สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

เปิด Timeline ‘จีนประกาศแบนบิทคอยน์’ แบนทำไม แบนไปกี่ครั้ง?

บทคัดย่อ:นับตั้งแต่ปีแรกที่บิทคอยน์เกิดขึ้น รัฐบาลจีนก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวประกาศแบนต่าง ๆ นานา โดยอ้างถึงความเสี่ยงมากมายที่จะเกิดขึ้น กว่า 10 ปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ปีแรกที่บิทคอยน์เกิดขึ้น รัฐบาลจีนก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวประกาศแบนต่าง ๆ นานา โดยอ้างถึงความเสี่ยงมากมายที่จะเกิดขึ้น กว่า 10 ปีที่ผ่านมา รัฐจีนได้ส่งสัญญาณ FUD (ความกลัว ความไม่แน่นอน และความสงสัย) ในอุตสาหกรรมนี้นับครั้งไม่ถ้วน และหลาย ๆ ครั้งก็ส่งผลต่อราคาของบิทคอยน์ เช่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วราคาของบิทคอยน์ลดลงมากกว่า 5% ในไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากการย้ำกฎระเบียบ ประกาศแบน สกุลเงินดิจิทัลในจีน

Timeline การแบนบิทคอยน์ในจีน

มิถุนายน 2009: ประกาศแบนสกุลเงินดิจิทัล

เพียงไม่กี่เดือนหลังจากเปิดตัวบิทคอยน์ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงวัฒนธรรมของจีนได้สั่งห้ามการใช้สกุลเงินดิจิทัลในการชำระเงินค่าสินค้าและบริการในโลกความเป็นจริง

ธันวาคม 2013: สั่งธนาคารแบน Bitcoin

ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีนและกระทรวงไอที สั่งไม่ให้ธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรม Bitcoin แต่ที่ผู้คนยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อขาย Bitcoin ได้

กันยายน 2017: สั่งปิด Exchange

จีนเรียกร้องให้ปิดบริษัทผู้ให้บริการการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในท้องถิ่น โดยอ้างถึงปัญหาการฟอกเงิน การค้ายาเสพติด และการลักลอบนำเข้า เป็นผลให้เทรดเดอร์ย้ายไปแลกเปลี่ยนในต่างประเทศผ่าน VPN

พฤษภาคม 2021: เกตเวย์การชำระเงินถูกแบน

ทางการประกาศแบนสถาบันการเงิน และเกตเวย์การชำระเงินจากการเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับคริปโต และเตือนไม่ให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบเก็งกำไร

มิถุนายน 2021: ปราบปรามการขุดบิทคอยน์

รัฐบาลพยายามยุติการขุด Bitcoin ในจังหวัดเสฉวน และในมองโกเลีย โดยอ้างถึงมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรมากเกินไปเป็นเหตุผล

สิงหาคม-กันยายน 2021: ประกาศจะยุติธุรกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์

ในเดือนสิงหาคม จีนไล่ตามผู้มีอิทธิพลในวงการคริปโต และรัฐบาลได้ปิดเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของศูนย์บล็อกเชนที่มีชื่อเสียงของประเทศ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ตลาดได้รับผลกระทบอีกครั้งเนื่องจาก ธนาคารประชาชนจีนคาดว่าจะประกาศว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทั้งหมดในประเทศนั้น ‘ผิดกฎหมาย’ ข่าวนี้สร้างความเสียหายให้บิทคอยน์ คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงกว่า 5% ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดในวันนั้นที่ 45,000 ดอลลาร์ มาเป็น 42,225 ดอลลาร์ บ่งบอกว่าแรงซื้อไปหดหายไปจากตลาดแล้ว

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ๆ ในการโจมตีบิทคอยน์ของจีน ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ยิบย่อยที่ให้เล่าเป็นเดือนก็ยังไม่หมด หลายคนคงสงสัยว่าจีนจะเกลียดบิทคอยน์อะไรนักหนา ทำไมต้องขนาดนี้?

1. จัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพ

Bitcoin มีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลน่าจะเห็นว่าหากปล่อยให้มีเสรีภาพในการทำเหมืองขุด Bitcoin อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนในอนาคตได้ การที่รัฐบาลจีนระมัดระวังเรื่องการเติบโตอย่างผิดปกติของ Bitcoin และคริปโตสกุลอื่น ๆ อาจจะช่วยปกป้องไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศจีนได้รับผลกระทบมากนัก กรณีที่คริปโตเหล่านี้มีมูลค่าตกลงอย่างรวดเร็ว

2. คริปโตอาจกระทบต่ออำนาจอธิปไตยทางการเงินของรัฐบาลจีน

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าสาเหตุแท้จริงที่จีนจำเป็นต้องแบนคริปโต เพราะความกังวลในเรื่องของอำนาจอธิปไตยทางการเงินของรัฐบาล ปกติแล้วเงินหยวนจีนจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลแทบทั้งหมด ทำให้รัฐสามารถควบคุมทิศทางของการเงินในจีนได้ แต่เมื่อเงินคริปโตอย่าง Bitcoin ถือกำเนิดขึ้น สิ่งนี้จะไม่ใช้โลหะมีค่าและเครดิตของรัฐเป็นประกัน รัฐบาลจึงไม่สามารถควบคุมมูลค่าของเงินคริปโตได้เลย

3. คริปโตตรวจสอบไม่ได้

ประเทศจีนได้เปลี่ยนมาใช้หยวนดิจิทัล ซึ่งมันเป็นเงินหยวนที่เปลี่ยนจากรูปแบบกระดาษมาอยู่ในระบบดิจิทัล รัฐบาลจะสามารถควบคุมการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น สามารถตรวจสอบบัญชีต่าง ๆ ได้ง่าย แต่เมื่อมีเงินคริปโตเข้ามา ประชาชนบางส่วนกลับเลือกใช้จ่ายเป็นเงินเหล่านี้แทน การกระทำเช่นนี้เท่ากับหลบหลีกการตรวจสอบธุรกรรมจากรัฐบาลได้ เพราะฉะนั้นการสั่งแบนจึงเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมนั่นเอง

จีนถือเป็นประเทศที่มีผู้ถือครอง และผู้ขุดบิทคอยน์เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก การเคลื่อนไหวด้านนโยบายต่าง ๆ ของรัฐจึงเป็นข่าวสำคัญที่นักเทรดคริปโตต้องรู้ ใครไม่อยากพลาดเรื่องราวที่สนใจในตลาดคริปโตแบบนี้ เราขอแนะนำแอปพลิเคชัน ‘Wikibit’ แอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือ ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ และยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
บทความก่อนหน้า

รู้จัก “Mr. Goxx” แฮมสเตอร์นักเทรดคริปโต

ถัดไป

รวมข้อคิดปลุกพลังสร้างความรวย! จากเจ้าของหนังสือในตำนาน ‘พ่อรวยสอนลูก’