SCBX เข้าซื้อ Bitkub มูลค่า 17,850 ล้าน เขย่าวงการสกุลเงินดิจิตอล

ในวันอังคารที่ผ่านมา บริษัทซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลชื่อดัง Bitkub กลายเป็นยูนิคอนร์นรายที่ 3 ของประเทศไทย หลัง SCBX ให้ บล.ไทยพาณิชย์ เข้าซื้อบิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด คิดเป็นสัดส่วน 51% รวมมูลค่า 17,850 ล้านบาท  ทาง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (BK:SCB) ระบุว่าเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิตอล รวมถึงส่งเสริมระบบนิเวศทางด้านสินทรัพย์ดิจิทัล(Digital Asset Ecosystem) ในระดับประเทศให้แข็งแกร่ง  การประกาศเข้าซื้อดังกล่าวทำให้ Bitkub Coin ซึ่งเป็นเหรียญสกุลเงินดิจิตอลของ Bitkub พุ่งแตะ 99.99 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 92 บาทในช่วงเช้าวันพุธ  SCB ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ปรับโฉมธุรกิจเป็น SCBX พาหุ้นพุ่งขึ้น 20% โดยเน้นย้ำการสร้างฐานลูกค้า 200 ล้านคน เพื่อเชื่อมต่อระบบทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ ธปท. การเข้าซื้อบริษัทซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลในครั้งนี้ก็เป็นการเน้นย้ำถึงความต้องการในการขยายฐานลูกค้าไปสู่คนรุ่นใหม่ที่สนใจทรัพย์สินดิจิตอลมากขึ้น  สกุลเงินดิจิตอลอื่นที่น่าจับตา  Bitcoin เพิ่มขึ้น 1532.9 ราคาอยู่ที่ 62,874.0 ดอลลาร์  Ethereum เพิ่มขึ้น +6.08% มาอยู่ที่ 4,584.78 ดอลลาร์

2021-11-03การวิเคราะห์เชิงลึก

คลิปสุดสยอง ช่วงเหรียญ Squid จาก Squid Game โดนทุบหรือ Rugpull

Squid Game ซีรีส์จากประเทศเกาหลีชื่อดังได้ถูกนำมาตั้งชื่อเป็น cryptocurrency และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในช่วงสามวันที่ผ่านมาโดยได้ทำสถิติสูงถึงเหรียญละ 2856.64 ดอลลาร์ ก่อนจะร่วงลงมาสู่ระดับ 0.0008325 ดอลลาร์ในช่วงเย็นวานที่ผ่านมา    (คลิปราคาเหรียญร่วงแรงต่อหน้าต่อตา)  แม้ว่าเหรียญดังกล่าวจะได้ผลตอบแทนที่มีมูลค่ามหาศาลในช่วง 3 วันที่ผ่านมา แต่ผู้ใช้งานบางรายได้กล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถขายโทเคนเหล่านี้ได้ ตามเอกสารไวท์เปเปอร์ระบุว่าสกุลเงินดิจิทัลนี้มีเทคโนโลยีที่่ต่อต้านไม่ให้ผู้ซื้อขายเหรียญได้หากไม่ตรงตามเงื่อนไขทุกประการ  ก่อนหน้านี้ทางแอปพลิเคชัน WikiBit ได้เคยมีคำเตือนไปแล้วว่าเหรียญ Squid ดังกล่าวเข้าข่ายเหรียญขยะ รวมถึงมีคำเตือนถึงความเสี่ยงแล้ว และไม่สามารถ swap เหรียญกลับคืนได้ในกระดานเทรด pancakeswap ทำให้มีผู้ใช้งานหลายคนร้องเรียนถึงกระดานเทรดดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และหลายคนเสียเงินเสียน้ำตาไปกับเหรียญนี้

2021-11-02การวิเคราะห์เชิงลึก

ภายใต้การ ‘ล้างพอร์ต Crypto’ ที่เลวร้าย มี ‘ข้อดี’ อะไรซ่อนอยู่?

หลายคนอ่านหัวข้อแล้วคงตกใจ ห้ะ? ล้างพอร์ตเนี่ยนะจะมีข้อดี? เสียทั้งเงิน เสียทั้งความรู้สึก จนหลายคนถอดใจหนีออกไปจากตลาดพร้อมหนี้สินก้อนโต บางคนก็แบกรับไม่ไหวคิดจบชีวิตไปเลยก็มี แต่รู้มั้ยว่าภายใต้สถาการณ์ร้าย ๆ นี้ มันก็มีอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่ ใครก็กำลังเผชิญสถานการณ์นี้อยู่ ลองมาเรียนรู้ด้านดี ๆ ไปพร้อมกัน   1. เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ที่ทำให้เลิกมโนว่า ‘รวยง่าย รวยเร็ว’ มีอยู่จริง  ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ โดยเฉพาะในตลาด Crypto ของเรา นี่มันเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูง คนที่จะประสบความสำเร็จต้องเรียนรู้ทั้งทางเทคนิค และการจัดการอารมณ์ที่ดีพอ ตามโซเชียลที่คนโพสต์ ๆ กันว่าได้กำไรเป็นแสนเป็นล้านภายในไม่กี่นาทีมันไม่ได้ทำง่าย ๆ อย่างที่เราคิด การที่เราลงทุนอย่างไร้สติเพราะคิดว่ามัน ‘ง่าย’ คงไม่ใช่คำตอบของตลาดนี้ และการล้างพอร์ตคือเครื่องเตือนสติที่ดีที่สุด   2. ได้กลับมาทบทวนกับตัวเอง  การล้างพอร์ต คือหนึ่งในขั้นตอนของการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ มันไม่ใช่ความล้มเหลว คุณล้มแล้วคุณก็ลุกใหม่ในเวอร์ชันที่ดีกว่า การล้างพอร์ตเหมือนการเขย่าตัวแรง ๆ ว่าต้องมีสติ ได้เวลาคิดทบทวนว่าอะไรที่ตัวเองทำผิดพลาด อะไรที่เราประมาท อะไรที่ศึกษาไม่ดีพอ ตรงไหนที่เราควรโฟกัสมากขึ้น สิ่งเหล่านี้แหละจะทำให้คุณเข้าใกล้จุดหมายมากขึ้น “ยิ่งล้างยิ่งต้องเรียนรู้ ยิ่งต้องฝึกฝนและพัฒนา”   3. ทำให้ประมาทน้อยลง รอเป็น ใจเย็นได้  หลายครั้งที่ความประมาททำให้เราสูญเสีย การล้างพอร์ตครั้งนี้จะทำให้คุณรู้ว่าห้ามใช้อารมณ์กับสนามนี้ ความอยากเอาชนะด้วยตลาด เพราะคิดว่าอีกนิดเดียวจะได้ผลตอบแทนมหาศาล โดยไม่ดูความเป็นไปได้นั่นแหละหายนะ การล้างพอร์ตจึงทำให้เราเรียนรู้ที่จะสงบลง ใจเย็นลง และรอคอยให้แน่ใจจริง ๆ ถึงเปิดออเดอร์   4. กดดันน้อยลง ระวังมากขึ้น  ไม่มีใครเข้ามาในตลาดนี้โดยคิดว่าตัวเองจะล้างพอร์ต บางคนกดดันตัวเองมากว่าตัวเราจะผิดพลาดไม่ได้เลย เทรดด้วยความเครียดความกังวล แต่เมื่อล้างพอร์ตแล้ว แม้จะเสียเงินไป แต่ตอนนั้นเราจะรู้แล้วว่าอาการมันเป็นยังไง รู้แล้วว่าใคร ๆ ก็ล้างพอร์ตกันได้หมด รู้ว่ามันคือนี่มันเป็นเส้นทางที่เราต้องเจอ วันที่คุณกลับมาได้คุณจะรู้เลยว่าไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง เพราะในตลาดใหญ่คับโลกนี้ เราตัวเล็กมากจริง ๆ แค่ระวังให้มากขึ้น คิดให้มากขึ้น วางแผนให้รัดกุมขึ้น หลังจากนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด  รู้ว่าการสูญเสียมันแย่ แต่การล้างพอร์ตมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เจอกันทั้งนั้น และคุณก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ อยากให้ลองคิดว่าการล้างพอร์ตเป็นบันไดอีกขั้นก่อนจะไปถึงเป้าหมาย “การเริ่มเทรด ก็เหมือนกับการหัดขับจักรยาน วันที่คุณล้ม ถ้าคุณเลิกหัด คุณจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากบาดแผล”  ทั้งนี้ เราไม่ได้บอกให้ทุกคนล้างพอร์ตกันหมดนะ ลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดดีกว่าอยู่แล้ว  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-11-02การวิเคราะห์เชิงลึก

Parachain Auctions ที่กำลังจะมีขึ้น ส่งให้ Polkadot ไปสู่ราคาสูงสุดใหม่

แม้ “Uptober” จะจบลงแล้ว แต่เหมือนตลาดกระทิงของ crypto ยังขยายไปเดือนต่อ ๆ ไป ทั้ง “Upvember, Upcember” และอื่น ๆ โดยตัวเอกของเดือนที่แล้วคือ Bitcoin ( BTC ) และ Ether ( ETH ) เนื่องจากแต่ละตัวได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม Polkadot ก็เริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยการไปสู่ราคาสูงสุดใหม่เช่นกัน  เครือข่าย Polkadot (DOT) เป็น sharding, multichain protocol ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลหรือประเภทสินทรัพย์ใด ๆ แบบ cross-chain และโครงการมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายที่แยกจากกันทั่วทั้งระบบนิเวศบล็อกเชน  โมเมนตัมสำหรับ DOT เพิ่มขึ้นในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา โดยราคาเพิ่มขึ้น 95% จากระดับต่ำสุดที่ 26.05 ดอลลาร์ในวันที่ 29 กันยายนเป็นระดับสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ 51.57 ดอลลาร์ในวันที่ 1 เดือนพฤศจิกายน เนื่องจากปริมาณการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น 135% เป็น 2.93 พันล้านดอลลาร์  จุดแข็งที่เพิ่มขึ้นของ DOT ส่วนใหญ่มาจากการเปิดตัว Parachain Auctions บนโปรโตคอล Polkadot และนักเทรดต่างคาดการณ์ถึงความสำเร็จของ Parachain Auctions ที่เกิดขึ้นใน Kusama ซึ่งเป็นเครือข่ายน้องสาวของ Polkadot และคาดหวังว่า DOT จะเป็นเช่นนั้น  Parachain Auctions ของ Polkadot อยู่ระหว่างการพัฒนามาตลอดปี 2021 และความตื่นเต้นรอบ ๆ การเปิดตัวในวันที่ 4 พ.ย. นี้ก็ดูเหมือนจะเป็นแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังการทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ 51.57 ดอลลาร์ในวันนี้ของ DOT

2021-11-02การวิเคราะห์เชิงลึก

สิงคโปร์ตั้งเป้านั่งแท่นฮับตลาดเงินคริปโตฯโลก

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายราวี เมนอน ผู้ว่าการธนาคารกลางสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) เปิดเผยถึงความตั้งใจของสิงคโปร์ในการเข้าไปเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโต  นายเมนอนระบุว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์มองว่า แนวทางที่ดีที่สุดในการจัดการธุรกิจเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตไม่ใช่การจำกัดหรือสั่งห้าม แต่เป็นการกำกับดูแลอย่างแข็งขัน เพื่อให้บริษัทที่ทำตามกฎระเบียบและจำกัดความเสี่ยงนั้น สามารถประกอบกิจการต่อไปได้  “กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตถือเป็นการลงทุนในอนาคต และแม้ว่าในขณะนี้ภาพอนาคตจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจน แต่การไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในด้านนี้ ก็อาจทำให้สิงคโปร์พลาดโอกาสการเข้าร่วมตลาดนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้เรามีข้อได้เปรียบ รวมถึงช่วยให้เราทำความเข้าใจถึงประโยชน์และความเสี่ยงของสกุลเงินคริปโตได้ดีขึ้น” นายเมนอน กล่าว  นอกจากนี้ นายเมนอนยังให้ความเห็นว่าสิงคโปร์มีเดิมพันสูงในด้านนี้ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางการเงินของโลกอยู่แล้ว ดังนั้น สิงคโปร์จึงต้องยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ รวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินอย่างผิดกฎหมาย  โดยนายเมนอนเปิดเผยว่า สิงคโปร์ให้ความสนใจกับการพัฒนาเทคโนโลยีคริปโต เช่น บล็อกเชนและ Smart Contract ตลอดจนมีการดำเนินการด้านต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือโลกในยุคเว็บ 3.0

2021-11-02การวิเคราะห์เชิงลึก

สงครามระหว่างเหรียญหมา Shiba และ Doge กำลังเกิดขึ้น!

สงครามระหว่างเหรียญหมา Shiba และ Doge กำลังเกิดขึ้น!เมื่อ Binance จะเปิดการซื้อขายสำหรับคู่ซื้อขาย SHIB/DOGE เวลา 2021-11-02 08:00 น. (UTC) หรือเวลา 15:00 ตามเวลาไทย  อาจเป็นเพราะความร้อนแรงของเหรียญตระกูลหมา Shiba และเหรียญ Doge ที่หลายคนมักจะแซวกันว่ากัดกันตลอด และมีการแย่ง Marketcap กันอย่างรุนแรง ทาง WikiBit ก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลังจากที่เปิดเทรดเหรียญคู่นี้แล้วจะมีความผันผวนขนาดไหนกันนะ

2021-11-01การวิเคราะห์เชิงลึก

เมื่อเซียนหุ้น ‘เซียนฮง’ มาลงทุนคริปโต

ฮงยอมรับว่า นอกจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยแล้ว ปัจจุบันเริ่มศึกษาตลาดคริปโตฯ และหุ้นต่างประเทศบ้าง เพียงแต่สัดส่วนการลงทุนยัง ‘น้อยมาก’ เมื่อเทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย “โชคดีที่เหรียญคริปโตฯ หนึ่งซึ่งผมเข้าไปลงทุน ราคาขึ้นมาเป็นเท่าตัว ตอนนี้ก็ขายออกไปหมดแล้ว ขายไปที่ราคา 36 ดอลลาร์ ตอนเดือนกันยายน จากราคาที่เข้าไปซื้อราวๆ 17 ดอลลาร์ ตอนเดือนเมษายน”  ฮงเล่าว่า สาเหตุที่เลือกลงทุนในเหรียญที่ว่านี้ (ไม่ขอเอ่ยชื่อ) เพราะเห็นว่ามีระบบโทเคน และที่สำคัญซัพพลายของเหรียญยังสามารถแปลงไปเป็น StableCoin (เหรียญที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง) ได้ ซึ่งเท่าที่ลองศึกษาพบว่า เจ้า StableCoin ของเหรียญนี้คนนิยมนำไปใช้สำหรับการฟาร์มเพื่อรับผลตอบแทนกันค่อนข้างมาก  กลไกการฟาร์มเหรียญเหล่านี้ฮงยกตัวอย่างว่า คนที่อยากซื้อหุ้น Apple หรือ Tesla ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าไปซื้อหุ้นนั้นจริงๆ ก็สามารถเข้าไปลงทุนในระบบที่ราคาเหรียญผูกกับราคาหุ้นเหล่านั้นได้ พอซื้อเสร็จก็เอาเหรียญเหล่านี้มาฟาร์ม แล้วรอรับผลตอบแทนที่คล้ายกับการกินดอกเบี้ยแต่มีอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า  นอกจากนี้แพลตฟอร์มของเหรียญดังกล่าวยังมีระบบที่สามารถนำ StableCoin ไปฝาก ซึ่งคล้ายกับการฝากเงินในธนาคาร แล้วรอรับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยที่สูงถึง 20% เขาจึงค่อนข้างมั่นใจว่าด้วยระบบต่างๆ ที่กล่าวมา น่าจะทำให้ความต้องการใช้เหรียญเหล่านี้มีจำนวนมากขึ้น   เกือบถอดใจตัดขาดทุนกว่า 70%    อย่างไรก็ตามฮงยอมรับว่า การเข้าลงทุนในตลาดนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถทำกำไรได้ทันที เพราะในช่วงแรกหลังจากที่เข้าลงทุนในเหรียญดังกล่าว ปรากฏว่าราคาของเหรียญอยู่ๆ ก็ร่วงลงรุนแรง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ตลาดคริปโตฯ เริ่มปรับฐานลงมาแรงในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ทำให้ราคาเหรียญที่เขาถืออยู่ร่วงลงตามไปด้วย  ฮงเล่าว่า ราคาเหรียญร่วงลงมาเหลือเพียง 5 ดอลลาร์ จากต้นทุนที่ 17 ดอลลาร์ ถ้าขายออกไปในช่วงนั้นจะขาดทุนมากถึง 70%.  “ช่วงที่ตลาดแตก (ราคาเหรียญหล่นไปแรงๆ) ก็แอบคิดเหมือนกันว่า สิ่งที่เราวิเคราะห์มาทั้งหมดมันใช่หรือไม่ มันเป็นไปอย่างที่เราคิดไว้หรือเปล่า เรามั่วหรือเปล่า เรียกว่าราคาร่วงหนักมากๆ จนเสียความมั่นใจ ตอนนั้นก็ถามตัวเองว่า ถ้าเราจะขายจะขายด้วยเหตุผลอะไร สุดท้ายตัดสินใจถือต่อ กระทั่งราคาเหรียญเด้งขึ้นมา”  ฮงบอกว่า ช่วงแรกที่ราคาเหรียญเริ่มรีบาวด์ ตอนนั้นคิดในใจว่า ถ้าได้ทุนคืนก็หรูแล้ว ซึ่งไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้กำไรเป็นเท่าตัว  เคล็ดลับการเลือกเหรียญลงทุนสไตล์ VI    สำหรับราคาเหรียญที่เด้งขึ้นมาฮงบอกว่า ส่วนหนึ่งต้องชมเจ้าของเหรียญที่เก่งด้วย โดยพยายามหารูปแบบบริการใหม่ๆ มาดึงดูดให้นักลงทุนมีความต้องการใช้เหรียญมากขึ้น ซึ่งข้อนี้ถือเป็นคุณสมบัติหลักที่เขาใช้สำหรับการคัดเลือกเหรียญคริปโตฯ ในการลงทุน ถ้าจะลงในเหรียญไหน ผมต้องดูว่าเจ้าของเก่งหรือไม่ อยากเห็นคนที่สร้างเหรียญเป็นคนหนุ่มไฟแรง มีหัวคิดล้ำๆ เพราะโลกของคริปโตฯ เป็นโลกของคนรุ่นใหม่ ต้องปรับตัวได้เร็ว ปรับตัวได้เก่ง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นล้าหลังคนอื่น ดังนั้นคนพัฒนาเหรียญก็ต้องตีโจทย์นี้ให้แตกว่าจะหารายได้อย่างไร มีค่าธรรมเนียมจากช่องทางไหนได้บ้าง แล้วทำอย่างไรจึงจะตอบโจทย์ผู้ลงทุนเพื่อดึงเขามาใช้เหรียญมากขึ้น  สำหรับ Bitcoin ฮงยอมรับว่า ไม่เคยเข้าไปลงทุน เพราะ ‘ประเมินมูลค่า’ ไม่ออก ซึ่งในความเข้าใจของเขา Bitcoin เป็นเรื่องความเชื่อที่คนมองกันว่าจะเป็นตัวแทนของทองคำในโลกดิจิทัล แต่สำหรับฮงแล้ว แม้แต่ทองคำเอง เขาก็ไม่รู้ว่ามูลค่าที่แท้จริงเป็นเท่าไรกันแน่ “คนซื้อ Bitcoin ในความเห็นผม เขาคงอยากรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเอาไว้ เช่น ในเวเนซุเอลาที่เงินด้อยค่า คนในประเทศก็เอาเงินมาถือเป็น Bitcoin เพื่อจะรักษามูลค่าของเงิน จึงเชื่อว่าคนที่ลงทุนใน Bitcoin ส่วนหนึ่งน่าจะมีแนวคิดแบบนี้”  อย่างไรก็ตามฮงย้ำว่า ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นในตลาดคริปโตฯ โดยถือเป็นช่วงเวลาของการลองผิดลองถูก เป็นช่วงของการศึกษาเพื่อให้รู้ว่ารูปแบบการวิเคราะห์ต้องเป็นแบบใดจึงจะสามารถอยู่รอดและมีกำไรได้ในตลาดนี้ นอกจากนี้เขายอมรับด้วยว่า อยู่ระหว่างมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งเท่าที่ศึกษาในตอนนี้พบว่า หากหาเหรียญที่น่าสนใจได้ ก็พอจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อยู่ เพียงแต่การลงทุนในตลาดนี้มีความเสี่ยงมากกว่าตลาดหุ้นค่อนข้างมาก ดังนั้นผู้ลงทุนจำเป็นต้องรับความเสี่ยงได้สูง จะเห็นว่าฮงใช้หลักการลงทุนในตลาดคริปโตฯ ผ่านการ ‘ประเมินมูลค่า’ ของตัวเหรียญ โดยวิเคราะห์ดูว่าในอนาคตเหรียญนั้นจะมีรูปแบบหรือเครื่องมือใดที่ดึงดูดให้ผู้คนหันมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลักการที่ว่านี้ไม่ต่างไปจากการประเมินมูลค่าของตัวหุ้นที่นักลงทุน VI นำมาใช้กัน

2021-11-01การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้ก่อตั้ง Cardano กล่าวว่าการอัพเกรด จะกลายเป็นจุดที่ทำให้ผู้คนแห่มาใช้

Cardano หนึ่งในระบบนิเวศที่มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดและได้เห็นพัฒนาการมากมายเกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การอัปเกรดต่าง ๆ ไม่เพียงเกิดขึ้นในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงในทั่วโลก นั้นส่งผลทำให้ราคา ADA มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 1500% ในปี 2021 และนี่คือสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้จากโปรเจกต์ Cardano ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้  ระหว่างการให้สัมภาษณ์ใน AMA ตอนล่าสุด Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ได้มีการไลฟ์วีดีโอถ่ายทอดสดตรงมาจากเอธิโอเปีย พร้อมอธิบายถึงเรื่องสะพานเชื่อมระหว่างโทเค็น ERC-20 บนเครือข่าย Cardano ที่กำลังจะเปิดตัวขึ้นในวันที่ 12 กันยายน Hoskinson กล่าวว่า สิ่งนี้จะเป็นสะพานที่เชื่อมต่อกับผู้ใช้ภายนอกระบบนิเวศของ Cardano โดยผู้ใช้ Ethereum จะได้รับประโยชน์จากความสามารถในการทำธุรกรรมของ Cardano และค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า  โดยโทเค็นตัวแรกที่ถูกย้ายไปยังเครือข่ายของ Cardano เมื่อมีการเปิดตัวก็คือ SingularityNET ซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินงาน “SingularityNET กำลังอยู่ในขั้นตอนของการโยกย้ายเครือข่าย ในขณะเดียวกันการแปลงโทเค็น ERC 20 จะมีเป้าหมายหลัก ๆ อยู่ 2 ประการคือ 1. main chain เมื่อ Plutus อยู่ที่นี่เราสามารถทำอะไรเจ๋งๆ ได้มากมาย และด้วยสิ่งนั้นมันจะมีสะพานสองทางที่สวยงามสู่ Mamba Pool ของเรา” อย่างไรก็ตาม เป้าหมายยังคงดำเนินการตามแผนเดิม  โดยเป้าหมายในระยะยาวคือ การการทำงานร่วมกันบนเครือข่ายของ Cardano สิ่งนี้จะช่วยในเรื่องของการโยกย้ายสินทรัพย์ไปมาระหว่างเครือข่าย รวมถึงการ wrap สินทรัพย์และอื่นๆ Hoskinson กล่าวระบุ นอกจากนี้ ยังมีคำถามอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Plutus Application Backend (PAB) หนึ่งในเครื่องมือที่ถูกนำเสนอโดยแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถปรับใช้สัญญา Smart contract ร่วมกันบนเครือข่ายของ Cardano ซึ่ง Hoskinson คาดการณ์สิ่งนี้น่าจะเปิดตัวเร็วที่สุดในเดือนพฤศจิกายน ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จในการดำเนินการดังกล่าวจะมาพร้อมกับตัวอัพเกรดที่สำคัญอย่าง Hydra หนึ่งในการพัฒนาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Alonza Hardfork

2021-11-01การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ้ามือโอนเหรียญ Ethereum มูลค่ากว่า 3.6 หมื่นล้านบาทหลังราคา Ethereum พุ่งแตะระดับ ATH

เมื่อช่วง 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา บอทติดตามธุรกรรมการโอนเหรียญคริปโตของเจ้ามือที่ชื่อว่า ‘Whale Alert’ ได้พบเห็นการทำธุรกรรมจำนวนมหาศาลหลายรายการ และเป็นที่สังเกตว่าการทำธุรกรรมเหล่านี้มีขึ้น หลังจากที่ราคาของ Ethereum ได้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ $4,400 ทำลายสถิติเดิมก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมที่อยู่เหนือระดับราคา$4,300 เล็กน้อย  เจ้ามือโอนเหรียญ ETH มูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์หลังราคาพุ่งแตะระดับ ATH การทำธุรกรรมจำนวนทั้งหมด 9 รายการคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1.118 พันล้านดอลลาร์ และได้ปรากฎขึ้นหลังจากที่ราคาของ Ethereum พุ่งสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 4,400 ดอลลาร์ การทำธุรกรรมมากที่สุดมีจำนวนอยู่ที่ 51,837 ETH (224,934 ดอลลาร์) ส่วนการทำธุรกรรมอื่น ๆ มีจำนวนตั้งแต่ 20,000 จนถึง 40,000 Eth ธุรกรรมส่วนใหญ่ถูกดำเนินการโดยวาฬที่ไม่เปิดเผยตัวตน  และบางส่วนถูกโอนโดยบริษัทแลกเปลี่ยนคริปโตชั้นนำอย่าง Binance, Gemini และ Bithumb ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ Ethereum จำนวน 250,964 ETH ที่ถูกโอนไปมีมูลค่าทั้งหมดอยู่ที่ $1,093,691,073.44 เนื่องจากราคาของ ETH มีการปรับตัวลงเล็กน้อย ตามทวีตที่โพสต์โดยผู้ให้บริการข้อมูลการวิเคราะห์ Santiment ตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในเหตุผลที่ราคา Ethereum ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ $4,400 นั้นอาจเกี่ยวกับการโอนเหรียญจำนวนใหญ่มากถึง 1.74 ล้าน ETH ออกจากกระดานแลกเปลี่ยนในวันอังคาร นักวิเคราะห์ Santiment เชื่อว่าภาพรวมข้อมูลตัวชี้วัดบนเครือข่ายนั้นยังคงอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีสำหรับ Ethereum ในขณะนี้ ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ Ethereum มีการซื้อขายกันอยู่ที่ $4,345 โดยมีมูลค่าตลาดทั้งหมดอยู่ที่ 513,329,110,323 ดอลลาร์

2021-11-01การวิเคราะห์เชิงลึก

นักลงทุนชื่อดังเปิดโพย! 15 เหรียญเด่นลงทุนระยะยาว

Crypto by efinanceThai รวบรวมมาให้คุณที่นี่แล้ว โดยใช้วิธีการสอบถามจากมุมมองของเหล่าผู้มีประสบการณ์ และศึกษาเรื่องคริปโทเคอร์เรนซีมาเป็นระยะเวลาหลายปี ด้วยคำถามที่ว่า “ถ้าให้เลือก 5 เหรียญที่เหมาะจะลงทุนในระยะยาวมีตัวไหนที่มีศักยภาพบ้าง เพราะอะไร” แต่ต้องขอย้ำก่อนว่านี่คือความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น! ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่พวกเขาเลือกคือสิ่งที่ถูก   ดังนั้น บทความนี้เราขอทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ อย่าลืมศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมในแต่ละเหรียญ เราหวังว่าอย่างน้อยที่สุด นี่คือจุดเริ่มต้น ให้มือใหม่หรือมือเก่าได้นำไปต่อยอดการศึกษา และค้นคว้าแทนที่จะเสียเวลาไปค้นทั้ง 12,000 เหรียญ แต่เราจะช่วยย่นเวลาให้คุณ ไม่ต้องไปงมเข็มในมหาสมุทร รวมออกมาได้ทั้งหมด 15 เหรียญ ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลย  1.Bitcoin (BTC)  2.Ethereum (ETH)  3.Binance Coin (BNB)  4.Solana (SOL)  5.Terra (LUNA)  6.Uniswap (UNI)  7.MakerDAO (MKR)  8.Firo (FIRO)  9.Monero (XMR)  10.Polkadot (DOT)  11.Algorand (ALGO)  12.FTX Token (FTT)  13.Avalanche (AVAX)  14.Alpha Finance (ALPHA)  15.Sushiswap (SUSHI)  *** “Kim DeFi Daddy” เจ้าพ่อฟูลไทม์ดีฟายฟาร์มเมอร์ไม่น่าเชื่อว่าต่อให้ค่าแก๊สแพงแค่ไหนแต่ในใจเขายังมี “Ethereum”   “คิม” กานต์นิธิ ทองธนากุล เจ้าพ่อ DeFi ในไทยที่สาวกสายฟาร์มรู้จักกันเป็นอย่างดี หลายคนอาจไม่ทราบว่านอกจากเขาจะเป็นนักลงทุน DeFi แบบเต็มเวลาแล้ว เขายังเป็นหนึ่งในทีมบริหารของบริษัท Merkle Capital ซึ่งบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับลูกค้า ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารถึง 700 ล้านบาท!  เมื่อเราถามถึงมุมของการลงทุนระยะยาวในเหรียญดิจิทัล ส่วนตัวของ “คิม” ไม่พลาดที่จะเลือก 2 เหรียญหลักอย่าง Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) เพราะ “Bitcoin” เป็นสกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของโลก ถูกเปรียบให้เหมือนกับทองคำดิจิทัลไปแล้ว มีสภาพคล่อง และได้รับการลงทุนจากบริษัทต่างประเทศมากมาย  ส่วน Ethereum เป็นเหรียญที่ให้กำเนิดโครงการ DeFi ชื่อดังของโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Uniswap,Compound ล้วนเกิดขึ้นมาได้เพราะเหรียญนี้ หากเราเชื่อมั่นว่า DeFi คืออนาคตของโลกการเงิน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ถือ ETH  เขายังชอบอีก 3 เหรียญคือ Binance Coin (BNB) เพราะเป็นเหรียญของเว็บเทรดอันดับ 1 ของโลกอย่าง Binance ที่มีคุณสมบัติมากกว่าการลดค่าธรรมเนียมเทรด แต่ยังเป็นเหรียญ Native สำหรับเครือข่าย Binance Smart Chain ใช้สำหรับลงทุนบนโลก DeFi ได้อีกด้วย  Solana (SOL) เหรียญบล็อกเชน Layer1 อีกตัวที่น่าสนใจ ได้รับการสนับสนุนจาก Sam Bankman-Fried เจ้าของเว็บเทรดระดับโลกอย่าง FTX ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากมายถูกพัฒนาบน Solana และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ  Terra (LUNA) ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นเหรียญบล็อกเชนของ stable coin ชื่อดังอย่าง UST ที่ใช้ระบบ Algorithmic Stablecoin แล้วประสบความสำเร็จเป็นตัวแรกๆ ได้รับการสนับสนุนจากทางการของเกาหลีใต้ มีฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  *** “ต้นฮ้อ” นักพัฒนาชื่อดังชาวไทยผู้ส่งชอบส่งซิกเหรียญแห่งอนาคตที่เขาทำการค้นคว้ามาอย่างเงียบๆวันนี้เขาเผย 5 เหรียญที่น่าสนใจโดยเฉพาะพวกตัวเล็กๆที่คุณ “อาจไม่เคยรู้จักมาก่อน”  “ต้นฮ้อ” พลากร ยอดชมญาณ นักพัฒนาชื่อดังชาวไทย ซึ่งศึกษาและลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีมาหลายปีและชื่นชอบการค้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ชนิดที่เรียกว่ามักจะเป็น “ผู้มาก่อนกาล” ส่วนตัวเขาแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.ลงทุนตัวหลัก 2.ลงทุนตัวรอง และ 3.ลงทุนตัวเล็กที่มีโอกาสเติบโตสูง  “ตัวหลักผมเลือก Bitcoin กับ Ethereum ผมคิดว่าเราควรมีตัวหลักอย่างน้อยก็ 2 ตัวนี้ติดพอร์ตไว้เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ชนะ และมีศักยภาพสูงในการเติบโตได้ในระยะยาว ยิ่งในส่วนของ Ethereum ถ้าใครที่ได้เข้ามาในโลกของ DeFi ต้องมี Ethereum ติดไว้เป็นค่า gas (ค่าธรรมเนียม) เพื่อใช้งานอยู่แล้ว”  ตัวรองสำหรับเขาเลือก Uniswap (UNI) กับ MakerDAO (MKR) เพราะถือเป็นผู้นำในโลก DeFi โดย Uniswap เป็นผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุด ส่วน MakerDAO เป็นเจ้าแรกที่ทำสกุลเงินที่เป็นกลาง (Unbiased currency) ไม่ขึ้นตรงกับรัฐหรือใครคนใดคนหนึ่ง ปัจจุบันทำสกุลเงินชื่อ DAI เป็นสกุลเงินเทียบมูลค่ากับเงินดอลลาร์  “ทั้งสองตัวเป็นผู้นำที่ถ้ามีคู่แข่งมาแข่งขันก็ไม่ง่ายที่จะเอาชนะ และที่สำคัญกองทุน DeFi ระดับโลกอย่าง Grayscale

2021-10-31การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8991
...
142