกินไป หากราคาปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่าของบริษัทและราคาหุ้นอาจได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว  เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน มูลค่าตลาดของ MicroStrategy แตะระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และมีแนวโน้มจะแซงหน้า Intel ซึ่งมีมูลค่าตลาด 1.02 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  Michael Saylor CEO ของบริษัท ยังได้ประกาศว่าจะนำเสนอข้อดีของการลงทุนใน Bitcoin ต่อคณะกรรมการบริหารของ Microsoft ในเวลาเพียง 3 นาที สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในกลยุทธ์การลงทุนของเขาเป็นอย่างมาก  แม้จะมีความเสี่ยง แต่ความสำเร็จของ MicroStrategy ในปีนี้ยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับวงการเทคโนโลยีและการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีMicroStrategy สร้างปรากฏการณ์! Bitcoin พาหุ้นทะยาน 94% ในปีนี้ กำไรพุ่งสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ

2024-11-21Bitcoin

BlackRock Bitcoin ETF Options สร้างสถิติใหม่! มียอดซื้อขายวันแรกทะลุ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่BlackRock Bitcoin ETF Options สร้างสถิติใหม่! มียอดซื้อขายวันแรกทะลุ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ BlackRock Bitcoin ETF Options ภายใต้กองทุน iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) สร้างปรากฏการณ์ในวันเปิดซื้อขายวันแรก ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 94,000 ดอลลาร์  Putawan Pulom  BlackRock Bitcoin ETF Options ภายใต้กองทุน iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) สร้างปรากฏการณ์ในวันเปิดซื้อขายวันแรก ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 94,000 ดอลลาร์  James Seyffart นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg รายงานว่า มีการซื้อขาย BlackRock Bitcoin ETF Options ทั้งหมดถึง 354,000 สัญญาในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาของ Bitcoin พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 94,105 ดอลลาร์บนแพลตฟอร์ม Coinbase เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  Eric Balchunas นักวิเคราะห์อาวุโสด้าน ETF ของ Bloomberg กล่าวว่า “มูลค่าการซื้อขาย 1.9 พันล้านดอลลาร์ในวันแรกนั้นไม่เกิดขึ้นมาก่อน” โดยเปรียบเทียบกับกองทุน ProShares Bitcoin Strategy ETF (BITO) ซึ่งเป็น ETF ตัวแรกในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าการซื้อขายเพียง 363 ล้านดอลลาร์ในวันแรก  Bitcoin ETF Options นี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นของ ETF ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เปรียบเสมือนการ “จองสิทธิ์” ที่จะซื้อหรือขายในอนาคต ที่ราคาที่กำหนดไว้ตั้งแต่วันนี้ ทำให้สามารถเดิมพันการเคลื่อนไหวของราคาได้ โดยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (Notional exposure) คือการวัดระดับความเสี่ยงในตลาดที่เกิดจากการถือครองออปชัน จะวัดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่อเทียบกับ Bitcoin และมูลค่ารวมของ Bitcoin ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสัญญาออปชันนั้นๆ  หมือนการ “จองสิทธิ์” ซื้อหรือขายในอนาคต โดยที่เรารู้ราคาที่จะทำการซื้อขายตั้งแต่วันนี้ และความเสี่ยงของเราจะขึ้นอยู่กับว่าราคา Bitcoin เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนเมื่อถึงวันที่สัญญาหมดอายุ  อัตราส่วน put/call ในวันแรกอยู่ที่ 0.225 สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่เลือกซื้อ call option ซึ่งเป็นการเดิมพันว่าราคา Bitcoin จะปรับตัวสูงขึ้น มากกว่า put option ที่เดิมพันว่าราคาจะลดลง โดย Balchunas มองว่าเป็นสัญญาณที่ “ค่อนข้างบวก” โดยเฉพาะสัญญาที่จะหมดอายุในอีกหนึ่งเดือน ซึ่งเท่ากับเป็นการเดิมพันว่าราคา Bitcoin จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในเดือนหน้า  ( ที่มา : James Seyffart )  Joe Consorti ผู้บริหารในอุตสาหกรรมคริปโต มองว่าการเปิดตัวของ BlackRock Bitcoin ETF Options ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงกับตลาดการเงินกระแสหลักที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล นอกจากนี้ เขายังแสดงความเชื่อมั่นว่าราคา Bitcoin มีโอกาสที่จะทะลุ 100,000 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปีนี้  Ran Neuner อดีตผู้ดำเนินรายการของ CNBC Africa อธิบายกลไกการซื้อขายของ Bitcoin ETF Options ไว้ว่าเมื่อนักเก็งกำไรทำการซื้อ BlackRock Bitcoin ETF Options ผู้ดูแลสภาพคล่องก็จะต้องซื้อ ETF เพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้เกิดแรงซื้อสุทธิจำนวนมากทั้งใน ETF และ Bitcoin โดยตรง  ทั้งนี้ Grayscale บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ก็กำลังเตรียมเปิดตัว BlackRock Bitcoin ETF Options ของตนในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายนนี้ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะยิ่งเพิ่มความคึกคักให้กับตลาด Bitcoin มากขึ้นไปอีก

2024-11-20Bitcoin

MicroStrategy เตรียมระดมทุน 1.75 พันล้านดอลลาร์ผ่านหุ้นกู้ดอกเบี้ย 0% เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม- CryptoSiam

การลงทุนMicroStrategy เตรียมระดมทุน 1.75 พันล้านดอลลาร์ผ่านหุ้นกู้ดอกเบี้ย 0% เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่มMicroStrategy บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ และผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่สุดในโลก ประกาศระดมทุนมหาศาลถึง 1.75 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม ย้ำจุดยืนเป็นผู้นำในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่หุ้นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์  Putawan Pulom  MicroStrategy บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ และผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่สุดในโลก ประกาศระดมทุนมหาศาลถึง 1.75 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม ย้ำจุดยืนเป็นผู้นำในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่หุ้นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์  บริษัท MicroStrategy ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน ประกาศแผนระดมทุนครั้งใหม่มูลค่า 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการออกหุ้นกู้แปลงสภาพอาวุโสที่ไม่มีดอกเบี้ย (Senior Convertible Notes) เพื่อเดินหน้าสะสม Bitcoin เพิ่มเติม สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ( ที่มา : Michael Saylor )  การออกหุ้นกู้แปลงสภาพครั้งนี้มีลักษณะพิเศษ คือ ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับดอกเบี้ยระหว่างทาง แต่จะได้รับส่วนต่างจากราคาขายที่ต่ำกว่ามูลค่าที่กำหนดไว้ (Face Value) เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2029 หากไม่มีการแปลงสภาพเป็นหุ้นก่อนกำหนด นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ชนิดนี้จะมีสิทธิ์ได้รับชำระหนี้ก่อนผู้ถือหุ้นกู้ประเภทอื่นๆ หากบริษัทล้มละลายหรือถูกบังคับชำระบัญชี ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงให้แก่นักลงทุน  ตามแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน บริษัทระบุชัดเจนว่าจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ในการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมเป็นหลัก และส่วนที่เหลือจะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กร โดยหากพิจารณาจากราคา Bitcoin ในปัจจุบัน เงินระดมทุนจำนวนนี้สามารถซื้อ Bitcoin ได้เพิ่มอีกประมาณ 19,065 Bitcoin  ปัจจุบัน MicroStrategy ถือครอง Bitcoin อยู่ 331,200 BTC คิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่า 3.03 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่เพิ่งทุ่มซื้อเพิ่มมูลค่า 4.6 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เฉพาะในปี 2024 นี้ บริษัทได้ซื้อ Bitcoin ไปแล้วถึง 142,050 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 12.8 พันล้านดอลลาร์ที่ราคาปัจจุบัน  กลยุทธ์การลงทุนใน Bitcoin ของ Michael Saylor ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งของ MicroStrategy ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยบริษัทมีกำไรที่ยังไม่ได้ขายจากการลงทุนใน Bitcoin แล้วกว่า 133% เมื่อเทียบกับราคาซื้อเฉลี่ยที่ 39,292 ดอลลาร์  จุดซื้อทั้งหมดของ MicroStrategy ( ที่มา : Saylor Tracker )  ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลยุทธ์ของบริษัทส่งผลให้ราคาหุ้นของ MicroStrategy พุ่งขึ้นเกือบ 13% แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 374.80 ดอลลาร์ในวันที่ 18 พฤศจิกายน แม้ว่าจะมีการปรับตัวลงเล็กน้อย 0.7% ในช่วงหลังเวลาทำการ ตามข้อมูลจาก Google Finance  ที่น่าสนใจคือ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดเผยแผนการณ์ใหญ่ภายใต้ชื่อ “21/21” ซึ่งตั้งเป้าระดมทุนมหาศาลถึง 42 พันล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสะสม Bitcoin เพิ่มเติม โดยแบ่งเป็นการระดมทุนผ่านตราสารทุน 21 พันล้านดอลลาร์ และตราสารหนี้อีก 21 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านการลงทุนใน Bitcoin  ในด้านราคาของ Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ 91,700 ดอลลาร์ ต่ำกว่าราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 93,477 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน เพียง 2% ตามข้อมูลจาก CoinGecko แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ MicroStrategy ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อ Bitcoin เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาวของบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและบริษัทอื่นๆ ในการพิจารณาลงทุนใน Bitcoin ในอนาคตMicroStrategy ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ และผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่สุดในโลก ประกาศระดมทุนมหาศาล 1.75 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม ย้ำจุดยืนเป็นผู้นำในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ราคาหุ้นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

2024-11-19Bitcoin

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศตามรอยสหรัฐฯ - CryptoSiam

ข่าว Bitcoinผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศตามรอยสหรัฐฯ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2025 พร้อมเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก  Putawan Pulom  ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2025 พร้อมเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก  ท่ามกลางกระแสการยอมรับ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในระดับนานาชาติ Sławomir Mentzen ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ได้ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปีหน้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่คล้ายคลึงกับนโยบายที่ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เคยให้คำมั่นไว้ระหว่างการหาเสียง  Mentzen ได้แสดงจุดยืนอย่างแข็งแกร่งผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยประกาศว่า “โปแลนด์ควรจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์” พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นศูนย์กลางของคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก ด้วยการวางรากฐานสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การสร้างกฎระเบียบข้อบังคับที่เป็นมิตรต่อธุรกิจคริปโต การกำหนดนโยบายภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุน และการสร้างความร่วมมือเชิงบวกจากภาคธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแล  ( ที่มา : Sławomir Mentzen )  ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ได้รับการพูดถึงอย่างมากในแวดวงคริปโทเคอร์เรนซีของโปแลนด์ โดย Lech Wilczynski CEO ของ Swap.ly แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำของประเทศ ได้นำเสนอร่างนโยบายคลัง Bitcoin สำรองที่พัฒนาโดยกลุ่ม Satoshi Action Fund องค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการผลักดันนโยบายคริปโทเคอร์เรนซี Wilczynski เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการดำเนินการ โดยระบุว่า “แทนที่จะผ่านร่างกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโท เราควรให้ความสำคัญกับการจัดตั้งคลังสำรองก่อนที่จะสายเกินไป”  การเลือกตั้งประธานาธิบดีโปแลนด์ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ โดย Mentzen ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีแนวคิดเสรีนิยมและฝ่ายขวา ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ  การยอมรับ Bitcoin ในระดับนานาชาติ กำลังเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในสหรัฐอเมริกา วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ได้นำเสนอร่างกฎหมาย เพื่อจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับชาติเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการได้มาซึ่ง Bitcoin จำนวน 1 ล้าน BTC ภายในระยะเวลา 5 ปี และกำหนดระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ 20 ปี วัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  การยอมรับ Bitcoin ในระดับประเทศได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในหลายภูมิภาค โดยเอลซัลวาดอร์ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะประเทศแรกที่ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2021 ภายใต้วิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี Nayib Bukele ประเทศยังคงดำเนินนโยบายสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดถือครองอยู่ที่ 5,748.8 BTC  ในขณะเดียวกัน ราชอาณาจักรภูฏานได้ดำเนินการขุด Bitcoin อย่างเงียบๆ มาเป็นเวลาหลายปี โดยรายงานล่าสุดจาก Arkham Intelligence เปิดเผยตัวเลข ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมา ภูฏานได้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามากถึง 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  นักวิเคราะห์ในวงการการเงินระหว่างประเทศมองว่า การประกาศนโยบายของ Mentzen ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวคิดการบริหารการเงินของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของระบบการเงินแบบดั้งเดิม  หากนโยบายนี้ได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม โปแลนด์อาจกลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่มีคลัง Bitcoin สำรองระดับประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณถึงการยอมรับเทคโนโลยีการเงินรูปแบบใหม่ และอาจเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคพิจารณาแนวทางที่คล้ายคลึงกัน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

2024-11-18Bitcoin

สมาชิกวุฒิสภา Lummis เสนอให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แปลงทองคำสำรองของประเทศไปเป็น Bitcoin- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinสมาชิกวุฒิสภา Lummis เสนอให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แปลงทองคำสำรองของประเทศไปเป็น Bitcoinสหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจที่ครองตำแหน่งผู้ถือครองทองคำสำรองรายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยปริมาณกว่า 8,000 ตัน กำลังเผชิญกับข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์สำรองครั้งสำคัญ  Putawan Pulom  สหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจที่ครองตำแหน่งผู้ถือครองทองคำสำรองรายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยปริมาณกว่า 8,000 ตัน กำลังเผชิญกับข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์สำรองครั้งสำคัญ  วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ตัวแทนจากรัฐไวโอมิง ผู้เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนสกุลเงินดิจิทัลในสภาคองเกรส ได้นำเสนอแนวคิดที่ท้าทายด้วยการผลักดันให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ พิจารณาแปลงสินทรัพย์ทองคำบางส่วนเป็น Bitcoin เพื่อจัดตั้งเป็นคลังเก็บ Bitcoin สำรองเชิงยุทธศาสตร์  ในการให้สัมภาษณ์เชิงลึกกับสำนักข่าว Bloomberg วุฒิสมาชิก Lummis ได้อธิบายถึงแนวคิดที่น่าสนใจว่า การแปลงใบรับรองทองคำ (Gold certificate) ที่กระทรวงการคลังถือครองอยู่เป็น Bitcoin อาจเป็นวิธีที่ชาญฉลาดกว่า เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่องบดุลของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งต่างจากทางเลือกอื่นที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการซื้อ Bitcoin ตามราคาตลาดปัจจุบัน  ร่างกฎหมายการจัดตั้งคลัง Bitcoin สำรองเชิงยุทธศาสตร์ที่นำเสนอต่อวุฒิสภา มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการ โดยมีเป้าหมายหลักในการได้มาซึ่ง Bitcoin จำนวน 1 ล้าน Bitcoin หรือคิดเป็น 5% ของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดที่จะมีได้ในระบบ โดยกำหนดระยะเวลาถือครองยาวนานถึง 20 ปี วุฒิสมาชิก Lummis ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของโครงการนี้ว่า “ในขณะนี้ครอบครัวทั่วรัฐไวโอมิงและทั่วประเทศกำลังดิ้นรนรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์”  สินทรัพย์และหนี้สินรวมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในปี 2023 ( ที่มา: กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา )  Anthony Pompliano นักลงทุนชื่อดังในวงการคริปโทเคอร์เรนซี ได้แสดงมุมมองที่น่าสนใจว่า กำลังเกิดการแข่งขันระดับโลกระหว่างรัฐบาลประเทศต่างๆ ในการสะสม Bitcoin โดยเขาชี้ให้เห็นว่างบประมาณ 90,000 ล้านดอลลาร์ที่จะใช้ในโครงการนี้ถือเป็นจำนวนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้จ่ายของรัฐบาลในปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างว่าในช่วง 90 วันที่ผ่านมา หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นถึง 850,000 ล้านดอลลาร์  “หากเราลองนำเงิน 850,000 ล้านดอลลาร์นี้ไปลงทุนใน Bitcoin จะเท่ากับครึ่งหนึ่งของมูลค่าตลาด Bitcoin ทั้งหมดในปัจจุบัน ดังนั้น การใช้เงินเพียง 50,000-100,000 ล้านดอลลาร์จึงถือเป็นเพียงตัวเลขเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการใช้จ่ายของรัฐบาล และผมเชื่อว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยงอย่างยิ่ง” Pompliano กล่าว  อย่างไรก็ตาม Mike Novogratz CEO และผู้ก่อตั้ง Galaxy Digital บริษัทการลงทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ได้แสดงความเห็นในแง่มุมที่แตกต่างออกไป โดยมองว่าการจัดตั้งคลัง Bitcoin สำรองภายใต้การบริหารของว่าที่ประธานาธิบดี Donald Trump อาจเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่เขาก็ยังเชื่อว่าหากโครงการนี้สามารถจัดตั้งได้สำเร็จภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ จะส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งทะยานสู่ระดับ 500,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล  ร่างกฎหมายการจัดตั้งคลัง Bitcoin สำรองเชิงยุทธศาสตร์ได้จุดประกายการถกเถียงอย่างกว้างขวางในวงการการเงินและการลงทุน โดยมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และฝ่ายที่กังวลถึงความเสี่ยงและความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล  อ้างอิง : cointelegraph

2024-11-18Bitcoin

VanEck คาดการณ์ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในสองไตรมาสถัดไป- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่VanEck คาดการณ์ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในสองไตรมาสถัดไปMatthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck เผยว่า Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง “ไร้ขีดจำกัด” และคาดว่าราคาจะพุ่งไปถึง 180,000 ดอลลาร์ในปี 2025  Putawan Pulom  Matthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck เผยว่า Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง “ไร้ขีดจำกัด” และคาดว่าราคาจะพุ่งไปถึง 180,000 ดอลลาร์ในปี 2025  VanEck มองเห็นศักยภาพการเติบโตของ Bitcoin ที่จะทำลายสถิติใหม่สูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าราคาไว้ที่ 180,000 ดอลลาร์ภายในปีหน้า ผลักดันโดยปัจจัยจากการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลบวกต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซี  “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น” Matthew Sigel กล่าวในรายการ Squawk Box ของ CNBC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พร้อมเสริมว่า “เราอยู่ในช่วงที่ไร้ขีดจำกัด ไม่มีแรงต้านทานทางเทคนิค และเราคิดว่า Bitcoin จะทำสถิติสูงสุดใหม่ซ้ำๆ ในช่วงสองไตรมาสถัดไป”  Matthew Sigel กล่าวในรายการ Squawk Box ของ CNBC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ( ที่มา : CNBC )  Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 30% นับตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน หลังจาก Donald Trump ผู้สนับสนุนคริปโทได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ราคาของ Bitcoin ก็ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจุดสูงสุดล่าสุดอยู่ที่ระดับ 93,490 ดอลลาร์ในวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก TradingView อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ การเติบโตได้ชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยมีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 89,200 ดอลลาร์  Sigel ระบุว่า ความต้องการ Bitcoin จากนักลงทุนสถาบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาที่ปรึกษาการลงทุนที่ยังไม่มี Bitcoin ในพอร์ตการลงทุน หรือต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin ซึ่งบ่งชี้ถึงกระแสเงินทุนที่กำลังจะไหลเข้าสู่ตลาด Bitcoin  เขายังเปิดเผยว่า VanEck คาดการณ์การพุ่งขึ้นของตลาดหลังการเลือกตั้งเอาไว้แล้ว และขณะนี้ตลาดก็กำลังเป็นไปตามรูปแบบเดียวกับหลังการเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งราคาของ Bitcoin ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงระหว่างวันเลือกตั้งจนถึงสิ้นปี  “เป้าหมายของเราอยู่ที่ 180,000 ดอลลาร์ เราคิดว่าจะไปถึงจุดนั้นในปีหน้า” Sigel กล่าวเสริม “นั่นจะเป็นผลตอบแทน 1,000% จากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของรอบนี้ ซึ่งยังถือว่าเป็นรอบที่เล็กที่สุดของ Bitcoin”  ตัวชี้วัดหลายตัวที่ VanEck ติดตามยังคงส่งสัญญาณบวก โดย Sigel ชี้ว่าปริมาณการค้นหาคำว่า “Bitcoin” บน Google และอันดับของแอป Coinbase ในร้านค้าแอปของ Apple และ Google ยังคงอยู่ห่างไกลจากสี่ปีที่แล้วมาก แม้ว่าข้อมูลจาก Google Trends จะแสดงให้เห็นว่าการค้นหาคำว่า “Bitcoin” ได้เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่านับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน  ปัจจุบัน Coinbase ครองอันดับหนึ่งในหมวดแอปการเงินบน US Apple App Store และอยู่ในอันดับที่ 16 ของแอปทั้งหมด และบน Google Play Store อยู่ในอันดับที่ 5 ของแอปการเงินและอันดับที่ 66 ของแอปทั้งหมด ตามข้อมูลจาก Appfigures  อ้างอิง : cointelegraph

2024-11-15Bitcoin

Michael Saylor เผย! ไม่มีทางที่ Bitcoin จะร่วงกลับลงไปที่ 60,000 ดอลลาร์- CryptoSiam

???????? United StatesMichael Saylor เผย! ไม่มีทางที่ Bitcoin จะร่วงกลับลงไปที่ 60,000 ดอลลาร์Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง MicroStrategy และนักลงทุนผู้เชื่อมั่นใน Bitcoin ได้ออกมาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ราคา Bitcoin จะลดลงไปที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับราคาสำคัญในปี 2024  Putawan Pulom  Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง MicroStrategy และนักลงทุนผู้เชื่อมั่นใน Bitcoin ได้ออกมาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ราคา Bitcoin จะลดลงไปที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับราคาสำคัญในปี 2024  ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน Saylor กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าราคาจะกลับลงไปที่ 60,000 ดอลลาร์ หรือ 30,000 ดอลลาร์ ผมคิดว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นจากจุดนี้” โดยปัจจุบัน Bitcoin มีการซื้อขายที่ราคาประมาณ 88,163 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap  รายละเอียดของ Bitcoin ในปัจจุบัน ( ที่มา : CoinMarketCap )  เขายังกล่าวว่าชัยชนะของ Donald Trump มีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของคริปโทและ Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา พร้อมเสริมว่า “ผมไม่เห็นปัจจัยลบใดๆ ในระยะสั้น”  “จะแปลกใจมากถ้า Bitcoin ไม่ถึง 100,000 ดอลลาร์ก่อนปี 2025”  “ผมกำลังวางแผนจัดปาร์ตี้ฉลองราคา 100,000 ดอลลาร์” Saylor กล่าว “ผมคิดว่าน่าจะเป็นคืนวันส่งท้ายปีที่บ้านผม ผมจะแปลกใจมากถ้าราคาไม่ทะลุ 100,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคมนี้”  Keith Alan ผู้ร่วมก่อตั้ง Material Indicators เห็นด้วยกับ Saylor โดยกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่ Bitcoin จะแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายน หรือวันขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐอเมริกา  อย่างไรก็ตาม Ki Young Ju CEO ของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน CryptoQuant ได้ออกมาเตือนเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนว่าราคาของ Bitcoin อาจจบปีนี้ที่ระดับต่ำกว่า 59,000 ดอลลาร์ โดยอ้างถึงตลาดฟิวเจอร์สที่ร้อนแรงเกินไปอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก  ในส่วนของร่างกฎหมาย US Strategic Bitcoin Reserve Bill ที่หากผ่านจะกำหนดให้รัฐบาลสหรัฐสะสม Bitcoin จำนวน 1 ล้านเหรียญ (ประมาณ 5% ของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมด) ภายในระยะเวลา 5 ปีนั้น Saylor มองว่าเป็น “ดีลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21” โดยเขาประเมินว่าหากร่างกฎหมายนี้ผ่าน จะสร้างประโยชน์ให้สหรัฐฯ มูลค่าถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 21 ปี  อย่างไรตาม Mike Novogratz ผู้ก่อตั้ง Galaxy Digital มองว่ามีความเป็นไปได้ต่ำที่ว่าที่ประธานาธิบดี Trump จะทำตามสัญญาในการจัดตั้งคลังเก็บ Bitcoin สำรองของประเทศในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง  อ้างอิง : cointelegraph

2024-11-15Bitcoin

ก้าวสู่โลกอนาคตทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้แนวคิด Invest, Innovate, Interconnect- CryptoSiam

Eventsก้าวสู่โลกอนาคตทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect”จบกันไปแล้วกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 งานอีเว้นท์บล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้ แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect”  จบกันไปแล้วกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 งานอีเว้นท์บล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้ แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect”  ก้าวสู่โลกอนาคตทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลอัพเดทความรู้และร่วมมือกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของวงการบล็อกเชนของเอเชียกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 งานอีเว้นท์บล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยงานนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect” พบกับผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คนทั้งระดับประเทศและระดับโลกพร้อมรับของที่ระลึกและสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Quest Hunting ภายในงาน  นายประเสริฐจันทรรวงทองรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เปิดเผยว่า ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของ ชีวิตเรา ตั้งแต่การทำงาน การเรียนรู้ ไปจนถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลก คือ เทคโนโลยีบล็อกเชน เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่จะปฏิวัติวงการ การเงินเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การจัดเก็บข้อมูลประชาชน การออกใบอนุญาต การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การสาธารณสุข เป็นต้น  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)  ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับโลก ด้วยศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและมีโครงสร้างพื้น ฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ที่จะดึงดูดนักลงทุน นักพัฒนา และผู้ประกอบการจากทั่วโลกให้มาลงทุนและ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในประเทศไทย  เมื่อประเทศไทยยกระดับเทคโนโลยีเทียบเท่าระดับสากลแล้ว ก็จะสามารถดึงดูดทรัพยากรมนุษย์ และ Digital Nomad จากหลายหลายวงการ เข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญใน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย เนื่องจากเหล่าผู้ประกอบการ บุคลากร และ Digital Nomad เหล่านี้จะนำเงินทุน ความรู้ และทักษะใหม่ๆ เข้ามาสู่ประเทศ และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้อง ถิ่นอีกด้วย  จากปัจจัยที่กล่าวมา เชื่อว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล ไม่เพียง แต่จะเพิ่มรายได้จากการลงทุนและการบริโภคของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เท่านั้น ยังจะสร้างงานและโอกาส ทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับคนไทยอีกด้วย  นายสัญชัยปอปลีผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคริปโตมายด์กรุ๊ปโฮลดิ้งส์จำกัดกล่าวเพิ่มเติมว่า Thailand Blockchain Week 2024 ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี จัดต่อเนื่องมาโดยตลอดเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านบล็อกเชนในระดับโลก  นายสัญชัย ปอปลี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ปโฮลดิ้งส์จำกัด  ในปีนี้ THBW จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect” มุ่งเน้นการส่ง เสริมการลงทุน นวัตกรรม และการเชื่อมโยงเครือข่ายในอุตสาหกรรมบล็อกเชนของประเทศไทย และเป็นเวที ในการรวมพลังของคนไทยทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชนของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยี บล็อกเชนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ  จากการประกาศเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางบล็อกเชนของเอเชียในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ประเทศไทย ก้าวข้ามผ่านเป้าหมายไปอีกขั้น ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง DevCon งานประชุมนักพัฒนา เครือข่าย Ethereum ในระดับโลก และ ETH Global งานแข่งขัน Hackatron ทั่วโลก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่นี้ได้เปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้ก้าวกระโดดไปข้างหน้า และพร้อมสำหรับการเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน  ทั้งนี้ งาน Thailand Blockchain Week 2024 เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักพัฒนา และหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชนในระดับสากล  ภายในงานรวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คนจากทั่วโลก โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจและให้ความรู้ มากกว่า 50 หัวข้อซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมบล็อกเชน อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสุด เข้มข้นกับ 3 เวที ตลอดทั้ง 2 วัน พร้อมโปรโมชั่นจากบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมรับของที่ระลึกและสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Quest Hunting ภายในงาน  เกี่ยวกับ บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และ บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด  บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จํากัด เป็นกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านบล็อกเชนและการลงทุนใน สินทรัพย์ดิจิทัล ประกอบไปด้วย บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล

2024-11-12Defi
1
...
2628
...
1000