สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

นักวิเคราะห์เตือน! Bitcoin อาจใกล้ถึงจุดสูงสุด หลังผู้ถือครองระยะยาวเทขายกว่า 800,000 BTC ในหนึ่งเดือน - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่นักวิเคราะห์เตือน! Bitcoin อาจใกล้ถึงจุดสูงสุด หลังผู้ถือครองระยะยาวเทขายกว่า 800,000 BTC ในหนึ่งเดือน ขณะที่ Bitcoin พุ่งทะยานเข้าใกล้ระดับ 100,000 ดอลลาร์ ตลาดคริปโตก็เริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักวิเคราะห์หลายรายเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  ขณะที่ Bitcoin พุ่งทะยานเข้าใกล้ระดับ 100,000 ดอลลาร์ ตลาดคริปโตก็เริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักวิเคราะห์หลายรายเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  Maartuun นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บัญชีผู้ถือครอง Bitcoin ระยะยาว (กลุ่มที่ถือเหรียญมานานกว่า 155 วัน) ได้ขาย Bitcoin ออกไปถึง 827,783 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 8.26 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลา 30 วัน  Maartuun เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่าเหมือนกับ “เกมเก้าอี้ดนตรี” ที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับเสียงเพลง แต่ก็ควรเตรียมพร้อมเมื่อเสียงเพลงหยุดลง  การถือครองที่ลดลงจากบัญชีของผู้ที่ถือครอง Bitcoin มานานกว่า 155 วัน ( ที่มา : Maartuun )  แม้ว่า Michael Saylor จะมีการซื้อ Bitcoin เข้าบริษัท MicroStrategy เป็นจำนวนถึง 149,800 BTC และรวมกับเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ประมาณ 84,193 BTC แต่ปริมาณดังกล่าวก็คิดเป็นเพียง 30% ของปริมาณที่ผู้ถือครอง Bitcoin ระยะยาวได้เทขายไปในช่วง 30 วันทีผ่านมา  ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนรายย่อย ( ที่มา : Maartuun )  ปัจจุบัน Bitcoin ยังคงแข็งแกร่งได้ เนื่องจากความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยอยู่ในระดับสูงสุดของปี ซึ่งสะท้อนจากมูลค่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Bitcoin Open Interest) ที่มีมูลค่ามากถึง 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์  ข้อมูลจาก Bitbo ยังเผยให้เห็นว่า ราคาเฉลี่ยที่บัญชีผู้ถือครอง Bitcoin ระยะยาวซื้อมาอยู่ที่เพียง 24,481 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีผลกำไรสะสมมหาศาลถึง 400%  ราคาซื้อเฉลี่ยของบัญชีผู้ถือครอง Bitcoin ระยะยาว ( ที่มา : Maartuun )  Jamie Coutts นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Real Vision ออกมาเตือนว่า สภาพคล่องในตลาดกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง และการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของ Bitcoin อาจไม่ยั่งยืนนัก หากเศรษฐกิจโลกยังคงซบเซา  ขณะนี้ Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 98,793 ดอลลาร์ นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

2024-12-09Bitcoin

Spot Ethereum ETF สร้างสถิติใหม่! ด้วยยอดเงินไหลเข้ากว่า 430 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางการไหลเข้าติดต่อกันถึง 9 วัน - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Spot Ethereum ETF สร้างสถิติใหม่! ด้วยยอดเงินไหลเข้ากว่า 430 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางการไหลเข้าติดต่อกันถึง 9 วัน กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐอเมริกาประสบความเร็จครั้งสำคัญ ด้วยเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบวัน และมียอดการไหลเข้าติดต่อกันเป็นวันที่ 9  Putawan Pulom  กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐอเมริกาประสบความเร็จครั้งสำคัญ ด้วยเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบวัน และมียอดการไหลเข้าติดต่อกันเป็นวันที่ 9  ยอดการซื้อขาย Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ  ในขณะเดียวกัน กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐก็ยังคงเป็นที่จับตาของนักลงทุนสถาบันด้วยยอดเงินไหลเข้าสุทธิ 747.8 ล้านดอลลาร์จากทั้งหมด 11 กองทุนในวันที่ 5 ธันวาคม  BlackRock iShares Bitcoin Trust มียอดเงินไหลเข้า 751.6 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Grayscales Bitcoin Trust มียอดเงินไหลออก 148.8 ล้านดอลลาร์  ราคา Ethereum ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และสร้างสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 8 เดือนที่ระดับราคา 3,946 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่าอัตราส่วน ETH/BTC จะยังคงแข็งแกร่งในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า โดยปัจจุบันอยู่ที่ 0.04 และมีการเติบโตถึง 14.5% ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา  การระดมทุนครั้งนี้ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อ Ethereum และตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในภาพรวม นักลงทุนรายใหญ่และสถาบันต่างให้ความสนใจต่อสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2024-12-06Ethereum

กองทุนของ BlackRock และเหมืองขุด MARA Holdings เข้าซื้อ Bitcoin เกือบ 10,0000 เหรียญขณะตลาดถล่มลง- CryptoSiam

การลงทุนกองทุนของ BlackRock และเหมืองขุด MARA Holdings เข้าซื้อ Bitcoin เกือบ 10,0000 เหรียญขณะตลาดถล่มลง บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock และ MARA Holdings ได้เข้าซื้อ Bitcoin รวมกันกว่า 9,173 BTC ในช่วงที่ราคาปรับลดลงมา หลังจากที่ Bitcoin เพิ่งทำสถิติทะลุระดับ 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก  บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock และ MARA Holdings ได้เข้าซื้อ Bitcoin รวมกันกว่า 9,173 BTC ในช่วงที่ราคาปรับลดลงมา หลังจากที่ Bitcoin เพิ่งทำสถิติทะลุระดับ 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก  ในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทชั้นนำด้านการลงทุนอย่าง BlackRock และ MARA Holdings ได้ทำการซื้อ Bitcoin รวมกว่า 9,173 BTC ขณะที่วาฬที่ไม่ระบุตัวตนได้เข้าซื้อเพิ่มอีก 600 เหรียญ ในช่วงที่ราคา Bitcoin ปรับตัวลงมาที่ 92,957 ดอลลาร์ หลังจาก Bitcoin ได้พุ่งทะลุระดับราคา 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  IBIT Spot Bitcoin ETF ของ BlackRock บริษัทการจัดการลงทุนระดับโลก พบการไหลเข้าของเงินทุนถึง 7,750 BTC ส่งผลปัจจุบันกองทุนมีมูลค่าการถือครอง Bitcoin สูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก Thomas Fahrer ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Apollo กล่าวว่านี่คือ “กองทุน ETF ที่เติบโตเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา”  ( ที่มา : X@Thomas Fahrer )  Marathon Digital Holdings บริษัทขุด Bitcoin ที่มีมูล่าบริษัทสูงที่สุดในโลกได้ทำการเข้าซื้อ Bitcoin จำนวน 1,423 BTC มูลค่าประมาณ 139.5 ล้านดอลลาร์ ผ่านการทำธุรกรรม 4 ครั้งในช่วงวันที่ 5-6 ธันวาคม หลังจากปิดการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 850 ล้านดอลลาร์  ปัจจุบัน Marathon Digital Holdings ถือครอง Bitcoin 22,108 BTC มูลค่า 2.17 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 162% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเดือนที่แล้ว  นอกเหนือจาก BlackRock และ MARA Holdings แล้ว ยังมีบัญชีนิรนามรายหนึ่งที่ได้ซื้อ Bitcoin จำนวน 600 BTC มูลค่าประมาณ 58.9 ล้านดอลลาร์ โดยบัญชีนี้เริ่มทำธุรกรรมครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ Semler Scientific ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่แสดงความเชื่อมั่นใน Bitcoin โดยได้เข้าซื้อเพิ่มเติม 303 BTC ที่ราคาเฉลี่ย 96,779 ดอลลาร์ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ Bitcoin จะทะลุระดับ 100,000 ดอลลาร์ ปัจจุบัน Semler Scientific ถือครอง Bitcoin รวม 1,873 เหรียญ มูลค่า 182.8 ล้านดอลลาร์  ข้อมูลเพิ่มเติมจาก BitcoinTreasuries เผยว่า บริษัทเอกชนทั้งหมดถือครอง Bitcoin รวม 527,026 BTC คิดเป็นสัดส่วน 2.66% ของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดที่ถูกผลิตออกมาแล้ว โดยแบ่งเป็นการถือครองของบริษัทจัดการทรัพย์สิน 1,253 BTC และบริษัทเอกชน 410,418 BTC  การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่นักลงทุนสถาบันกำลังให้ความสนใจและแสดงความเชื่อมั่นใน Bitcoin มากเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

2024-12-06Bitcoin

Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยอมรับ Bitcoin กำลังก้าวสู่การเป็นทองคำดิจิทัล- CryptoSiam

ข่าว BitcoinJerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยอมรับ Bitcoin กำลังก้าวสู่การเป็นทองคำดิจิทัลประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ยอมรับว่า Bitcoin กำลังกลายเป็น “ทองคำในโลกดิจิทัล” ขณะที่ราคาพุ่งทะลุ 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในฐานะสินทรัพย์การลงทุน  ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ยอมรับว่า Bitcoin กำลังกลายเป็น “ทองคำในโลกดิจิทัล” ขณะที่ราคาพุ่งทะลุ 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในฐานะสินทรัพย์การลงทุน  Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ได้กล่าวว่า Bitcoin กำลังก้าวสู่การเป็น “ทองคำดิจิทัล” ที่ทรงอิทธิพลในวงการการเงินโลก โดยล่าสุดราคาได้พุ่งทะลุระดับ 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  New York Times DealBook Summit | 2024 - Jerome Powell ( ที่มา : Youtube New York Times )  Powell กล่าวในงาน DealBook Summit ของ The New York Times เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า “คนใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์เก็งกำไร เปรียบเสมือนทอง แต่เป็นทองเสมือนที่อยู่ในโลกดิจิทัล” ซึ่งถือเป็นการยืนยันความสามารถของ Bitcoin อย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการเงินของสหรัฐฯ “Bitcoin ไม่ใช่คู่แข่งของเงินดอลลาร์ จากมุมมองของผมมันเป็นคู่แข่งของทองคำ”  การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวครั้งสำคัญของวงการการเงินโลก โดยบริษัทการเงินชั้นนำเริ่มมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์การลงทุนที่มีความน่าสนใจเทียบเท่าทอง พวกเขาได้พัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับ Bitcoin โดยนำแนวทางการจัดการกับการลงทุนในทองคำมาประยุกต์ใช้  ความน่าสนใจอยู่ตรงการที่ Bitcoin มีความผันผวนในด้านราคา แต่ก็มีแนวโน้มที่จะสามารถคาดการณ์ได้มากขึ้นในอนาคต เนื่องจากบริษัทการเงินขนาดใหญ่เริ่มเข้าซื้อและถือครอง Bitcoin เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังกำลังพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่เข้มงวดและชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและรองรับการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัล  บริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin เพื่อการลงทุน( ที่มา : Bitcointreasuries.net )  ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการปกป้องนักลงทุนและการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ Bitcoin สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จุดแข็งของ Bitcoin คือความสามารถในการโอนเงินได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก และการมีปริมาณคงที่ ซึ่งแตกต่างจากเงินกระดาษที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป ที่ธนาคารกลางสามารถพิมพ์เพิ่มได้ตลอดเวลา คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ Bitcoin เริ่มได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีศักยภาพ  ด้วยแนวโน้มนี้ Bitcoin อาจกำลังพิสูจน์ตนเองว่าเป็นมากกว่าแค่สกุลเงินดิจิทัล แต่อาจเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงวงการการเงินการลงทุนต่อจากนี้ การได้รับการยืนยันจาก Jerome Powell ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการเงินโลกในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

2024-12-05Bitcoin

Bitcoin Dominance กลับขึ้นมาที่ 57% หลัง Bitcoin พุ่งทะลุ $100,000 ดอลลาร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์- CryptoSiam

ข่าว BitcoinBitcoin Dominance กลับขึ้นมาที่ 57% หลัง Bitcoin พุ่งทะลุ $100,000 ดอลลาร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์Bitcoin ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ด้วยการทะลุระดับราคา 100,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ Bitcoin Dominance กลับขึ้นมาแตะ 57% อีกครั้ง หลังจากลดลงต่ำสุดที่ 54.7% เพียงหนึ่งวันก่อนหน้า  Bitcoin ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ด้วยการทะลุระดับราคา 100,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ Bitcoin Dominance กลับขึ้นมาแตะ 57% อีกครั้ง หลังจากลดลงต่ำสุดที่ 54.7% เพียงหนึ่งวันก่อนหน้า  ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ Bitcoin ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อราคาได้พุ่งทะลุระดับ 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ Bitcoin Dominance หรืออัตราสัดส่วนการครองตลาดของ Bitcoin เมื่อเทียบกับมูลค่าทั้งหมดของตลาด Cryptocurrency กลับขึ้นมาที่ระดับ 57% ได้อีกครั้ง  ก่อนหน้านี้ Bitcoin Dominance เคยลดลงถึง 11.5% จากจุดสูงสุด 61.8% เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน มาอยู่ที่จุดต่ำสุด 54.7% เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม แต่ก็กลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  นักวิเคราะห์ Income Sharks ได้ออกมาโพสต์แสดงความเห็นอย่างขบขันว่า “เหมือนกับว่า BTC อิจฉาที่เหรียญอื่นๆ ได้รับความสนใจ และมันต้องการทวงบัลลังก์คืน”  Bitcoin dominance (BTC.D) ( ที่มา : TradingView )  ดัชนีความกลัวและความโลภของ Bitcoin Fear Bitcoin บน Google ( ที่มา: Google Trends )  Brian Armstrong CEO ของ Coinbase ได้ออกมาโพสต์ว่า “หากคุณซื้อ Bitcoin มูลค่า 100 ดอลลาร์ตอนก่อตั้งบริษัท Coinbase ในเดือนมิถุนายน 2012 ตอนนี้มันจะมีมูลค่าประมาณ 1,500,000 ดอลลาร์” และกล่าวเสริมว่า “Bitcoin ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต”  ( ที่มา : Brian Armstrong )  ตามข้อมูลจาก CoinGlass ในช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมามีสัญญา Short ที่ถูกล้างพอร์ต (Liquidations) รวมกันมูลค่ากว่า 132 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนในตลาดที่มีต่อ Bitcoin  การฟื้นตัวของ Bitcoin ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของเหรียญอื่นๆ อย่าง BNB และ Tron ที่ได้พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ รวมถึง XRP ที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี

2024-12-05Bitcoin

นักวิเคราะห์เผย! วาฬ Bticoin กำลังอยู่ในช่วง รอดูสถานการณ์ ขณะที่ราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์- CryptoSiam

ตลาดซื้อขายนักวิเคราะห์เผย! วาฬ Bticoin กำลังอยู่ในช่วง “รอดูสถานการณ์” ขณะที่ราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์วาฬ Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงรอคอยสถานการณ์ นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุว่ามีการไหลเข้าของ Bitcoin สู่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนความเสี่ยงที่จะมีการขายออกในอนาคต  Putawan Pulom  วาฬ Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงรอคอยสถานการณ์ นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุว่ามีการไหลเข้าของ Bitcoin สู่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนความเสี่ยงที่จะมีการขายออกในอนาคต  ขณะนี้วาฬหรือผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่กำลังรอดูสถานการณ์ของตลาด ในขณะที่ราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์ ตามความเห็นของ Onat Tütüncüler นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant  “แม้ปัจจุบันยังไม่มีแรงกดดันจากการขาย แต่กระแสการไหลเข้าของ Bitcoin สู่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ก็สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดการขายออกในอนาคต” Tütüncüler ระบุในบันทึกการวิเคราะห์เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน “ดังนั้น การเคลื่อนไหวเหล่านี้ควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในตลาด”  Tütüncüler สังเกตเห็นการไหลเข้าของ Bitcoin สู่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอเรนซีนับตั้งแต่การชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน แม้ว่าการโอนเงินจำนวนมากไปยังแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนมักบ่งชี้ถึงการขายที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ในครั้งนี้อาจไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ถือครองรายใหญ่กำลังใช้วิธี “รอดูสถานการณ์”  โดยตัวชี้วัด Adjusted Spent Output Profit Ratio (aSOPR) ซึ่งปกติจะแสดงการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของตลาดโดยรวมผ่านการวิเคราะห์ผลกำไรและปริมาณการซื้อขาย ในปัจจุบันยังไม่แสดงถึงกิจกรรมการเทขายทำกำไรของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ  The Adjusted Spent Output Profit Ratio (aSOPR) ( ที่มา : CryptoQuant )  โดยปกติในช่วงตลาดขาขึ้น นักลงทุนมักต้องการถือครอง Bitcoin ตราบเท่าที่พวกเขาเชื่อว่ายังมีการเติบโตในระยะสั้น ก่อนที่จะขายเพื่อย้ายไปยังเหรียญคริปโทเคอเรนซีตัวอื่นๆ ปัจจุบัน Bitcoin Dominanc หรืออัตราสัดส่วนการครองตลาดของ Bitcoin เมื่อเทียบกับมูลค่าทั้งหมดของ Cryptocurrency บ่งชี้ว่ากระบวนการนี้อาจกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง โดย Bitcoin Dominanc ได้ลดลงถึง 5.54% นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ตามข้อมูลจาก TradingView  ณ ขณะนี้ Bitcoin มีการซื้อขายที่ 96,700 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap  นักเทรดนิรนามที่รู้จักกันในชื่อ Rekt Capital ที่มีผู้ติดตามกว่า 5 แสนรายระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ว่า “Bitcoin ยังคงทดสอบแนวรับที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง”  ( ที่มา : Rekt Capital )  เขายังกล่าวเสริมอีกว่า Bitcoin กำลัง “สร้างแท่งเทียนลงด้านล่างที่ยาวขึ้นเรื่อยๆ”  “ตราบใดที่สถานการณ์นี้ยังคงดำเนินต่อไป BTC น่าจะสามารถยืนเหนือแนวรับประมาณ 96,400 ดอลลาร์ได้”  Bitcoin เกือบทะลุระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 100,000 ดอลลาร์ เมื่อราคาได้พุ่งขึ้นสูงถึง 99,800 ดอลลาร์ ในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตาม Szymon Sypniewicz ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Ramp Network ยังไม่มั่นใจว่า Bitcoin จะทะลุ 100,000 ดอลลาร์ก่อนสิ้นปี 2024 ได้หรือไม่ โดยเขากล่าวกับ Cointelegraph ว่า  “แม้การทะลุ 100,000 ดอลลาร์ของ Bitcoin จะดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามันอาจเกิดขึ้นก่อนสิ้นปีนี้ เนื่องจากเรายังคาดหวังว่าตลาดจะมีทั้งขาขึ้นและขาลง”Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงรอคอยสถานการณ์ ขณะที่ราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุว่ามีการไหลเข้าของ Bitcoin สู่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนความเสี่ยงที่จะมีการขายออกในอนาคต

2024-12-04Bitcoin

รัฐบาลสหรัฐฯ สั่นคลอนวงการคริปโต หลังโอน Bitcoin มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์- CryptoSiam

???????? United Statesรัฐบาลสหรัฐฯ สั่นคลอนวงการคริปโต หลังโอน Bitcoin มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสร้างความตื่นตัวในวงการคริปโตเคอร์เรนซีหลังโอน Bitcoin มูลค่ากว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ไปยังแพลตฟอร์ม Coinbase เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา  Putawan Pulom  รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสร้างความตื่นตัวในวงการคริปโตเคอร์เรนซีหลังโอน Bitcoin มูลค่ากว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ไปยังแพลตฟอร์ม Coinbase เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา  เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ โอน Bitcoin มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ไปยังกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อย่าง Coinbase ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี  โดยธุรกรรมการโอนเงินในครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ประกอบด้วย Bitcoin จำนวน 19,800 BTC ซึ่งอาจมีการเทขายก่อนการเข้ารับตำแหน่งของ Donald Trump ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตและนายทหารกองทัพอวกาศสหรัฐฯ Jason Lowery ได้ออกมาวิจารณ์ว่าการกระทำนี้อาจเป็น “ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์”  Lowery ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ “Softwar” ได้ระบุในโพสต์ว่า “ไม่มีราคาไหนที่สมเหตุสมผลที่สหรัฐฯ จะขาย Bitcoin ที่มีอยู่ภายใต้การควบคุม” และเขายังได้เคยเตือนถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจจะออกกฎหมายสั่งยึด Bitcoin ของประชาชนในอนาคตคล้ายกับคำสั่งการสั่งยึดทองคำในอดีต  ( ที่มา : Jason Lowery )  ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ครอบครอง Bitcoin ราว 183,850 BTC มูลค่าประมาณ 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยในปีนี้รัฐบาลสหรัฐฯได้โอนBitcoin ไปแล้วทั้งสิ้น 25,999 BTC มูลค่าราว 2.49 พันล้านดอลลาร์  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ Brian Armstrong CEO ของ Coinbase เห็นด้วยกับความคิดเห็นของ Lowery ที่ว่ารัฐบาลไม่ควรขาย Bitcoin และ Toby Cunningham นักการศึกษาด้านคริปโตยังได้กล่าวว่า “หากรัฐบาลโง่พอที่จะขาย Bitcoin (ซึ่งเราทุกคนรู้ว่ารัฐบาลโง่) อุปทานเหล่านั้นจะถูกซื้อต่อในทันที”  ( ที่มา : Brian Armstrong )  Gabor Gurbacs ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ของบริษัท Tether มองว่ายังมีรายละเอียดที่ไม่ชัดเจน และไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมีการเทขายจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเขาระบุว่าการโอนครั้งนี้อาจเป็นเพียงการจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือการอัปเกรดกระเป๋าเงินเก่า  ในช่วงการโอนครั้งนี้ราคา Bitcoin ร่วงลงเกือบ 3% แต่ก็กลับขึ้นมาที่ระดับประมาณ 96,000 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา Julio Moreno หัวหน้านักวิจัยจาก CryptoQuant คาดว่าอาจมีการขายเพียง 10,000 BTC โดยอีก 9,800 BTC จะถูกส่งไปยังที่อยู่ใหม่  นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของรัฐบาลในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นใน Bitcoin ในระยะยาว  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังคงสร้างความสงสัยถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล และหลายฝ่ายต่างจับตามองว่ารัฐบาลจะมีการดำเนินการต่อไปอย่างไร

2024-12-03Bitcoin

NYDFS จ่ออนุมัติ Stablecoin RLUSD ของ Ripple ในวันที่ 4 ธันวาคม- CryptoSiam

XRPNYDFS จ่ออนุมัติ Stablecoin RLUSD ของ Ripple ในวันที่ 4 ธันวาคมหน่วยงานกำกับดูแลการเงินรัฐนิวยอร์กเตรียมไฟเขียว RLUSD Stablecoin จาก Ripple Labs โดยประกาศความร่วมมือกับกระดานเทรดชั้นนำหลายแห่ง เช่น Uphold และ Bitstamp เพื่อสนับสนุนการใช้งาน RLUSD พร้อมใช้ XRP เพิ่มสภาพคล่อง  Putawan Pulom  หน่วยงานกำกับดูแลการเงินรัฐนิวยอร์กเตรียมไฟเขียว RLUSD Stablecoin จาก Ripple Labs โดยประกาศความร่วมมือกับกระดานเทรดชั้นนำหลายแห่ง เช่น Uphold และ Bitstamp เพื่อสนับสนุนการใช้งาน RLUSD พร้อมใช้ XRP เพิ่มสภาพคล่อง  หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของรัฐนิวยอร์ก (NYDFS) เตรียมอนุมัติ Stablecoin ที่มีชื่อว่า RLUSD ของ Ripple Labs ผู้ผลิตและให้บริการเหรียญ XRP ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แหล่งข่าวจาก Fox Business ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะอนุมัติในวันที่ 4 ธันวาคม  ( รายงานจาก : Fox Business )  Ripple Labs เริ่มประกาศแผนพัฒนา RLUSD ในเดือนเมษายน 2024 ด้วยเป้าหมายที่จะแข่งขันกับผู้นำตลาดอย่าง USD Coin (USDC) และ Tether (USDT) โดยผู้บริหารของ Ripple มีความเชื่อมั่นอย่างมากในศักยภาพของตลาด Stablecoin และคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมนี้จะสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin ทั่วโลกอยู่ที่ 1.96 แสนล้านดอลลาร์ตามข้อมูลจาก CoinGecko  บริษัทได้เริ่มทดสอบ RLUSD อย่างจริงจังบนเครือข่ายของ XRP Ledger และ Ethereum mainnet พร้อมได้ให้สัญญาว่าจะดำเนินการตรวจสอบโดยองค์กรภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และจัดทำรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับทุนสำรองอย่างโปร่งใส  อ่าน : Ripple Labs ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการเปิดตัว Stablecoin “RLUSD” บนเครือข่าย Mainnet  ในเดือนตุลาคม Ripple ได้ประกาศความร่วมมือกับกระดานเทรดยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ประกอบไปด้วย Uphold, Bitstamp, Bitso, MoonPay, Independent Reserve, CoinMENA และ Bullish เพื่อช่วยสนับสนุนการใช้งานและการยอมรับ RLUSD ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต  Brad Garlinghouse ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ripple Labs ย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่อย่าง XRP เพื่อเพิ่มสภาพคล่องสำหรับ RLUSD และอำนวยความสะดวกสำหรับการชำระเงินผ่าน Stablecoin ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น  นอกจากนี้บริษัทยังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายใต้ใบอนุญาตบริษัทแห่งรัฐนิวยอร์ก โดยมุ่งเน้นการสร้าง Stablecoin ที่มีความน่าเชื่อถือ มีเสถียรภาพ และใช้งานง่าย  เมื่อ RLUSD พร้อมใช้งาน Ripple จะใช้ทั้ง RLUSD และ XRP ในการให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกและปรับปรุงประสบการณ์การทำธุรกรรมให้ดียิ่งขึ้น  การพัฒนาในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในระบบการเงินสมัยใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อวงการการเงินในอนาคต  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2024-11-30อุตสาหกรรม

Spot Ethereum ETF สร้างสถิติใหม่ เงินทุนไหลเข้าทะลุ $332.9 ล้านดอลลาร์ ดึงดูดเม็ดเงินสูงกว่า Bitcoin ETF- CryptoSiam

ข่าว EthereumSpot Ethereum ETF สร้างสถิติใหม่ เงินทุนไหลเข้าทะลุ $332.9 ล้านดอลลาร์ ดึงดูดเม็ดเงินสูงกว่า Bitcoin ETFกองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ทำลายสถิติด้วยเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง $332.9 ล้านในวันที่ 29 พฤศจิกายน นับเป็นครั้งแรกที่กองทุน Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงกว่ากองทุน Bitcoin ETF  Putawan Pulom  กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ทำลายสถิติด้วยเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง $332.9 ล้านในวันที่ 29 พฤศจิกายน นับเป็นครั้งแรกที่กองทุน Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงกว่ากองทุน Bitcoin ETF  ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อกองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐอเมริกาสร้างสถิติใหม่ ด้วยเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนสูงถึง 332.9 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่ 295.5 ล้านดอลลาร์ถึง 37.4 ล้านดอลลาร์  BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก มีบทบาทสำคัญกับเม็ดเงินไหลเข้ากว่า 250.4 ล้านดอลลาร์ โดย Nate Geraci ประธานของ ETF Store ระบุว่า กองทุน iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock มีเม็ดเงินไหลเข้าสะสมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์แล้วนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 23 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวงการการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี  Spot Ether ETFs พบการไหลเข้า $332.9 ล้านดอลลาร์ ( ที่มา : CoinGlass )  ล่าสุด Ethereum มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 3,697.35 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.88% นับจากวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวก Pentoshi นักเทรดคริปโตรายหนึ่งมองว่า นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของการไหลเข้าของเงินทุน ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในตลาดคริปโต  สิ่งที่น่าสนใจและสร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนคือ วันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่กองทุน Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงกว่ากองทุน Bitcoin ETF โดย Felix Hartmann ผู้ก่อตั้ง Hartmann Capital มองว่านี่คือสัญญาณที่วอลล์สตรีทกำลัง “เข้าร่วมการเล่นเกมนี้อย่างเป็นทางการ” ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในอนาคต  ( ที่มา : Felix Hartmann )  นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 224.9 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ETF มีเพียง 35.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการไหลออกในวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ความแตกต่างของเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุนสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เปลี่ยนไปยัง Ethereum อย่างเห็นได้ชัด  การเติบโตของ Ethereum ETF นี้ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นในวงการคริปโตเคอร์เรนซี แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของการยอมรับและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มมากขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดการเงินโลก นักวิเคราะห์หลายรายมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการการลงทุน

2024-11-30Ethereum

หุ้นบริษัท SOS ของผู้ประกอบการชาวจีนในสหรัฐฯ พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% หลังประกาศแผนการลงทุนใน Bitcoin- CryptoSiam

ข่าวต่างประเทศหุ้นบริษัท SOS ของผู้ประกอบการชาวจีนในสหรัฐฯ พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% หลังประกาศแผนการลงทุนใน Bitcoinบริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 40%  Putawan Pulom  บริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 40%  บริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจบริการทางการเงินในจีนและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ได้ส่งสัญญาณที่น่าสนใจต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซีด้วยการประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่าสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในทันที  รายละเอียดจากการแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน เผยให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจนของบริษัท โดย นายหยางไต หวัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการ ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดจาก “ความเชื่อมั่นระยะยาวในบทบาทของ Bitcoin ในฐานะทรัพย์สินสำรองและสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์”  หุ้นของ SOS ปิดการซื้อขายโดยมีราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 43% ที่ระดับราคา 9.93 ดอลลาร์ในวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นอีก 14.5% ในช่วงหลังตลาดปิดไปแตะ 11.36 ดอลลาร์  หุ้น SOS แตะระดับสูงสุดที่ 15.35 ดอลลาร์ในช่วงวันที่ 27 พฤศจิกายน ( ที่มา: Google Finance )  กลยุทธ์การลงทุนของ SOS จะมุ่งเน้นไปที่การใช้วิธีการลงทุน การซื้อขาย และการใช้สัญญาอนุพันธ์ (Derivatives) เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด  ภาพรวมของตลาด Bitcoin ในขณะนี้ดูค่อนข้างสดใส โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ การเปิดตัวกองทุน Spot Bitcoin ETF และพัฒนาการทางกฎระเบียบของสหรัฐอเมริกาที่เอื้อต่อสินทรัพย์ดิจิทัล Bitcoin ได้พุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 40% ในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากเพียง 70,000 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นสู่ระดับ 99,860 ดอลลาร์  อย่างไรก็ตาม ประวัติการดำเนินงานของบริษัท SOS ดูไม่ค่อยราบรื่นนัก โดยหุ้นของบริษัทได้ร่วงลงถึง 86.5% ในปีนี้ ซึ่งนำไปสู่การได้รับจดหมายแจ้งการไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์จากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ในเดือนสิงหาคม  SOS ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่กระโจนเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มวิดีโอ Rumble ก็ได้ประกาศซื้อ Bitcoin มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 13% ในขณะที่ Genius Group บริษัทการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ก็ได้ซื้อ Bitcoin มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ และมีแผนที่จะถือครอง Bitcoin ถึง 90% ของทรัพย์สินสำรองภายในบริษัท  การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นจากบริษัทต่างๆ ต่อสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะยังคงมีความผันผวนและความไม่แน่นอนก็ตาม  ตลาดการเงินและนักลงทุนต่างจับตามองว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร และ Bitcoin จะสามารถรักษาระดับราคาที่สูงขึ้นได้หรือไม่ในระยะยาวบริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 40%

2024-11-28Bitcoin
1
...
2527
...
1000