ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มนักเทรด หลังมีคนมาตั้งกระทู้เล่าเรื่องราวของตัวเอง เพราะถูกพี่ชายกล่าวโทษหลังสูญเงินกว่า 11.5 ล้านบาท จากการลงทุนคริปโต ตามคำชักชวนของตน หนำซ้ำยังถูกครอบครัวตัดขาด เนื่องจากชี้แนะความล่มจมให้กับคนพี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? แล้วใครเป็นคนผิด? มาติดตามไปพร้อมๆ กัน!!
โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2561 น้องชายได้กล่าวชักชวน และพยายามโน้มน้าวพี่ชายของตนให้ลงทุนซื้อ ‘Bitcoin’ มาเก็บไว้เฉยๆ เพราะช่วงนั้นราคากำลังขาขึ้น สามารถสร้างกำไรได้ แต่พี่ชายของตนกลับไม่สนใจ ต่อมาในปี 2564 ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คนน้องได้ทราบว่าข่าวพี่ชายของตนได้เริ่มลงทุนในตลาดคริปโตตามคำชักชวนของตน แต่เหรียญที่พี่ชายลงทุนนั้นกลับไม่ใช่ ‘Bitcoin’ แต่เป็น ‘Dogecoin’ แทน โดยให้เหตุผลว่า ‘Bitcoin’ มีราคาที่แพงเกินไป จากนั้นพี่ชายจึงได้กดเงินจำนวน 1 แสนบาท มาลงทุนในเหรียญดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นราคา ‘Dogecoin’ อยู่ที่ 15 บาท
จากนั้น 2 สัปดาห์ ก็ได้มีข่าวว่าประเทศจีนแบนการขุด ‘Bitcoin’ เกิดขึ้น ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ขาลง ไม่เว้นแต่ ‘Dogecoin’ ที่ราคาของมันตกลงเหลือเพียง 7 บาท ทำให้พี่ชายโมโห และหันมาต่อว่าตนอย่างรุนแรง ก่อนตัดสินใจขายทิ้งในราคาที่ขาดทุนกว่า 9 บาทต่อเหรียญ ต่อมาพี่ชายได้เห็นราคาตลาดนั้นลงแล้วก็ขึ้น จึงมองเห็นโอกาสตัดสินใจกู้เงินมา 5 ล้านบาท เพื่อสมทบกับเงินสดของเขาอีก 5 ล้านบาท รวมเป็น 10 ล้านบาท ไปซื้อเหรียญ ‘Dogecoin’ ตอนราคาประมาณ 20 บาท และได้ขายขาดทุนกลับมาอีกครั้งในราคา 17 บาทนั่นเอง
ทั้งนี้เหตุการณ์สำคัญมันเกิดขึ้นจากพี่ชายของตนได้ไปสนใจ และลงทุนเหรียญที่มีชื่อว่า ‘Matic’ ในช่วงที่ข่าวจีนแบน ‘Bitcoin’ ยังไม่ซาลง น้องชายจึงตัดสินใจโทรไปบอกพี่ของตนให้รีบขาย เพราะเห็นว่าต้นทุนในการลงทุนนั้นเหลือเพียงแค่ 8 ล้านบาท แต่ปลายสายกลับตอบมาว่าไม่ต้องห่วงเดี้ยวพี่จัดการเอง ตนจึงเลือกที่จะเชื่อ และต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง
ผ่านไปไม่นานน้องชายก็ได้โดนพี่ชายกล่าวโทษสารพัด และถูกไล่ออกจากบ้าน หลังจากทราบว่าพี่ชายของตนนั้นได้กดเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท ไปช้อนเพิ่มในช่วงที่ราคาของเหรียญดังกล่าวอยู่ที่ 1.1 USD แต่โชคไม่เข้าข้าง เพราะราคาของมันกลับตกลงเรื่อยๆ จนทำให้เงินลงทุนกว่า 11.5 ล้านบาท เหลือเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังได้นำเงินที่เหลือไปลงทุนในเหรียญ ‘ADA’ ต่อจนได้กำไรกลับมา และมีเงินตัดตัวอยู่ประมาณ 5 ล้านบาท จนสุดท้ายพี่ชายก็ได้นำเงินทั้งหมดไปลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ และหมดตัวลงในที่สุด
โดยทางฝั่งน้องชายได้ออกมายอมรับว่า ตนนั้นไม่รู้จักตลาดฟิวเจอร์ เขามีเพียงเจตนาที่ให้พี่ชายซื้อ ‘Bitcoin’ เก็บไว้เพื่อสร้างกำไรเท่านั้น แต่พี่ชายได้ลงทุนทุกอย่างเอง ซึ่งในตอนที่เหลือเงิน 5 ล้านบาท ตนได้แนะแนวทางแก้เกมว่า ให้รอช้อนซื้อในช่วงตลาดขาลงหนักๆ พร้อมรอขายในจุดที่ได้กำไรมากๆ แต่ไม่คิดว่าพี่ชายจะนำไปลงทุนในรูปแบบนี้ เลยตั้งกระทู้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดในกลุ่มตั้ง พร้อมตั้งคำถามว่า “การที่ผมชวนพี่มาลงทุนใน ‘Bitcoin’ นี้ มันผิดจนผมต้องโดนตัดขาจากครอบครัวเลยหรอครับ?”
หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และให้กำลังใจกันเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่มองว่า คุณผิดที่ชวนแต่ไม่ให้ความรู้ ส่วนคนพี่ผิดที่ไม่มีความรู้แล้วไปลงทุนโดยที่ไม่ฟังคุณ และผิดตั้งแต่ไปกู้เงินมาเล่นแล้ว ซึ่งมีบางส่วนที่เข้ามาให้คำแนะนำว่าควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุน และอย่าไปชวนใครมาเล่นอีก เพราะถ้าเขาสนใจจริงๆ เขาจะศึกษามากกว่านี้ แล้วมาถามเราเอง นี่เป็นเพียงภาพรวมของคอมเมนต์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทาง ‘Wikibit’ ต้องขอขอบคุณเรื่องราวจากเจ้าของโพสต์ และหวังว่าบทเรียนนี้จะสอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับนักลงทุนได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนการลงทุนทุกครั้งอย่าลืมศึกษา และตรวจสอบข้อมูลให้ดี ดังนั้นคุณควรโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ แล้วใช้มันศึกษาสะ!!
แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!
ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….
App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)
Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

