สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

อดีตเว็บเทรด Mt. Gox คาดจะคืนเงินมูลค่ากว่า 6 ร้อยล้านเหรียญแก่ผู้เสียหายภายในปีนี้

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  ผู้จัดการทรัพย์สินของ Mt. Gox มีแนวโน้มที่จะแจกจ่าย Bitcoin จากสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆที่ใกล้จะหมดอายุนำมาแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินที่ต้องการ  นาย Mark Karpeles อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mt. Gox เว็บเทรด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเว็บเทรดดังกล่าวได้ปิดตัวลงในปี 2014 เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าครึ่งพันล้านดอลลาร์ได้ถูกขโมยไปจากบริษัท  นาย Karpeles ตั้งเป้าที่จะเป็นเว็บเทรดอันดับต้น ๆ ของประเทศ อีกครั้งโดยสามารถทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลก ก่อนหน้านี้หากย้อนไปเมื่อ ปี 2010 เว็บเทรด Mt. Gox เป็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยน Bitcoin แรกในโลกและได้เริ่มซื้อขายเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2010 โดยคิดเป็น 80% ของปริมาณการซื้อขาย Bitcoin ทั่วโลก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2014 บริษัทได้ยื่นฟ้องล้มละลายหลังจากพบว่าถูกแฮ็กและสูญเสียทรัพย์สินส่วนใหญ่ของบริษัท  แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่บริษัทได้ประสบปัญหาในเรื่องของการล้มละลาย ในเว็บมี Bitcoins ที่ค้างอยู่ประมาณ 200,000 เหรียญซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก อย่างไรก็ตามผู้จัดการทรัพย์สินของ Mt.Gox ได้ขาย 50,000 เหรียญ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในราคา 600 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ Bitcoins ที่เหลือมีมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์มูลค่าในปัจจุบัน นาย Karpeles กล่าวว่า “จะทำการจำหน่าย Bitcoin ทั้งหมด”  เขาได้สร้างบริษัทใหม่ขึ้นมามีชื่อว่า UNGOX ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากความตั้งใจของของนาย Karpeles โดยเขามีความตั้งใจว่าเขาจะสามารถผลักดันเว็บเทรดใหม่ของเขาไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่เกิดขึ้นกับ Mt. Gox  UNGOX จะเปิดตัวในช่วงต้นไตรมาสที่ 3 ปี 2565 และสำหรับลูกค้า Mt. Gox และเคยมีบัญชีผูกกับ Mt. Gox จะสามารถเข้าถึง mtgoxnft.net และให้ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตรวจสอบความเป็นเจ้าของบัญชี Mt. Gox และสามารถสร้าง NFT ได้แล้ว ซึ่งนาย Karpeles คาดว่าจะจะสามารถชดใช้เงินดังกล่าวให้กับผู้เสียหายได้ในปีนี้

2022-03-28อุตสาหกรรม

ประเทศเกาหลีใต้เอาจริง ! ตั้งเป้าจะเป็น 1 ใน 5 ของประเทศผู้นำด้าน Metaverse

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  กระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีของเกาหลีใต้ (MSIT) กำลังเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถในด้าน การขยายความเป็นจริง หรือ Extended Reality (XR) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ NFT ซึ่งทุกตำแหน่งจะได้ไปออกค่าย Boot Camp เพื่อฝึกปฏิบัติเพื่อที่จะได้พัฒนาไปมากซึ่งค่ายดังกล่าวได้ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อออกแบบให้ผู้ฝึกอบรมกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Metaverse ในอนาคต  MSIT กำลังเปิดตัวสถาบันการศึกษา Metaverse ที่แรกของประเทศ ในเดือนพฤษภาคมที่ใกล้จะถึงนี้ โดยทาง MSIT ได้มีผู้เชี่ยวชาญถึง 180 คน และยังได้ร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างประเทศอีกกว่า 27 แห่ง โดยบริษัทดังกล่าวได้แก่ Microsoft, Adobe และ The Sandbox ตกลงที่จะจัดหาโอกาสในการจ้างงานด้าน Metaverse  ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น เกาหลีใต้วางเดิมพัน $185 เกี่ยวกับอนาคตของ Metaverse  เกาหลีใต้ตั้งใจที่จะพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้าน Metaverse 40,000 คน โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2569 ประเทศเกาหลีใต้จะกลายเป็น 1 ใน 5 ของประเทศผู้นำตลาด Metaverse ทั่วโลก  หลังจากที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ Yoom Suk Yeol ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้รับเลือกอย่างเป็นทางการให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ตลาดคริปโต และเทคโนดลยีดูเหมือนจะได้รับการต้อบรับมากขึ้น เนื่องจากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่  ซึ่งในเกาหลีใต้ตอนนี้ได้มีบริษัทที่ออกมาแสดงตัวในแวดวงคริปโต, NFT หรือบางบริษัทเริ่มพัฒนาโปรเจ็กต์ Metaverse แล้วก็ตาม บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ อย่าง NEXON ก็ได้เตรียมความพร้อมที่จะลงทุนในเรื่องของ Web3, Defi, NFTs, GameFi และ Metaverse และอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง LG ที่ได้ประกาศเพิ่ม Blockchain และ คริปโต เป็นธุรกิจใหม่  จากหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ของเกาหลีพากันให้ความสนใจและเริ่มเปิดโอกาสให้เข้าถึงคลาดคริปโตซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างมากที่ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศเกาหลีใต้จะสามารถมายืนเป็นหนึ่งในผู้นำของ Metaverse

2022-03-28อุตสาหกรรม

โครงการตัวหนึ่งที่ทำงานบน Algorand ใช้ระบบ “Proof of Air” มี ROI ที่สูงมาก คำถามคือจะยั่งยืนหรือไม่

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  โปรเจ็กต์ Planetwatch ที่ทำงานอยู่บน Blockchain ของ Algorand เป็นโครงการที่เกี่ยวกับคุณภาพของอากาศ โดยนาย Claudio Parrinello อดีตผู้จัดการ CERN เป็นผู้ก่อตั้งโปรเจ็กต์นี้ โดยมีเหรียญ Planets ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทั้งหมดบน Blockchain และรวมถึงผู้ขุดฮีเลียม ซึ่งสามารถได้รับเหรียญ HNT หรือระบบของการขุดฮีเลียมที่ใช้โมเดลแบบ “Proof of coverage” เพื่อที่จะให้เหรียญ HNT นำมาใช้เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ  โดยการเป็นนักขุดฮีเลียมนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก ฮีเลียมมีมูลค่าตามราคาตลาดประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์ และติดอันดับ top 50 โปรเจ็กต์ของคริปโต อย่างไรก็ตาม โครงการ Planetwatch กลับมีมูลค่าตามราคาตลาดเพียง 21 ล้านดอลลาร์เท่านั้น  การทำงานของโปรเจ็กต์ Planetwatch นั้นเป็นทำงานในรูปแบบของการวางเซ็นเซอร์ที่รวบรวมข้อมูลคุณภาพในอากาศจากบริเวณรอบ ๆ ของผู้ใช้งานและทำการส่งข้อมูลไปยัง Blockchain โดยเหรียญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แลกสิ่งของต่างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องฟอกอากาศ อย่างไรก็ตาม ผู้ถือเหรียญสามารถนำไปซื้อขายแลกเปลี่ยนได้บนแพลตฟอร์ม Bitfinex  เซ็นเซอร์ โปรเจ็กต์ Planetwatch รุ่น 2 ล่าสุดได้ใช้เครือข่ายฮีเลียมเพื่อส่งข้อมูลไปยัง Blockchain ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและเทคโนโลยี นอกจากนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าในอนาคตอุปกรณ์ที่ใช้จะสามารถขุดทั้งฮีเลียมและดาวเคราะห์ได้ในเวลาเดียวกัน  เซ็นเซอร์ที่ถูกที่สุดมีราคา €549,00 +VAT และต้องมีใบอนุญาตรายปีเริ่มต้นที่ €50.00 + VAT ต่อปี ซึ่งผลตอบแทนสำหรับเซ็นเซอร์ในรุ่นที่ 3 โดยมีรายงานว่าสามารถใช้กับดาวเคราะห์ 46 ดวงต่อวันซึ่งเท่ากับประมาณ $2,350 ต่อปีตามอัตราวันที่ซึ่งระยะการคืนทุนนั้นถือว่าค่อนข้างนานมากทีเดียว เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเหรียญมีราคาต่ำอยู่ที่ประมาณ $0.40 จึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ว่าราคาจะไปทางไหนในอนาคต

2022-03-28อุตสาหกรรม

[บทสัมภาษณ์พิเศษ] “ทำไมต้องใช้แพลตฟอร์ม Defi Forward” กับคุณ ชานน จรัสสุทธิกุลผู้ก่อตั้ง Forward

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  ยังคงเป็นประเด็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายในหมู่นักลงทุน Defi เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Defi น้องใหม่มาแรงอย่าง “Forward” ที่ทางโปรเจกต์ได้ออกมาประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  การอัปเดตข่าวในครั้งนั้นทำให้นักลงทุน Defi รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แพลตฟอร์ม Defi ของ Forward นั้นมีดียังไง, น่าใช้หรือเปล่า, คุ้มค่าที่ลองหรือไม่ และเหรียญ Governance token ของแพลตฟอร์มอย่าง Forward token นั้นมีประโยชน์และกรณีการใช้งานอย่างไรบ้าง  ด้วยเหตุนี้ทางสยามบล็อกเชนจึงอยากเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้กับนักลงทุน ในการถามคำถามสุดพิเศษกับทางโปรเจกต์ เพื่อคลายข้อสงสัยสำหรับคำถามที่ถูกพบบ่อย เมื่อพูดถึงโปรเจกต์ Forward  บทสัมภาษณ์พิเศษกับผู้ก่อตั้ง Forward  โดยทาง Siam Blockchain ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ไปยังคุณชานน จรัสสุทธิกุล Co-Founder และ CEO ของ Forward (บีม) และดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน Co-Founder และ Advisor ของ Forward (เอ็ม) ถึงสิ่งที่นักลงทุนหลายคนสงสัยเกี่ยวกับ Forward และคำถามที่มักถูกพูดถึงอยู่บ่อย ๆ  Siamblockchain : แพลตฟอร์ม Defi ของ Forward มีความแตกต่างไปจากแพลตฟอร์ม Defi อื่น ๆ อย่างไรบ้างครับ ?  คุณชานน จรัสสุทธิกุล Co-Founder และ CEO ของ Forward (บีม) : ในเฟสแรก Forward จะเปิดให้บริการสองอย่างหลักๆ ได้แก่ บริการ ฝาก-ยืม สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอเรนซี่ และ Derivatives Exchange ประเภท Futures ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยในการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากสภาวะตลาดที่ผันผวน  โดย Forward ได้ออกแบบและพัฒนาโปรโตคอลที่มีชื่อว่า Automated Position Hedger ที่เป็นการผสานการทำงานร่วมกันจากทั้งบริการฝาก-ยืม สินทรัพย์ และการเทรด Futures บนบริการ Derivatives Exchange ด้วยโปรโตคอลนี้ทำให้ Forward สามารถจับคู่การเทรด และ match คำสั่งซื้อขายทุกออเดอร์ได้ในทันที อีกทั้งเรายังเก็บค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมถูกมาก (ประมาณ 0.03% ต่อธุรกรรม)  โดยทุกครั้งที่มีการเปิดออเดอร์บนบริการ Derivatives Exchange โปรโตคอลของ Forward จะทำหน้าที่ยืมสินทรัพย์ที่ผู้ใช้นำมาฝากไว้จากบริการ ฝาก-ยืม สินทรัพย์ดิจิทัลภายในแพลตฟอร์ม เพื่อนำไปให้ผู้ใช้บริการ Derivatives Exchange ใช้กู้ตอนเปิด Leverage  ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เกิดความต้องการในการยืมสินทรัพย์จริงในบริการฝาก-ยืม สินทรัพย์ อันเป็นผลดีต่อ Ecosystem ในอนาคตของ Forward อีกทั้งดอกเบี้ยที่ผู้ฝากสินทรัพย์ได้รับนั้น นอกจากดอกเบี้ยที่โปรโตคอลกำหนดให้แต่แรกแล้ว ยังมีส่วนเพิ่มจากค่าธรรมเนียมการเทรดที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มด้วย  ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนในการฝากที่ผู้ใช้จะได้รับมีมูลค่ามากขึ้นตามปริมาณการเทรดของสินทรัพย์นั้นด้วย โดย Forward จะ Launch บน EVM based chain อาทิเช่น Ethereum และ BNB Smart Chain เป็นต้น  Siamblockchain : แพลตฟอร์มอนุพันธ์ Defi ของ Forward สามารถช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาให้กับผู้ใช้งานได้อย่างไรครับ ?  ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน Co-Founder และ Advisor ของ Forward (เอ็ม): เชื่อว่าหากเรารู้จัก Derivatives โดยเฉพาะประเภท Futures แล้ว เราคงพอจะทราบกันดีว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้ในการคาดเดาราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอเรนซี่ได้  โดยถ้าผู้ใช้เชื่อว่าราคาของสินทรัพย์มีแนวโน้มที่จะขึ้น ก็สามารถเปิดสถานะ Long เพื่อเพิ่มอำนาจในการซื้อได้ ในทำนองเดียวกัน ถ้าผู้ใช้เชื่อว่าราคาของสินทรัพย์มีแนวโน้มจะลง ก็สามารถเปิดสถานะ Short ได้เช่นกัน ถ้าราคาเป็นไปในทิศทางที่เราเปิดสถานะไว้ เราก็จะได้กำไรกลับมาหลังจากปิดสถานะ แต่ในทางตรงข้าม หากผิดทางผู้ใช้ก็มีโอกาสขาดทุนจากการเปิดสถานะนั้น  สัญญา Futures ยังสามารถนำมาใช้ในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา (Hedging) ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น :  สมมุติว่าผมมี 1 BTC อยู่ในพอร์ท และราคาของ BTC ผันผวนรุนแรงมากในตอนที่ผมถือ แต่ผมก็ไม่ได้มีความต้องการที่จะขายออก ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ได้อยากแบกรับความเสี่ยงของราคา BTC ที่ลดลงเรื่อยๆ สิ่งที่ผมสามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงจากสภาวะนี้จากการเปิดสถานะ Short ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากราคาของ BTC ที่ลดลง เพราะได้กำไรจากการเปิดสถานะ Short แทนนั่นเอง และในอนาคต Forward จะเปิดฟีเจอร์ “One

2022-03-28อุตสาหกรรม

เจ้ามือ Ethereum ยังคงถือเหรียญ Shiba Inu ไว้ แม้จะมีคนแห่เทขายไป 60,000 รายแล้วก็ตาม

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  ผู้ถือครองเหรียญ SHIB ยังคงลดลงต่อเนื่องเพราะกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ ที่น้อยลง อย่างไรก็ดีแม้ว่าเหรียญ SHIB จะมีมูลค่าต่ำลงแต่ เจ้ามือ Ethereum ยังคงคว้าโอกาสรีบช้อนซื้อ ซึ่งสวนทางผู้ถือเหรียญอีกกว่า 60,000 รายที่เทขายไปแล้วในช่วง 10 วันที่ผ่านมา  ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ราคาเหรียญ SHIB ลดลงเหลือ $0.00002358 ลดลงประมาณ 7% โดยนักวิเคราะห์มองว่าการเทขายเหรียญเป็นผลมาจากกิจกรรมในเครือข่ายที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขของนักลงทุนที่ได้เทขายเหรียญนั้นตรงข้ามกับการเติบโตอย่างมาก  Etherscan แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันเหรียญ SHIB มีผู้ถือเหรียญอยู่ที่ 1,138,243 ราย เทียบกับผู้ถือ 1,199,789 รายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งลดลงกว่า 60,000 ราย ซึ่งคิดเป็นการสูญเสียประมาณ 4.8%  มีการคาดเดากันว่าผู้ถือ SHIB กำลังย้ายไปถือเหรียญ Bitgert โดยเลือกโปรเจ็กต์นี้แทนที่จะเลือก SHIB เพราะเหรียญ Bitgert มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามราคาที่ลดลงได้สร้างโอกาสให้เจ้ามือ Ethereum ที่จะเข้ามาช้อนซื้อต่อไป  โดยเจ้ามือ Ethereum ได้สะสม SHIB จำนวน 3 ล้านล้านเหรียญในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ข้อมูล WhaleStats เปิดเผยว่าวาฬ Ethereum ที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 207 ได้ซื้อ 271,370,420,630 SHIB มูลค่าประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์ในการทำธุรกรรมครั้งเดียว  เหรียญ SHIB มีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ $0.0000245 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น 1.44% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยสามารถฟื้นตัวได้ในชั่วข้ามคืน ส่วนปริมาณการซื้อขายรายวันเพิ่มขึ้น 5.73% ที่ประมาณ 5.45 ร้อยล้านดอลลาร์  เหตุผลหลักประการหนึ่งที่เจ้ามือ Ethereum สนใจใน Meme Coin ตัวนี้คืออัตราการเผาเหรียญที่เพิ่มขึ้นและโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ โดยนาย Steven Cooper CEO ของ Bigger Entertainment ได้ออกมาทวีตในทวิตเตอร์ของตัวเองว่า กลุ่มของเหรียญ Shiba Inu ได้เผา SHIB 2.63 แสนล้านตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว  โดยการเผาเหรียญนั้น SHIB จะเพิ่มความต้องการของเหรียญซึ่งจะสามารถส่งผลดีต่อราคาของเหรียญ ซึ่งในขณะเดียวกัน การใช้งานเหรียญก็เพิ่มขึ้นด้วยตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงภาพยนตร์ AMC ที่รับเหรียญ SHIB สำหรับการชำระเงิน และสำหรับในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่ Shiba Inu กำลังจะก้าวเข้าสู่ Metaverse  ปีที่แล้ว Shiba Inu เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเอาชนะ Bitcoin ได้ถึงตำแหน่ง เหรียญมีมที่น่าตื่นเต้นเพิ่มขึ้นอย่างเหลือเชื่อ 45,000,000% ภายในปีจากการขับเคลื่อนของชุมชนเพียงอย่างเดียว

2022-03-28อุตสาหกรรม

สหภาพยุโรปประกาศไม่แบน Bitcoin อย่างเป็นทางการแล้ว

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  มีการถกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับกฎระเบียบ MiCA ที่เสนอโดยสหภาพยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาที่มุ่งเป้าไปที่เหรียญคริปโตที่ใช้งานอัลกอริทึมประเภท proof-of-work เช่น Bitcoin ขณะนี้ แต่ทว่าล่าสุดดูเหมือนว่าประเด็นดังกล่าวจะถูกตัดออกจากข้อกฎหมายดังกล่าวแล้ว  ความโล่งใจสำหรับ Bitcoin ในสหภาพยุโรป  สหภาพยุโรป (EU) กำลังเสนอข้อกฎหมายด้านคริปโตที่มีชื่อว่า Markets in Crypto Assets (MiCA) และล่าสุดพวกเขาได้ตัดสินใจที่จะตัดข้อห้ามการใช้เหรียญคริปโตที่มีการใช้งานอัลกอริทึม proof-of-work ออก โดยก่อนหน้านี้ให้เหตุผลว่ามันกินพลังงานไฟฟ้ามากเกินไป  ก่อนที่จะย้ายไปเจรจาไตรภาคระหว่างรัฐสภา, สภา และคณะกรรมาธิการ ฝ่ายนิติบัญญัติของสหภาพยุโรปพยายามที่จะบรรลุฉันทามติในแง่ของการควบคุมตลาด crypto ให้ดีขึ้น โดยร่างปัจจุบันของ MiCA ไม่ได้รวมข้อกำหนดในการห้ามใช้งาน cryptocurrencies เช่น bitcoin ลงไปในร่างด้วย  Stefan Berger ผู้บัญญัติกฎหมายชาวเยอรมันซึ่งเป็นผู้นำกฎระเบียบ MiCA ได้ทวีตเมื่อวันศุกร์ว่าคำสั่งที่เสนอให้ไม่รวมการแบนเหรียญคริปโตประเภท PoW นั้นไม่ได้ถูกคัดค้าน และสหภาพยุโรปได้แสดงให้เห็นถึง “ความแข็งแกร่งเชิงนวัตกรรม”  เส้นตายสำหรับการเปิดให้มีการคัดค้านข้อกฎหมายดังกล่าวนั้นจะสิ้นสุดลงในช่วงเที่ยงคืนของวันพฤหัสฯที่จะถึงนี้ และข้อกฎหมาย MiCA ก็จะถูกผ่านไปเพื่อพิจารณาต่อในสัปดาห์หน้า  ในขณะเดียวกัน NFT และแพลทฟอร์มการเงินกระจายอำนาจ DeFi เป็นหัวข้ออื่นๆ ที่รัฐสภาหารือกัน และมีการตั้งคำถามอว่าควรรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ในข้อกฎหมาย MiCA หรือไม่ และสถาบันในสหภาพยุโรปใดควรรับผิดชอบในการสอดส่องดูแลมัน

2022-03-28อุตสาหกรรม

ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ 46,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  ราคา Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะมีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยมันได้พุ่งทะลุระดับ 46,000 ดอลลาร์ไปเป็นครั้งแรก หากนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2022 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณด้านบวกที่หลาย ๆ คนกำลังรอคอยมานาน  กราฟ BTCUSDT จาก TradingView เผยให้เห็นว่าราคาของ Bitcoin ได้มีการพุ่งขึ้นมาตั้งแต่ตอนช่วงตี 3 ของวันนี้ โดยพุ่งจากจุดต่ำสุดที่ 44,712 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่จุดสูงสุดที่ 46,864 ดอลลาร์อย่างรุนแรง  ไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แต่หลาย ๆ คนเชื่อว่าเกิดจากอารมณ์ด้านบวกในตลาดของผู้คน หลังจากที่เริ่มมีการปรับตัวใช้คริปโตกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมื่อง Rio de Janeiro ที่ประกาศเตรียมรับชำระภาษีอสังหาริมทรัพย์ด้วย Bitcoin อีกทั้งรวมถึงการไล่กว้านซื้อ Bitcoin เพื่อมาเป็นทุนสำรองของเครือข่าย Terra ซึ่งบ่งบอกถึงความ bullish อย่างมาก  การพุ่งขึ้นของราคา BTC นั้นทำให้เราได้เห็นระดับราคาที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วหากนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2022 ที่ผ่านมา โดยขณะนั้นราคายังอยู่ที่ระดับ 47,957 ดอลลาร์ ก่อนที่จะร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดของปีนี้ที่ 32,937 ดอลลาร์ และค่อย ๆ เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ  อย่างไรก็ตาม นักเทรดนั้นก็ไม่ควรที่จะประมาท และควรที่จะวางแผนในการลงทุนอยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากว่าในโลกของตลาดคริปโตนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้

2022-03-28อุตสาหกรรม

ราคาเหรียญ Zilliqa พุ่งอย่างรุนแรงกว่า 113% อะไรเป็นสาเหตุ

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  ช่วงวันเสาร์ที่ 26 มีนาคมตลาดคริปโตนั้นก็มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเราได้เห็นราคาเหรียญใหญ่ ๆ ปรับตัวขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น Bitcoin (BTC) ที่ขึ้นมายืนได้ที่ $44,600 , Ethereum ที่ราคาขึ้นมาอยู่ที่ $3,150 , Cardano (ADA) ที่ราคาขึ้นมาอยู่ที่ $1.14 ฯลฯ  ซึ่งทุกเหรียญที่ได้กล่าวมาข้างต้นปรับตัวขึ้นมาไม่เกิน 5% แต่วันนี้มีเหรียญที่ชื่อ Zilliqa (ZIL) ปรับตัวขึ้นมาอย่างรุนแรงโดยปรับตัวขึ้นมากว่า 72%  กราฟข้อมูลจาก Tradingview อ้างอิงราคาจากเว็บเทรด Binance จะสังเกตได้ว่าราคาของเหรียญ ZIL เมื่อวานนั้นเปิดแท่งเทียนใน timeframe day ที่ $0.4748 และปิดวันด้วยการไปยืนที่ราคา $0.95  และในวันนี้ราคาเหรียญก็ยังได้วิ่งไปแตะ $0.102 ก่อนจะปรับตัวลงมาเล็กน้อยซึ่งราคาขณะที่เขียนอยู่นี้ราคาของ ZIL อยู่ที่ $0.88 ซึ่งนี่อาจเป็นการส่งสัญญาณในตลาดว่าตลาดกระทิงกำลังจะกลับมาแล้วก็เป็นได้  อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ราคาเหรียญพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง?  ราคาของเหรียญนั้นพุ่งขึ้นหลังจากที่ Twiiter officail ของ Zilliqa ได้ออกมาโพสต์ประกาศงานประชุมครั้งใหญ่ Metapolis ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองไมอามีประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยภายในงานนั้นจะมีดนตรีสดโดย DJ ชื่อดังระดับโลก, มีการพาไปชมแพลตฟอรืม metaverse-as-a-service และอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งการเข้าร่วมงานก็สามารถทำได้ด้วยการแชร์ความคิดเห็นของคุณไปที่ Reddit ของ Zilliqa ซึ่งการจะได้รับตั๋วคุณจะต้องบอกว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณตื่นเต้นมากที่สุดเกี่ยวกับ Zilliqa และ Metapolis  และยังมีคำถามโบนัสพิเศษอีกด้วยว่าคุณจะออกแบบโดมใน Zilliqa City ออกมาหน้าตาอย่างไร  ซึ่งความคิดเห็นที่ถูกใจ 3 อันดับแรกจะได้รับตั๋ว VIP ในการเข้าร่วมงาน Metapolis ส่วน 10 อันดับแรกที่ถูกใจทาง Zilliqa จะมอบ NFT สุดพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมพร้อมทั้งเสื้อยืดแบรนด์ Metapolis ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 2 เมษายน 2022

2022-03-27อุตสาหกรรม

เมือง Rio de Janeiro เตรียมรับชำระภาษีอสังหาริมทรัพย์ด้วย Bitcoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  เมือง Rio de Janeiro ของบราซิลจะเริ่มรับชำระด้วย Bitcoin (BTC) อย่างเป็นทางการสำหรับการจ่ายภาษีอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมืองของพวกเขาซึ่งรู้จักกันในนาม Imposto sobre a propriedade predial e territorial Urbana (IPTU)  ตามที่ Cointelegraph Brazil รายงานกฎหมายภาษี Pro-crypto ฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2023 ตามที่ Chicão Bulhões รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ, นวัตกรรมและความเรียบง่ายได้ประกาศ  Eduardo Paes นายกเทศมนตรีบราซิลก็ได้ให้การสนับสนุนการจ่ายภาษีด้วยคริปโตโดยทาง Changpeng Zhao CEO ของ Binance เว็บเทรดชื่อดังได้ประกาศเปิดสำนักงานใหม่ในภูมิภาคนี้โดยเขาได้บอกว่า CZ ได้บอกว่า “เขาได้ทำในส่วนของเขาเสร็จสิ้นแล้วเราก็กำลังทำงานในส่วนของเรา”  ด้วยการเปิดให้ขำระภาษีด้วยคริปโตทำให้เมือง Rio กลายเป็นเมืองแรกของบราซิลที่มีการชำระเงินในกระแสหลักด้วย BTC ตามประกาศที่แปล  “เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เทศบาลเมืองจะจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญในการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นเงินเรอัลบราซิลด้วยวิธีการนี้ศาลากลางจะได้รับ 100% ของจำนวนเงินในสกุลเงินของประเทศ”  Pedro Paulo เลขานุการชาวบราซิลยอมรับเพิ่มเติมว่าเป้าหมายของเมือง.oการยอมรับ cryptocurrency คือการพัฒนาตลาดที่แข็งแกร่งของสินทรัพย์รูปแบบใหม่ในเมืองนี้โดยเขาได้กล่าวเพิ่ม:  “เราจะกระตุ้นการหมุนเวียนของ cryptocurrency โดยการรวมเข้ากับการใช้ชำระภาษีเช่นในกรณีของ IPTU และกรณีอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทำให้สิ่งนี้สามารถขยายตัวไปสู่บริการต่าง ๆ เช่นการใช้บริการแท็กซี่ เป็นต้น”  นอกจากนี้เมือง Rio มีแผนที่จะใช้ NFT ในการทำการตลาดด้านต่าง ๆ ทั้งศิลปะ, วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว  เมื่อช่วงต้นปีในวันที่ 29 มกราคม Meta ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ทำการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับทางการบราซิลเพื่อออกแบบ, พัฒนาและจัดเตรียมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับ BTC และบริการที่เกี่ยวข้องกับ crypto ต่างๆ

2022-03-27อุตสาหกรรม

ตำรวจเมือง Manchester สามารถไล่ตามเหรียญ Crypto ที่เหยื่อถูกฉ้อโกงไปมูลค่ากว่า 840 ล้านบาทกลับมาได้

ติดตามสยามบล็อกเชนบน  ในช่วงกว่า 18 เดือนที่ผ่านมาตำรวจเมือง Manchester ซึ่งเป็นถื่นของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกได้นำเงินคริปโตคืนแก่เหยื่อที่ถูกต้มตุ๋นกว่า 25 ล้านดอลลาร์ได้ในรายงานก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ตบเท้าเข้ามาและขอเงินคืนได้พวกเขาต้องทำการยืนยันก่อนว่าเป็นของพวกเขาจริงจึงจะได้รับคืน  อย่างไรก็ตามตัวเลขของเงินที่เหยื่อนั้นถูกหลอกไปอยู่ที่ $230,000 ต่อเหยื่อ 1 รายตำร้องขอในการขอคริปโตคืนกำลังอยู่ในการดำเนินการยื่นอุทธรณ์สำหรับผู้ที่เป็นเหยื่อก็มีเข้ามาเรื่อย  รายงานล่าสุดโดย MP ระบุว่ามีการดำเนินการทางกฎหมายกับนักต้มตู๋นเหล่านี้ที่ไม่เพียงพอนี่ถือเป็นเรื่องที่ของบล็อกเชนเนื่องจากมันแสดงให้เห็นถึงบัญชีแยกประเภทแบบ decentralized ซึ่งการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนนั้นสามารถตรวจสอบได้และเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนดังนั้นนักต้มตุ๋นก็ถูกแกะรอยจากประวัตการทำธุรกรรม  นี่คือสิ่งที่ธนาคารแบบดั้งเดิมและเงินสดนั้นไม่สามารถทำได้การต้มตุ๋นในการเงินรูปแบบดั้งเดิมก็ยังมีให้เห็นมากกว่าในโลก crypto  MP เรียกร้องให้มี “หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเดี่ยวที่รับผิดชอบในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจพร้อมกับหน่วยงานรัฐบาลหนึ่งหน่วยงานที่ดูแลนโยบายนี้” เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่รัฐสภากำลังเรียกร้องให้มีกองกำลังต่อสู้กับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหลังจากการต้มตุ๋นเป็นคริปโตกวาดเงินไปได้ถึง 200 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 ในขณะที่อีกกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ถูกกวาดไปจากจากการฉ้อโกงและการต้มตุ๋นแบบเดิมๆ  การดำเนินการนี้ไม่นับรวมเงินที่อาจถือได้ว่า ‘ถูกขโมย’ แบบสาธารณะจากระบบการเงินแบบดั้งเดิมผ่านการดำเนินการของธนาคารที่ขาดความรับผิดชอบ  ตำรวจเมือง Manchester นั้นสามารถกู้เงินคืนมาได้ 20 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 และอีกมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์ในปีนี้และน่าประหลาดใจอย่างยิ่งว่าเหตุผลที่ตำรวจสามารถนำคืนกับมาได้นั้นเพราะนักต้มตุ๋นไม่สามารถเก็บรักษา private key ของ wallet ที่มีคริปโตอยุ๋ได้  ตำรวจนั้นพบทั้ง wallet และ key ซึ่งนั้นก็หมายความว่าตำรวจสามารถนำของกลางคืนแก่เจ้าของที่แสดงหลักฐานได้อย่างถูกต้องว่าถูกต้มตุ๋นซึ่งนักต้มตุ๋นเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากการขาดความรู้ของเหยื่อในการลงมือขโมยเงินของพวกเขาเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่งที่เราได้เห็นว่าแม้แต่นักต้มตุ๋นก็ถูกยึดคริปโตได้เนื่องจากการขาดการเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างปลอดภัย

2022-03-27อุตสาหกรรม
1
...
526528
...
1000