สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ระวัง!! 9 สัญญาน อันตรายแชร์ลูกโซ่ ในวงการคริปโต

บทคัดย่อ:‘Cryptocurrency’ ปลอมที่อาจจะสร้างโดยองค์กรแชร์ลูกโซ่ที่จะล่อลวงให้คนมาเข้าร่วมกลุ่มและลงทุนในสิ่งนี้ ดังนั้นนักลงทุนทุกคนควรมีความรู้เท่าทัน

ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน และมีอะไรที่เหมือนๆ กัน อย่างเช่น ใช้ ‘Blockchain’ เหมือนกัน ใช้ Proof of Work สำหรับการขุดเหมือนกัน หรือถูกใช้งานเหมือนเป็นสกุลเงินได้เหมือนกัน แต่ภัยร้ายที่มักแอบแฝงเข้ามาได้คือ ‘Cryptocurrency’ ปลอมที่อาจจะสร้างโดยองค์กรแชร์ลูกโซ่ที่จะล่อลวงให้คนมาเข้าร่วมกลุ่มและลงทุนในสิ่งนี้ ดังนั้นนักลงทุนทุกคนควรมีความรู้เท่าทัน เพื่อป้องกันการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็น เงิน และน้ำตา

โดยสัญญาณอันตรายจากการแชร์ลูกโซ่ในวงการคริปโตมีดังนี้

1. ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง หรือใครเป็นเจ้าของ โดยมักจะมีการอ้างชื่อคนนู้นคนนี้ว่ามีชื่อเสียง เป็นนักลงทุนชื่อดังจากต่างประเทศ แต่ลองเสียเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาสักนิด อาจจะเจอข่าวไม่ดี พัวพันกับการฉ้อโกง

2. การได้กำไร หรือได้ผลตอบแทน มีการนำระบบของการเชื้อเชิญคนเพิ่มเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก ทั้งนี้ อย่าสับสนระหว่างระบบ Affliate หรือ Referral ของเว็บเทรดต่างๆ ซึ่งเป็นแค่การตลาดของการเพื่อนชวนเพื่อนธรรมดา ที่เราจะได้ประโยชน์เพียงเล็กน้อยในฐานะผู้เชิญชวน แต่ถ้ารายได้หลักมาจากการเชิญชวน หรือยิ่งมีการสร้างลำดับขั้นแตกกิ่งแบ่งสายอัพไลน์ดาวน์ไลน์แล้วล่ะก็ ให้มั่นใจได้เลยว่านี่คือแชร์ลูกโซ่แน่นอน เพราะคริปโตมีมูลค่าได้จากการแลกเปลี่ยน และความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ไม่ใช่รูปแบบจากการเชื้อเชิญแบบนี้

3. อ้างว่าได้กำไรสูง สม่ำเสมอ และรวดเร็ว

4. ไม่มีแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงง่าย เช่น เว็บไซต์แบบ Bitcoin.org จำเป็นต้องเข้าร่วมกลุ่มจึงจะได้ข้อมูล เพราะถ้าเปิดข้อมูลให้เข้าถึงได้ง่ายๆ เดี๋ยวก็รู้กันหมดว่าโกง

5. ‘Blockchain’ เป็น Closed Source หรือเป็น ‘Blockchain’ แบบส่วนตัว ถ้า Search Google ว่า “ชื่อเหรียญ source code” แล้วไม่เจอเว็บที่เก็บ Source Code ของโปรแกรม ‘Blockchain’ ของเหรียญนั้นๆ ให้ระวังไว้ และบางเหรียญใช้ Private ‘Blockchain’ ไม่เหมือน Public ‘Blockchain’ แบบ Bitcoin หรือ Ethereum ก็ให้ระวังไว้เช่นกัน เพราะเหตุผลที่พวกเขาไม่เปิดเผย Source Code หรือ ‘Blockchain’ สู่สาธารณะ เพราะพวกเขาอาจมีความลับบางอย่างอยู่ ว่าเหรียญนั้นอาจจะไม่ได้ทำงานแบบที่โฆษณาไว้จริงๆ

6. มีแต่ระบบแลกเปลี่ยนกันภายใน ไม่มีกระดานเทรดที่รองรับ

7. ไม่มีชื่อใน Coinmarketcap

8. BadBitcoinไม่มีการแจกแจงข้อมูลในการทำธุรกิจอย่างชัดเจนและโปร่งใส เช่น การโชว์เหมือง Cloud Mining ให้ดู หรือ การโชว์จำนวน และ Transaction ของเหรียญในกระดานเทรดนั้นๆ

9. ไม่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัท หรือเพิ่งจดทะเบียนใหม่ๆ หรือจดทะเบียนมานานพอสมควรแต่ไม่เห็นผลประกอบการ สำหรับ Cryptocurrency ที่ถูกสร้างใหม่มักจะไม่มีใครจดบริษัทมาเป็นเจ้าของมันเนื่องมาจากความไร้ศูนย์กลาง แต่สำหรับ Cloud Mining หรือ เว็บเทรด แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา

หากคุณเจอสัญญาณแบบนี้ แอดบอกได้เลยว่าเลี่ยงได้เลี่ยง แต่ถ้าคุณต้องการความแน่ใจว่ามันเป็นอย่างที่คุณคิดไหมลองนำชื่อ Exchange หรือ Token ของคุณมาค้นหาให้แอป ‘Wikibit’ สิ รับรองทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วนแน่นอน หากอันไหนไม่มีข้อมูล หรือมีคะแนนความน่าเชื่อถือต่ำ สิ่งเดียวที่คุณควรทำคือ หนีไป!!

ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….

App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)

Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
บทความก่อนหน้า

แยกประเภท ‘วาฬ’ ในวงการคริปโต

ถัดไป

มหาเศรษฐี Mike Novogratz อยากลงทุน100 ล้านดอลลาร์ในด้าน Crypto